บันเทิง

มองนอกดูใน - ศิลปะ...ศิลปิน...กับความมหาศาลแห่งพลัง...เพื่อสาวิกาสิกขาลัย

มองนอกดูใน - ศิลปะ...ศิลปิน...กับความมหาศาลแห่งพลัง...เพื่อสาวิกาสิกขาลัย

28 ม.ค. 2552

เช้าของวันที่ 21 มกราคม ในฤดูหนาวที่อากาศเริ่มอุ่นขึ้น ศิลปินหลายท่าน อันได้แก่ ช่วง มูลพินิจ, ธงชัย รักปทุม, กัญญา เจริญศุภกุล, วิจิตร อภิชาติ เกรียงไกร, พรชีวิน มะลิพันธ์ และ จันทนา แจ่มทิม ได้เดินทางไปที่เสถียรธรรมสถานพร้อมหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกรุณ

 เหตุที่เหล่าศิลปินเลือกตาลปัตรเป็นเครื่องมือในการนำความสามารถของเขามาถ่ายทอดความคิดและปรัชญาทางธรรมผ่านงานศิลปะก็คือ เป็นอุปกรณ์ที่พระสงฆ์ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ตั้งแต่เกิดจนตาย ฉะนั้นเมื่องานศิลปะอยู่บนตาลปัตร ก็เท่ากับเป็นการเชื่อมโยงธรรมะกับศิลปะเข้าด้วยกัน...
 ที่แน่นอนว่า ตาลปัตรแต่ละลาย...มีเพียงหนึ่งเล่มในโลก !
 จุดประสงค์หลักของเวิร์กช็อปงานศิลปะบนตาลปัตรในครั้งนี้ คือ การระดมทุนสนับสนุนการทำงานของเสถียรธรรมสถาน เพื่อ ‘สาวิกาสิกขาลัย’ โดยตาลปัตรจากฝีมือของศิลปินทั้ง 50 เล่ม จะถูกนำออกประมูลใน การถ่ายทอดสด ‘สาวิกาสิกขาลัย’ ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคมนี้ เวลา 22.20 น. เป็นต้นไป ทางกองทัพบกช่อง 5 
 โดยในงานนี้ นอกจากงานศิลปะบนตาลปัตรแล้ว ยังมีงานศิลปะอันเกิดจากความตั้งใจที่เป็นกุศลที่จะสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้หญิงบรรลุธรรมของศิลปินทั้งไทยและเทศอีกกว่า 25 ชิ้น ที่จะเปิดให้ร่วมสนับสนุนได้ภายในงาน อาทิ ภาพสีน้ำ ปากเทศนา ดวงตาเห็นธรรม ของ อาจารย์ช่วง มูลพินิจ woodcut ทองคำเปลว ความรัก แม่ ลูก ของ ศาสตราจารย์ประหยัด พงษ์ดำ งานประติมากรรม แม่พระธรณี ของ อาจารย์ยิ้ม เขียนศิริ พระพุทธรูปประทานความสุข หมายเลข 9-99 หน้าตัก 9 นิ้ว ของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ภาพสีน้ำมันปิดทองบนผ้าใบ วัวกระทิง ของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ภาพสีน้ำมันบนผ้าใบ บัวเบิกอรุณ ของ อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ ภาพเขียนพู่กัน Be Beautiful Be Yourself  ของ ท่านติช นัท ฮันห์ และ ภาพเหมือนของข้าพเจ้า ฝีมือ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต
 และนี่คือบางถ้อยคำจากเหล่าศิลปิน...กับความมหาศาลแห่งพลัง...เพื่อสาวิกาสิกขาลัย
