
ขบคิดขีดเขียน:เมื่อคนดีไม่เก่ง... คนเก่งก็ไม่ดี
เมื่อคนดีไม่เก่ง... คนเก่งก็ไม่ดี : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา หญิงยศได้มีช่องว่างจากตารางงานอันแน่นเอี๊ยด รีบจูงมือสามีหนีไปดูหนังเรื่องที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่พลาดเด็ดขาด เพราะเป็นหนังที่เล่าถึงคนคนหนึ่งซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะของช่วงชีวิตเราเลยก็ว่าได้ หญิงยศกำลังพูดถึงหนังเรื่อง Jobs ค่ะ เป็นหนังที่หยิบยกเอาช่วงหนึ่งของชีวิตของมิสเตอร์สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์รวมไปจนถึงบรรดาไอโฟน ไอพอด ไอแพด สิ่งที่หญิงยศและอีกหลายล้านคนในโลกนี้แทบจะยกให้เป็นอวัยวะชิ้นที่สามสิบสามนั่นแหละค่ะ
ก่อนหน้านี้หญิงยศมีความสงสัยว่าทำไม๊ ทำไมอีตาสตีฟ จ๊อบส์ถึงได้เสียชีวิตด้วยมะเร็งร้ายได้ ทั้งๆที่เป็นคนดูแลอาหารการกินของตัวเองดี ทุกครั้งที่ปรากฏตัวก็จะมีรอยยิ้มและมุขตลกติดตัวอยู่เสมอ คนที่พยายามคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้คนเราสามารถมีเพลงโปรดเป็นพันๆ เพลงอยู่ติดตัวได้ น่าจะต้องเป็นคนที่มีความสุนทรีย์ในชีวิตอยู่ไม่น้อยทีเดียว แล้วในเมื่อสิ่งต่างๆ เหล่านี้มารวมอยู่ในตัวคนๆ หนึ่งแล้ว ทำไมเขาถึงได้อายุสั้นนัก หลังจากดูหนังจบถึงได้เข้าใจว่าทำไมมะเร็งร้ายมันถึงได้ก่อตัวขึ้นมาได้ ...
หนังพูดถึงสตีฟ จ๊อบส์ในรูปแบบคล้ายๆ กับอีตามาร์ก ซัคเกอร์เบิร์กแห่งเฟซบุ๊กค่ะ คือมีความเป็น Anti-Hero อยู่สูงมากทีเดียว นั่นก็คือพระเอกที่ไม่เป็นพระเอกเอาซะเลย สตีฟ จ๊อบส์เป็นคนบ้างาน บ้าอุดมการณ์และเรียกว่าไม่เอาอะไรอย่างอื่นในชีวิตเลยนอกจากงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเมีย เป็นเพื่อน เป็นลูก เป็นหัวหน้า เป็นลูกน้อง ถ้าหากเขาเห็นว่าใครเป็นจุดอ่อนหรือกำลังขวางทางการเจริญเติบโตของงานของเขาแล้วล่ะก็ เขาจะทำการตัดออกไปจากชีวิตในทันที ตัวละครประเภทนี้มีความแปลกประหลาดอยู่อย่างค่ะ คือถึงแม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยหรือไม่ชอบในสิ่งที่เขาทำ แต่เรากลับไม่เกลียดเขาซะทีเดียว แถมยังแอบเอาใจช่วยให้เขามีความสุขในตอนจบเสียอีก ถึงแม้ว่าในหนัง ตัวละครเหล่านี้ช่างแสนจะโดดเดี่ยวเดียวดายเพราะไม่มีใครคบและมีแต่คนจ้องจะตลบหลัง แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะแอบสะใจเมื่อเห็นว่าเขาตอกกลับคนรอบข้างได้อย่างสวยงาม
เพราะนั่นคือหนังสินะ ... เรารู้ตอนจบอยู่แล้วว่า ถ้าสตีฟ จ๊อบส์ไม่ยืนหยัดในสิ่งที่เขาเชื่อ วันนี้เราอาจจะยังไม่มีสมาร์ทโฟนแสนเก๋ที่สามารถใช้เป็นกล้องก็ได้ ฟังเพลงก็ได้ ดูหนังก็ได้ บอกทางก็ได้ เล่นเกมส์ก็ได้ ส่องไฟก็ได้ ได้หมดทุกอย่าง ไม่ได้อยู่อย่างเดียวคือลืมไว้บ้านไม่ได้ ชีวิตเราขาดเขาไม่ได้จริงๆ พูดเลย...
