บันเทิง

ทีวีสีรุ้ง:'ลอง ให้ รู้'

ทีวีสีรุ้ง:'ลอง ให้ รู้'

02 ต.ค. 2556

'ลอง ให้ รู้' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์



 
          แสด...โคตร ซึ้ง …มันเป็นความรู้สึกที่เกิดหลังใช้เวลา 3 นาทีในการดูโฆษณา 1 ชิ้น ซึ่งถือว่ายาวมาก แต่ 3 นาทีนี้ไม่ทำให้รู้สึกว่านานเลยกลับยังให้อะไรอ้อมได้เยอะเหลือเกิน จนเวลาไม่ใช่ปัญหาแถมยังให้ปัญญา เชื่อว่าไม่ใช่แค่อ้อม ใครที่ได้ดูส่วนใหญ่ก็น่าจะสัมผัสได้เช่นกันค่ะ เรากำลังพูดถึงโฆษณาของทรูมูฟ เอช ที่เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายที่ดันไปขโมยของจากร้านป้าคนหนึ่งแล้วโดนจับได้ แล้วป้าต้องโวยตามสไตล์ แต่แล้วก็มีอัศวินถือกระบวยลวกก๋วยเตี๋ยวมาช่วย ยุติปัญหากับคำที่พูดว่า แม่ป่วยเหรอ เมื่อได้เห็นว่าของที่เด็กผู้ถูกเรียกว่าไอ้ขี้ขโมยหยิบมาประกอบด้วยยาธาตุ 1 ขวดและยาแก้ปวด 3 แผง แถมยังหันไปสั่งลูกสาวให้เอาเกาเหลามาให้อีกด้วย แล้ว 30 ปีผ่านไปหนังทำให้อ้อมใจหาย ไม่แน่ใจคิดว่าเด็กคนเดิมยังคงมาขอเกาเหลากินอยู่เป็นนิจ เพราะเป็นภาพคนกระเซิงดูแล้วไม่น่ามีงานทำ มาที่ตู้ก๋วยเตี๋ยว อาแปะอัศวินคนเดิมก็พร้อมจัดเกาเหลาไปให้อย่างเคย

          ในขณะที่กำลังชื่นชมกับความใจดี ใจก็มีอันหล่นเมื่อแปะของอ้อมวูบล้มคาหม้อ ตัดภาพมาแปะนอนอยู่โรงพยาบาล อาหมวยคุยกับหมอเรื่องค่ารักษาราวๆ 8 แสนบาท หมวยเครียดถึงขั้นจะเซ้งร้าน แต่แล้วก็มีอัศวินสีม้าขาวมาฉุดให้หมวยขึ้นจากหลุมเมื่อมีจดหมายบอกว่า ได้จัดการค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดแล้ว เพราะเขาได้รับค่ารักษาแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน เป็นยา+เกาเหลา ถึงตรงนี้หนังทำให้รู้ว่าไอ้ขี้ขโมย คือหมอเจ้าของไข้ ไม่ใช่คนที่ไปขอเกาเหลา โห...โคตรแมนอะ ไม่รู้จะบอกว่าใครแมนกว่าใครเลยค่ะ ใครจะไปคิดว่าในวันนั้นการให้ยาและเกาเหลาของอาแปะจะนำพามาซึ่งการเปลี่ยนชีวิต ซึ่งอ้อมเชื่อว่ามันเปลี่ยนชีวิตของคนหลายๆ คนไม่ว่าจะเป็นแม่ของไอ้ขี้ขโมยในตอนนั้น ถ้าไม่หายก็ตายไปละ แต่อย่างน้อยคงทำให้จิตใจของลูกผู้ชายคนหนึ่ง เห็นความสำคัญของชีวิตที่คิดจะให้จนเขาได้กลายมาเป็นผู้ให้กับคนอื่น แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้ให้กับผู้ให้ของเขา หนังบอกว่า การให้คือการสื่อสารที่ดีที่สุด อ้อมไม่เถียงค่ะ เพราะเป็นหนังโฆษณาของเครือข่ายโทรศัพท์ แต่สำหรับอ้อมการให้มันคือที่สุดอยู่แล้ว เพราะเมื่อไหร่ที่เราเริ่มให้ เมื่อนั้นเราเริ่มรู้จัก ละ ลด และนึกถึงคนอื่น นี่ต่างหากที่ยิ่งกว่า ยิ่งถ้าให้โดยไม่หวังแล้วล่ะก็ การให้นั้นจะสมบูรณ์ ทั้งผู้ให้และผู้รับ แต่ในการให้ไม่ใช่แค่ฉันอยากให้ โดยไม่สนว่าคนรับอยากรับมั้ย อันนั้นก็อาจกลายกลับไปเป็นภาระของผู้รับทำให้ลำบากซะอีก การให้ที่ดีน่าจะเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ต้องการ หรือเรียกว่าสมควรแก่กาลเทศะ ลองคิดดูนะคะ ถ้าคุณกำลังหิวข้าวสุดๆ นาทีนี้ ขอข้าวเปล่าครึ่งถ้วยก็เอาแล้ว แต่คนข้างหน้าคุณบอกรอสักครึ่งชั่วโมงเดี๋ยวเอามาให้หนึ่งถ้วย เป็นคุณคุณอยากรอมั้ยล่ะคะ คุณต้องการตอนนี้แล้วการให้ของเขามันจะได้อะไร ถ้าเขาไม่ได้ให้ในเวลาที่คุณต้องการ อ้อมเชื่อว่าคนที่ให้บ่อยๆ คงรู้สึกคล้ายๆ กันว่า เวลาได้ให้ใจมันจะเบาๆ เพราะมันเหมือนได้วางอะไรออกไปจากตัว แล้ว ถ้าการให้ของคุณเป็นการให้อย่างถ่อมตัวด้วยแล้ว ใจคุณจะยิ่งเบาสบายขึ้นไปอีก

          อ้อมเคยได้ยินครูบาอาจารย์สอน ถ้าเรามีของสัก 2 อย่าง เช่น แอปเปิ้ล  2 ลูก ใหญ่กับเล็ก ถามว่าเราจะเลือกให้ผลไหนกับคนอื่น อ้อมว่าตอบเล็กก็ไม่ผิด อย่างน้อยก็ให้ อ้อมคิดอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งจากที่ฟังมา ครูบาอาจารย์จะบอกว่าให้ลองให้ลูกใหญ่กับคนอื่นดูซิ แล้วจะรู้ว่าใจมันสบายกว่ากันเยอะ ตอนให้มันอาจจะอึดอัด เพราะของเราก็อยากเก็บอะไรที่ดีเอาไว้ แต่ลองให้ดูแล้วจะรู้ว่ามันสบาย คำที่ว่าเราต้องเอาสิ่งที่ดีกว่าให้ผู้อื่นมันยากค่ะ แต่น่าลองดูนะคะ ของแบบนี้ไม่ลองกับตัวเองไม่รู้หรอกนะคะว่าเป็นยังไง สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น กี่ตาเห็นก็ไม่เท่าลงมือทำ ลองเลยนะคะ ลองให้รู้
 
          หมายเหตุ สำหรับการรับชมโฆษณาชิ้นนี้ ผู้ปกครองควรแนะนำลูกหลานถึงเส้นบางๆ ของศีลธรรมและกฎหมาย เพราะไม่ได้หมายความว่าการขโมยของ เพื่อแม่ที่ป่วยจะลงเอยแบบนี้เสมอไป

.......................................
(หมายเหตุ 'ลอง ให้ รู้' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง  โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)