 “สำหรับภาพ ปากเทศนา ดวงตาเห็นธรรม นี้ใช้เวลาคิดนานมากก่อนจะเขียน เพราะเห็นว่าเมื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงได้บรรลุธรรมแล้ว ผู้หญิงต้องออกสอนต่อๆ ไปด้วย ส่วนภาพวาดบนตาลปัตร ที่เขียนลงบนตาลปัตรคือยันต์คำว่า ‘ละ’ เพื่อให้ผู้ที่เห็นตาลปัตรเล่มนี้เกิดสำนึกว่า อะไรจะละก่อนกัน ระหว่างกิเลสกับสังขาร เตือนว่าเราต้อง ‘ละ’ เสียบ้าง ละกิเลส โลภ โกรธ หลง ละไม่ได้ก็ให้มันน้อยลง ค่อยๆ ละ เตือนสติ ก่อนจะตาย...และการมาร่วมงาน ‘สตรีคือสติ’ ในครั้งนี้ก็เพื่อนำศิลปะมาช่วยให้สาวิกาเดินหน้าได้” อาจารย์ช่วง มูลพินิจ
 “ผมจะช่วยอะไรได้ ผมก็ต้องช่วยทางที่ถนัดในด้านศิลปะ ผมก็เอางานศิลปะไปช่วยด้วยความเต็มใจ ผลงานชิ้นนี้เล็กน้อยก็อาจจะมีประโยชน์กับสถาบันได้ เป็นสิ่งที่สืบเนื่องต่อการศึกษาเรื่องของจิตใจมนุษย์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ก็เลยได้ร่วมช่วยงานนี้ด้วยครับ” ศาตราจารย์ประหยัด พงษ์ดำ
 “ผมรู้จักกับท่านแม่ชีมานานมาก ตั้งแต่ปี 2527 ตอนนั้นยังไม่มีสาวิกาสิกขาลัย ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้นเลย แต่มีความศรัทธา ติดใจในตัวท่านแม่ชี เพราะผมเป็นช่างเขียน ย่อมจะชอบอะไรที่งดงาม ตั้งแต่ พ.ศ. 2527-2552 นานมาก แต่ท่านก็ยังคงทำงาน และทำมากขึ้นเรื่อยๆ ผมมีศรัทธาถึงความตั้งใจของท่านในการเผยแพร่ธรรมะ คือท่านมีความตั้งใจที่ดี อยากให้โลกนี้ หรืออย่างน้อยก็เมืองไทย ร่มเย็น คนเข้าใจในธรรมะ ไม่โกรธ ไม่อิจฉา ไม่ทะเลาะกัน ท่านจะพยายามแก้ไขในสิ่งที่โลกเป็น มันอาจจะแก้ไม่ได้หมด...
 “ท่านทำสื่อมากมาย มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย และต้องเหนื่อยมาก แต่ท่านก็ยอมสละเวลาทั้งชีวิตของท่าน จากวันที่ท่านยังอ่อนอยู่ ผมเองก็ยังเป็นหนุ่ม จนกระทั่งผมแก่ แน่นอนที่สุดท่านก็ต้องอาวุโสตาม แต่ท่านไม่ได้ละทิ้งในสิ่งที่ท่านตั้งใจที่จะทำให้ทุกคนมีธรรมะ...ท่านต้องการให้คนทุกคนมีดวงตาเห็นธรรม เพราะถ้าไม่มีดวงตาที่เห็นธรรม ผมว่าโลกที่มันวุ่นอยู่ตอนนี้คงจะวุ่นมากกว่านี้ จากติดใจในระยะแรกๆ เมื่อผ่านไปเป็น 10 ปี 20 ปี มันเป็นความศรัทธา ความนับถือ แทนที่จะติดใจในความงดงาม” อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต
       

"ธรรมสวัสดี"

 

สนใจร่วมสนับสนุนการทำงาน ‘สาวิกาสิกขาลัย’ โปรดติดตามชม การถ่ายทอดสด ‘สาวิกาสิกขาลัย’ ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคมนี้ เวลา 22.20 น. เป็นต้นไป ทางกองทัพบกช่อง 5 และขอเชิญชมงานศิลปะ ‘สตรีคือสติ’ ได้ที่เสถียรธรรมสถาน ตั้งแต่วันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2552