แต่ถ้าเราต้องเจอกับคนประเภทนี้ในชีวิตจริงบ้าง เราอาจไม่เข้าใจพวกเขามากอย่างที่เราเข้าใจคุณสตีฟ จ๊อบส์นี่ก็ได้ค่ะ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่กำลังทำงานอยู่ภายใต้คนที่มีจุดมุ่งหมายสูง บ้างานและทำงานแบบไม่พักผ่อน เพราะนั่นหมายถึงงานที่จะต้องมากขึ้นสำหรับตัวคุณด้วย ลูกน้องต้องคิดงานมากขึ้น ทำงานนานขึ้น โดนด่ามากขึ้น ปะทะแรงเหวี่ยงไม่เว้นแต่ละวัน โอ๊ยตาย... คิดก็เหนื่อยละ ใครจะไปอยากทนทำงานกับคนแบบนั้นได้ จริงไหมคะ
ที่เขาว่าดูหนังดูละครแล้วให้ย้อนดูตัว มันคงเป็นเรื่องจริง เพราะทั้งตัวหญิงยศเองและเพื่อนๆอีกสองสามคน แอบเห็นตัวเองอยู่ในนั้น และเชื่อว่าคงมีอีกหลายคนที่เมื่อดูหนังจบแล้วต้องกลับมาคิดว่า “เราเป็นมากขนาดนั้นหรือเปล่า? เราทำให้ชีวิตคนรอบข้างต้องเป็นทุกข์มากขนาดนั้นเลยหรือ?” หลายครั้งที่รู้ว่าเมื่อหันหลัง จะมีมีดบินมาปักเบาๆ ตรงกลางหลังทันที หลายครั้งที่ได้ยินคำนินทาลอยมาเข้าหู รู้ว่าลูกน้องไม่มีความสุข รู้ว่าเหวี่ยงโครมไปแล้วกระทบกระเทือนใครบ้าง แต่ก็ต้องทำเพราะเราต้องการทำงานไม่ใช่เพียงแค่ให้สำเร็จ แต่ต้องเสร็จออกมาให้ดีด้วย โลกทุกวันนี้มันเป็นการแข่งขันเท่านั้น และมันไม่ได้เอาชนะกันด้วยความเร็วอีกต่อไป แต่กลับเฉือนกันด้วยรายละเอียด ชนะกันด้วยความประนีต ความเอาใจใส่ อย่างที่สตีฟ จ๊อบส์พูดในหนังนั้นแหละค่ะ ว่าถ้าเรายังมัวสู้อยู่กับสิ่งเก่าๆ เราก็จะเป็นได้แค่เพียงผู้ตาม แต่หากเราสร้างสิ่งที่คนไม่เคยรู้จักหรือคาดคิดมาก่อน เราก็จะเป็นผู้นำ ในหนังนั้น สตีฟ จ๊อบส์โดนไล่ออกจากองค์กรที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ เพราะไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพยายามพูด พยายามทำ แต่สุดท้ายก็ต้องไปตามตัวเขากลับมาเพราะองค์กรนั้นขาดผู้นำอย่างนี้ไม่ได้ ดูหนังจบแล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังจริงจังกับสิ่งที่ทำอยู่ ขอบอกว่าคนจะไม่ค่อยเข้าใจคุณหรอกค่ะ แต่อย่ายอมแพ้ต่อกระแสสังคม ถ้าวันนั้นสตีฟ จ๊อบส์ยอมแพ้และเลิกเชื่อในสิ่งที่เขาเชื่อ ในวันนี้เราคงไม่มีไอโฟนสารพัดรุ่นออกมาให้ใช้อย่างทุกวันนี้แน่ๆ
ต๊าย ตาย.... คิดภาพไม่ออกเลยนะเนี่ยว่าชีวิตจะเป็นยังไง หุหุหุ
.......................................
(หมายเหตุ เมื่อคนดีไม่เก่ง... คนเก่งก็ไม่ดี : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



