
ยุคลิขสิทธิ์เพลง'เฟื่องฟู'รับรู้ได้ว่า'ของฟรีไม่มีจริง'
ยุคลิขสิทธิ์เพลง "เฟื่องฟู" รับรู้ได้ว่า "ของฟรีไม่มีจริง" : สกู๊ปบันเทิง
ยุคนี้เรียกว่าเป็นยุคแห่งการเรียกร้องสิทธิ เพราะไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม การเมือง หรือแม้วงการบันเทิงการออกมาเรียกร้องสิทธิต่างๆ มีออกมาเยอะแยะมากมาย แต่สกู๊ปบันเทิง "คม ชัด ลึก" วันนี้จะหยิบยก "ลิขสิทธิ์เพลง" มาเป็นเรื่องที่จะมาเจาะลึกและพูดถึงกัน จริงๆ เรื่องของลิขสิทธิ์เพลงไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่ของวงการบันเทิงแต่อย่างใด แต่ในยุคของการเรียกร้องสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ สวนทางกับนิยาม "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า" ที่ใช้ในการโปรโมท ทำให้เรื่องนี้ถูกพูดถึงกันอย่างมากหนาหู
ยกตัวอย่างเรื่องของคลื่นวิทยุในเมืองไทย เมื่อก่อนการส่งเพลงให้คลื่นวิทยุโปรโมท เป็นเรื่องของแนวทางการประชาสัมพันธ์ ไม่มีการเก็บค่าลิขสิทธิ์ในการเปิดเพลง ในทางกลับกันค่ายเพลงหรือศิลปินอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขอให้ทางคลื่นนั้นๆ เปิดเพลงของเขา เพื่อให้เป็นที่รู้จัก แต่ยุคนี้คลื่นวิทยุ จะต้องมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลง ที่เปิดให้ค่ายเพลง คลื่นวิทยุทุกคลื่นจะต้องมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงให้ค่ายเพลง บางคลื่นจ่ายน้อย บางคลื่นจ่ายมาก
ขอหยิบยก 3 คลื่นยักษ์ใหญ่ ในตลาดธุรกิจวิทยุอย่าง "ซี้ด 97.5 เอฟเอ็ม" รวมไปถึงคลื่นในเครือ "เอไทม์ มีเดีย" และคลื่น "93 คลู ฟาเรนไฮต์" โดยขอพูดถึงคลื่นวิทยุ ที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์มากกว่า อย่างเช่นคลื่นที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ค่ายเพลง อาทิ "ซี้ด 97.5 เอเอฟ" คลื่นซี้ดอยู่ภายใต้ อสมท ที่ไม่ได้มีค่ายเพลงสนับสนุน ทำให้ซี้ดต้องมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ทุกค่ายเพลง เนื่องจากเป็นคลื่นที่เป็นกลาง เปิดเพลงของทุกค่าย ทุกแนว ซี้ดมีการลดทอนการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ได้บ้างจากการที่หันมาให้โอกาสศิลปินอินดี้ที่ทำงานเพลงด้วยตัวเอง และส่งเพลงมาเพื่อโปรโมทและประชาสัมพันธ์
หันมามองคลื่นที่เสียค่าลิขสิทธิ์น้อยกว่าคลื่นอื่นอย่างคลื่นของ "เอไทม์" และคลื่น "คลูฯ" เหตุผลเพราะมีบริษัทแม่เป็นค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" และ "อาร์เอส จำกัด (มหาชน)" ซึ่งถ้ามองในมุมปกติ "เอไทม์-คลู" มีต้นทุนในเรื่องของลิขสิทธิ์เท่าเทียมกัน แต่ความแตกต่างอยู่ที่ว่าถ้าสังเกตดีๆ แล้วคลื่นคลู มีการเปิดเพลงต่างค่ายมากกว่าคลื่นของเอไทม์ เพราะฉะนั้นต้นทุนของคลู เลยมีมากกว่าเอไทม์ ลองไล่เรียงการเสียค่าลิขสิทธิ์เพลงของ 3 คลื่นวิทยุยักษ์ใหญ่ คลื่นที่เสียมากที่สุดคือ "ซี้ด" รองลงมาคือ "คลูฯ" และคลื่นที่เสียน้อยที่สุดคือ "เอไทม์"
ทาง "ธี" สุธี ฉัตรรัตนกุล ผู้บริหารคลื่น "คลู 93 ฟาเรนไฮต์" ได้กล่าวถึงเรื่องของลิขสิทธิ์เพลงในธุรกิจคลื่นวิทยุ ว่าค่าลิขสิทธิ์เป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่ทางคลื่นวิทยุต่างๆ ต้องยอมรับ
"จะเห็นได้ว่าคลื่นคลูฯ เปิดเพลงต่างค่ายกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เหตุผลเพราะเราไม่ได้อิงตามค่าย ซึ่งการเปิดเพลงของเราไม่ได้อิงกับธุรกิจของบริษัทอาร์เอสฯ คลื่นคลูฯ เราถือว่าเราเป็นสื่อๆ หนึ่ง เรามีทิศทางที่ชัดเจนในเรื่องของการทำธุรกิจ เราต้องทำธุรกิจ ที่ป้อนตลาดในวงกว้าง เราเชื่อว่าคนฟังจริงๆ อาจจะไม่รู้เลยว่า เพลงที่เปิดอยู่ในปัจจุบันเป็นเพลงของค่ายไหน เพราะฉะนั้นเรื่องค่ายไม่ได้มีความสำคัญ มันขึ้นอยู่กับเพลงที่เปิดอยู่ มันถูกใจคนฟังหรือเปล่า มาถึงเรื่องของลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งต้นทุนของคลื่นวิทยุในปัจจุบัน
คลื่นวิทยุทุกคลื่น จะต้องมีต้นทุนตรงนี้ เข้าไปเพิ่มในยุคสมัยนี้ อย่างคลื่นคลูฯ อาจจะโชคดีอย่างหนึ่ง คือเรามีเพลงของบริษัทแม่อย่างอาร์เอสฯ ทำให้เราไม่ต้องเสียต้นทุนตรงนี้ ต่างจากคลื่นเพลงอื่นที่ไม่ได้มีค่ายเพลงสนับสนุน ทำให้อาจจะต้องจ่ายในตรงนี้ให้กับทุกค่าย แต่ที่บอกไปก่อนหน้านี้ ว่าเราเปิดเพลงต่างค่ายในเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าการเปิดเพลงของบริษัทแม่ เพราะฉะนั้นข้อได้เปรียบตรงนี้ของเรา ไม่ได้เป็นดีกว่าคนอื่นเท่าไหร่นัก" ผู้บริหารคลูกล่าวปิดท้าย
การเสียค่าลิขสิทธิ์เรียกว่าเป็นต้นทุนที่สูงที่หากคลื่นวิทยุไหนรับมือไม่ได้ อาจจะต้องยอมยกธงขาวถอยทัพให้ธุรกิจเพลง เพราะในยุคสมัยนี้เปลี่ยนไป ไม่มีแล้วคำว่าของฟรี ตอนนี้ต้องท่องใหม่ว่า "ของฟรี ไม่มีในโลก"
.......................................
(หมายเหตุ



