บันเทิง

'แอฟเฟล็ค' กับบทเจ้าพ่อโป๊กเกอร์

'แอฟเฟล็ค' กับบทเจ้าพ่อโป๊กเกอร์

22 ก.ย. 2556

บันเทิงวันอาทิตย์ : 'แอฟเฟล็ค' กับบทเจ้าพ่อโป๊กเกอร์ ใน 'Runner Runner'

 

                           ใกล้ลงโรงภาพยนตร์เต็มทีสำหรับภาพยนตร์เรื่อง "Runner Runner" ผลงานจากผู้กำกับ แบรด เฟอร์แมน โดยเรื่องนี้ได้ เบน แอฟเฟล็ค นักเขียนและผู้กำกับที่ชนะรางวัลออสการ์มาแล้วถึงสองครั้ง ได้ร่วมแสดงกับ จัสติน ทิมเบอร์เลค และเจมมา อาร์เทอร์ตัน ทิมเบอร์เลค ซึ่งบทที่เขาได้รับนั้นเป็นมหาเศรษฐีจากเกมโป๊กเกอร์ทางออนไลน์ ไอแวน บล็อค ซึ่งอาณาจักรของเขาในคอสตาริกานั้นเป็นฉากหลังของเรื่องราวซับซ้อนซ่อนเงื่อน ว่าด้วยการล่อลวง อาชญากรรม และการบงการชักใย สำหรับ แอฟเฟล็ค นี่คือบทที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ และนี่คือบทสัมภาษณ์พิเศษของ เบน แอฟเฟล็ค เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้

 

@ ส่วนตัวแล้ว คุณรู้จักแวดวงโป๊กเกอร์ดีแค่ไหน

                           เบน แอฟเฟล็ค: ผมคงพูดไม่ได้หรอก ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเต็มร้อย แต่ผมก็มีประสบการณ์ จากตอนที่เริ่มมีเกมไพ่โป๊กเกอร์ทางออนไลน์ ผมเล่นมาเยอะ และรู้ว่าเป็นเรื่องง่ายมากที่จะถูกโกง ผมเห็นเว็บไซต์ต่างๆ ถูกปิดลงเพราะการโกง ผมได้ยินเรื่องราวของคนที่ใช้กลโกง และเข้าใจดีว่า สภาพแวดล้อมแบบนั้น มันเหมาะมากสำหรับการเอาเปรียบคนอื่น ผมก็เลยเลิกเล่น และไม่แนะนำให้ใครเล่นการพนันทางออนไลน์ เพราะมีวิธีการมากมายที่จะทำให้คุณได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม

 

@ ในฐานะที่คุณเป็นนักเล่นโป๊กเกอร์มาก่อน จึงทำให้คุณสนใจบท ไอแวน บล็อค

                           เบน แอฟเฟล็ค : คือตัวผมเข้าใจโลกของโป๊กเกอร์อยู่แล้วด้วย  เลยคิดว่าจะสามารถนำเอารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มาใช้ได้ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาสองสามเดือนไปศึกษาใหม่ ผมเคยเล่นโป๊กเกอร์ทางออนไลน์ แล้วก็หยุดเล่นไป เพราะคิดว่ามันมีการโกงกันแน่ๆ ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ สามารถนำเสนอให้ผู้ชมเห็นสิ่งที่ผู้ชมไม่เคยรู้มาก่อน ผมมองว่านั่นล่ะคือหัวใจสำคัญ เวลาไปดูหนังผมอยากให้คนทำหนังแสดงให้ผมเห็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามเนื้อแท้ที่มันเป็นซึ่งผมไม่สามารถเข้าถึงได้

 

@ น่าประหลาดใจที่คุณยังคงรับบทบาทการแสดงอยู่ ขณะที่ทำงานกำกับไปด้วย อยากทราบว่ามีหลักเกณฑ์เลือกบทในการแสดงอย่างไร

