
'ขบคิดขีดเขียน:กฎของความเจ็บปวด'
'กฎของความเจ็บปวด' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ
หลังๆ มานี่ยอมรับว่าตื่นเช้ามาแล้วบางครั้งแอบหมดแรงกับสิ่งที่จะต้องเจอะเจอต่อไป ในชีวิตประจำวัน ด้วยความที่หญิงยศทำงานอยู่กับคนมากมาย และคนนี่แหละคือสิ่งมีชีวิตที่ทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่ด้วยได้ยากที่สุด
ขึ้นชื่อว่าคน มันก็บอกอยู่แล้วว่ามัน “คน” กันให้เละไปหมด บางวันก็คนเอาอารมณ์ดีเข้ามา บางวันก็คนเอาปีศาจร้ายเข้ามาด้วย บางทีก็คนถี่ทั้งดีทั้งร้าย เล่นเอาคนข้างๆตั้งรับไม่ทัน ตั้งรับไม่ถูก
คนหรือมนุษย์เรานะคะ ขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อน หลายคนใช้ความซับซ้อนนี้ไปในทางที่ดีที่ถูกก็รอดตัวไป แต่ส่วนใหญ่มักนำมาใช้ในทางที่ผิด หญิงยศเชื่อว่าคงมีหลายคนที่ต้องเผชิญกับเพื่อนร่วมงานที่ซับซ้อนจนยากเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้
คนเหล่านี้มีความต้องการอะไรมักไม่พูดออกมาตรงๆ แต่จะใช้วิธีการสลับซับซ้อน เช่น ปั่นคนนี้ให้ไม่ชอบคนนั้น ส่งไลน์หาคนนี้แล้วก๊อบปี้มาให้อีกคนอ่าน (แน่นอนเป็นการตัดเฉพาะตอนที่ตัวเองดูดี) ทำดีกับอีกคนให้เป็นพวกแล้วรุมอีกคน วันๆ เรียกว่าเวลาหมดไปกับการปั่นหัวชาวบ้านชาวช่องเขาให้วุ่นวายไปหมด
คนเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นหัวโจกในสถานที่ต่างๆ แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ใช่หัวโจกหรอกค่ะ เขาคือ “คนที่กำลังเจ็บปวด” อยู่ต่างหาก
ล่าสุดหญิงยศไปโบสถ์กับคุณสามี และได้ฟังอาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์พูดถึงเรื่อง “กฎของความเจ็บปวด” ไว้อย่างน่าฟัง เลยอยากเอามาแบ่งปันให้ฟังกันค่ะ เผื่อเราจะมีวิธีจัดการกับมนุษย์ที่กำลังเจ็บปวดเหล่านั้นได้ดีขึ้น
1.คนที่กำลังเจ็บปวดมีอยู่มากมาย ในอเมริกา หนึ่งในสี่คนจะมีภาวะไม่สมดุลในตัวเอง หากคุณมีเพื่อนสามคน แล้วเขาดูปกติดี ก็เป็นไปได้ว่าคนที่ไม่สมดุลอยู่นั้นอาจเป็นตัวคุณเองก็ได้
2.คนที่กำลังเจ็บปวดมักทำให้คนอื่นเจ็บปวด มีคำเขียนไว้ว่า “ถ้าคุณเกลียดใครคนหนึ่ง คุณกำลังเกลียดบางสิ่งในตัวเขาซึ่งแท้จริงก็เป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณเอง!” อะไรก็ตามที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเราย่อมไม่อาจทำให้ตัวเราเจ็บปวดได้ และคนที่มีความเจ็บปวดมากที่สุดมักทำร้ายคนอื่น
3.คนที่กำลังเจ็บปวดมักรู้สึกเจ็บปวดเพราะคนอื่น หากเขาเป็นคนที่เจ็บปวดอยู่ ไม่ว่าคุณจะเข้าไปหาเขาด้วยเจตนาดีหรือร้าย มันสามารถทำร้ายเขาได้ทั้งนั้น
4.คนที่กำลังเจ็บปวดมักทำให้ตัวเองเจ็บปวด คนเหล่านี้คิดแต่จะทำร้ายคนอื่นแต่สุดท้ายมันจะกลับมาทำร้ายตัวเขาเองเสมอ
การจะจัดการกับคนเหล่านี้ได้ อย่างแรกคือต้อง “เมตตา” ค่ะ และอย่ารับเอาความเจ็บปวดนั้นมาเป็นเรื่องของเรา เราไม่ต้องไปเพิ่มความเจ็บปวดให้แก่เขา แต่ให้มองผ่านตัวคนเหล่านี้ไป มุ่งไปที่ตัวปัญหาและค่อยๆ แก้ไข หากช่วยเหลือเขาได้ก็ทำ
หลายครั้งคนที่เจ็บปวดเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของความเกลียดชัง หลายครั้งตัวเรารู้สึกโกรธ รู้สึกเกลียดคนบางคนอย่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย แล้วเราก็เฝ้าบอกตัวเองว่าเพราะเราไม่ได้รักคนคนนี้ เราเกลียดเพราะเขาไม่มีค่าอะไรกับเรา อันนั้นหญิงยศขอบอกว่าผิดถนัด ตราบใดที่เรายังเกลียดใครคนใดคนหนึ่งอยู่นั้น แปลว่าเรายังให้คุณค่ากับเขาอยู่มากค่ะ
คนชอบพูดว่าสิ่งที่ตรงข้ามกับรักคือเกลียด ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย หากยังเกลียดก็แปลว่ายังรัก เกลียดมากก็รักมาก มีคำฝรั่งเขาว่าไว้ “The opposite of Love id Not Hate, but Indifference.” สิ่งที่ตรงข้ามกับรักไม่ใช่เกลียด แต่คือความรู้สึกเฉยๆ…
วันหนึ่งถ้าเรามองหน้าคนเคยรักได้ด้วยความรู้สึกว่างเปล่าเมื่อไหร่ นั่นคือเราหมดรัก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องไม่ดีนะคะ หญิงยศมองว่าความรู้สึกเฉยๆ นี่แหละคือผลพวงจากการให้อภัยและเป็นจุดเริ่มต้นของความเมตตาที่เราพึงมีให้เพื่อนมนุษย์ได้
เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจคนที่เจ็บปวดที่พยายามทำร้ายเราอยู่ ให้อภัยเขา ไม่ให้เขามามีบทบาทใดๆ ในชีวิตเราได้แล้ว ลองตรวงทานดูว่าเราเมตตาพอหรือไม่ที่จะยื่นมือไปช่วยดึงเขาออกจากความเจ็บปวดเหล่านั้น หากคำตอบคือไม่ อย่ารู้สึกแย่กับตัวเอง ให้สะบัดบ๊อบไปอย่างสวยๆ เพราะสุดท้าย ความสุขของใคร ก็เป็นเรื่องในความความรับผิดชอบของคนนั้น อยากจมปลักหน้าย่นอยู่กับความเกลียดชัง บางครั้งซูเปอร์วูแมนอย่างดินก็ช่วยไม่ได้จริงๆ
ขอลาไปแฮปปี้กับชีวิตก่อน สวัสดีค่ะ…
.......................................
(หมายเหตุ 'กฎของความเจ็บปวด' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)



