
13ปีกับความสำเร็จบทสรุปคอนเสิร์ตใหญ่'เบน'
13 ปีกับความสำเร็จบทสรุปคอนเสิร์ตใหญ่'เบน' : ดนตรี
“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ประโยคนี้คงเหมาะที่สุดกับนักร้องคุณภาพที่ชื่อ “เบน” ชลาทิศ ตันติวุฒิ เพราะใครจะไปเชื่อว่าตลอด 13 ปีที่อยู่ในวงการเพลง เขาคนนี้ไม่เคยมีคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองเลย แต่ตอนนี้หนุ่มเบนกำลังมีคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 13 ปี ซึ่งเบนบอกว่าการมีคอนเสิร์ตคือความฝันอันสูงสุดของการเป็นนักร้อง โดยตั้งชื่อคอนเสิร์ตนี้ว่า “Born to be BEN” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี คอนเสิร์ตนี้มีการเปิดตัวแขกรับเชิญแล้ว ดังนี้ เจนนิเฟอร์ คิ้ม “อ๊อฟ” ปองศักดิ์ รัดเกล้า อามระดิษ ป๊อด โมเดิร์นด็อก และวง บี 5 ที่มี “โต๋” ศักดิ์สิทธิ์ คิว วงฟลัว “เค้ก” อุทัย และ มาเรียม อัลคาลาลี่
มีโอกาสได้พูดคุยเรื่องคอนเสิร์ตนี้กับ “เบน” ซึ่งนักร้องหนุ่มเล่าว่า ชีวิตปกติของนักร้องในสมัยนี้ ร้องเพลงมาปีสองปีก็มีคอนเสิร์ตแล้ว แต่เขาร้องเพลงมา 13 ปี นี่คือคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิต ซึ่งตลอดเวลาได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องการทำคอนเสิร์ตมาหลายครั้ง แต่ก็ผิดหวังในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่าง เคยคิดไว้ว่าคงไม่มีแล้วคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเอง แต่แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่จะเติมเต็มความสมบูรณ์ในการเป็นนักร้อง
“อุปสรรคที่ผ่านมา ทำให้เราเข้าใจได้หนึ่งอย่างเลยคือเรื่องจังหวะ ไทม์มิ่งของผลงานชิ้นหนึ่งมันจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทุกๆ อย่างมันคลิกลงตัวพอดี ตอนนี้เบนว่ามันน่าจะเป็นเวลาที่ทุกอย่างมันลงตัวพอ หลายๆ ครั้งที่คุยเรื่องคอนเสิร์ตแล้วโปรเจกท์พับไป ก็มีท้อ เพราะมันเลื่อนมาเรื่อยๆ มันจะมีปัญหานั่น ปัญหานี้มาตลอด แต่เพราะความใฝ่ฝันของศิลปิน ที่ว่าจากโนเนมก็อยากมีเพลงเป็นของตัวเอง ซึ่งความฝันสำเร็จไปหนึ่งเปราะ ต่อด้วยอยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ก็ผ่านมาแล้ว อยากไปร้องเพลงแล้วมีคนชื่นชอบ อันนี้ก็มีแล้ว แต่ว่ามันยังไม่สมบูรณ์เลย ถ้ามันยังไม่ปิดด้วยคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเอง ซึ่งวันนี้เราจะได้เป็นศิลปินเต็มตัว นอนตายตาหลับแล้ว” เบนกล่าว
นักร้องคนดังเสริมอีกว่า พอรู้ว่าจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเอง ความกดดันถาโถมมามากมาย และด้วยสถานที่ ซึ่งเป็นฮอลล์ใหญ่ ที่เรียกว่าจุคนได้มากที่สุดด้วยแล้ว ความกังวลว่าจะมีคนมาดูเต็ม อย่างที่ทาง “บีอีซี เทโร มิวสิค” ต้นสังกัดคาดหวังไว้หรือเปล่า แต่เมื่อบัตรคอนเสิร์ตทยอยถูกขายไปเรื่อยๆ จนตอนนี้เกือบจะหมดแล้ว ทำให้มั่นใจมากขึ้น
“จริงๆ มันเป็นศักดิ์ศรีของเรานะ ถ้าคนไม่เต็มเราคงเสียความรู้สึก ซึ่งมันเป็นศักดิ์ศรีของบริษัทนะ คือเขามั่นใจเราแค่ไหนเขาถึงจัดพื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ และเพราะเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของเรา เราอยากกลับไปสู่ความเรียบง่ายที่สุดเลย จริงๆ แล้วโปรดักชั่นตูมตามๆ มันมีอยู่แล้ว แต่ว่าที่เราคิดไปเป็นคีย์หัวใจหลักของคอนเสิร์ตเราคือเราอยากให้ช่วงเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง 3 ชั่วโมงในคอนเสิร์ตนั้น เดี๋ยวนี้หาศิลปินซักคน จัดคอนเสิร์ตโดยที่ยืนอยู่กับแฟนเพลงของเขาทั้ง 3 ชั่วโมง เราอยากจะยืนอยู่บนเวทีนั้นให้นานที่สุด เราอยากจะลงเวทีให้น้อยที่สุดเพราะว่ามันมีเวลาอยู่แค่ 2 ชั่วโมงกว่าเอง นี่คือโจทย์ที่เราตั้งไว้ในคอนเสิร์ตนี้” เบนเผย
ก่อนจะปิดท้ายให้ฟังว่า ตลอด13 ปีที่ทำงานเพลงในวงการเพลงมา เขาคือศิลปินที่มีอัลบั้มแค่อัลบั้มเดียว และสิ่งที่ทำให้เขายังอยู่ได้ คือความจริงใจในการทำงาน เพราะสำหรับเบนแล้วการร้องเพลงคืออาชีพ คืองานที่เขารัก เขาเลยอยากทำในสิ่งที่เขารักให้ดีที่สุดในทุกๆ ครั้งที่เขาขึ้นโชว์ ไม่ว่าโชว์นั้นจะเป็นโชว์เล็กหรือโชว์ใหญ่