                           เบน แอฟเฟล็ค : ผมเลือกโดยตั้งคำถามว่า ‘อะไรที่ว่าน่าสนใจ อะไรที่ผมอยากทำ’ ส่วนหนึ่งมาจากแรงกระตุ้นในการทำ สิ่งที่แตกต่างอยู่เสมอ แล้วงานนี้ก็แตกต่างโดยสิ้นเชิง จากเรื่องอื่นๆ ที่ผมทำมาในช่วงไม่กี่ปีหลัง เป็นเรื่องดี ที่ได้มาเล่นหนัง ที่ไม่ใช่หนังล่ารางวัล ไม่ใช่หนังที่จริงจังมากนัก มันเป็นหนังที่เน้นความสนุกตามสูตรของมัน มันเป็นเรื่องของการจุ่มตัว เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวและสนุกไปกับมัน ผมถึงได้เลือกรับบทในเรื่องนี้ ในหนังอีกเรื่องที่เริ่มถ่ายทำอยู่ (Gone Girl) ผมได้ทำงานกับเดวิด ฟินเชอร์ ในอนาคตข้างหน้า สิ่งที่ผมอยากทำคือการพยายามหาจุดสมดุลระหว่างหนังในกระแสกับหนังที่จริงจัง ถึงแม้ผมจะคิดว่าคุณต้องจริงจังกับงานทุกงานเมื่อได้ตัดสินใจแล้วว่าจะลงมือทำ

 

@ คุณคุ้นเคยกับงานของ แบรด เฟอร์แมน (ผู้กำกับฯ) หรือเปล่า

                           เบน แอฟเฟล็ค : ครับ ผมว่า Lincoln Lawyer สนุกดีนะ และเห็นได้ชัด ว่าเขามีความเข้าใจในเรื่องสไตล์ ซึ่งผมว่าสำคัญมากในหนังเรื่องนี้ เขามีสไตล์ภาพ สไตล์ในแง่จังหวะ ซึ่งผมคิดว่าสำคัญมากในหนังเรื่องนี้ ถ้าหนังให้ภาพ และสัมผัสที่แบนเรียบ คุณก็จะไม่รู้สึกถึงพลัง และความลึกลับในแวดวงนี้ แบรดมีมุมมองเป็นพิเศษ เรื่องการใช้ดนตรีอิเล็กทรอนิกแดนซ์ เขาคุ้นเคยกับวงการนั้นและอยากนำมันมาใช้ในหนัง ตอนแรกผมอยากยืนยันให้แน่ใจว่าเขาเป็นคนที่ชอบนักแสดงและการแสดง ผมก็เลยโทรหาไบรอัน แครนสตัน ซึ่งเล่นใน Lincoln Lawyer และไบรอันก็พูดแต่เรื่องดีๆ เกี่ยวกับแบรด

 

@ ได้แสดงร่วมกับ จัสติน ทิมเบอร์เลค รู้สึกอย่างไรบ้าง

                           เบน แอฟเฟล็ค :  ผมทึ่งในตัวจัสติน เพราะทุกๆ วันเราจะค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่เขาทำได้ดีมาก เขาร้องเพลงได้ เต้นได้ เขียนเพลงได้ คิดท่าเต้นได้ เล่นบาสเกตบอลเก่งเป็นบ้า เป็นนักกอล์ฟฝีมือเยี่ยม แล้วยังเล่นสกีได้สุดยอด ผมชื่นชมในชื่อเสียงที่จัสตินได้รับ เขาเป็นนักร้องในวงบอยแบนด์ตั้งแต่ยังเด็ก แต่ไม่นานเขาก็ปีนป่ายออกมาจากจุดนั้นได้ด้วยการแสดงให้เห็นความสามารถที่ล้นเหลือ เขาแสดงให้คนเห็นว่าไม่เพียงแต่ต้องจับตามองเขาให้ดีๆ เท่านั้น แต่เขาเป็นหนึ่งในศิลปินคนสำคัญที่เรามีอยู่ ผมประทับใจในเรื่องนี้และในผลงานของเขา เขาเป็นมืออาชีพมากๆ ฉลาดเกินอายุ เก่งในแทบทุกเรื่อง และทุ่มเทสุดๆ

 

@ แก่นหลักของหนังเรื่องนี้ที่ต้องการสื่ออะไร

                           เบน แอฟเฟล็ค : ผมหวังว่า ตัวหนังจะแสดงให้เห็นว่าแนวคิดของการแสวงหาความร่ำรวยอย่างมืดบอดนี้นำไปสู่การผุกร่อนทางศีลธรรมที่ทำให้เราต้องสูญเสียจิตวิญญาณ และทำให้คนอื่นๆ ต้องสูญเสียโอกาสในการแสวงหาเป้าหมายในชีวิตของตนเองอย่างที่ควรจะเป็น

 

                           ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่เมืองไทย 26 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์