
บทสัมภาษณ์สุดท้าย...ก่อน'สายัณห์'สิ้นลม
บทสัมภาษณ์สุดท้าย... ก่อน'สายัณห์'สิ้นลม : ทีมข่าวบันเทิงรายงาน
การจากไปชั่วนิรันดร์ของขุนพลเพลงลูกทุ่ง "พี่เป้า" สายัณห์ สัญญา หลังพ่ายแพ้ต่อ "มะเร็งที่ตับอ่อน” ทว่าเสียงแหบเสน่ห์ยังก้องอยู่ในใจแฟนเพลงเสมอ นี่คือบันทึกของทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ที่เกาะติดอาการป่วยของ "พี่เป้า" ทุกวัน เป็นเวลาร่วมสองเดือน
โดยปกติ "สายัณห์" กินอยู่ค่อนข้างมีแบบแผน โดยเฉพาะกินอาหารเช้า และกลางวัน เมนูโปรดชอบที่สุด คือ กะเพราเนื้อเผ็ดๆ ราดข้าว โปะไข่ดาว รองลงมาเป็นหนูนาสับผัดใบกะเพรา
ในช่วงที่รุ่งโรจน์บนเส้นทางสายลูกทุ่ง "สายัณห์" ถือเป็นนักชิมตัวยง ถ้ารู้ว่าร้านไหนมีอะไรอร่อยจะต้องไปชิม เพื่อพิสูจน์คำเล่าลือด้วยตัวเอง หลายครั้งที่ไปกันแค่ 2 คน แต่สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ใช่ว่าเป็นการโอ้อวดความร่ำรวย แต่อยากลิ้มรสให้รู้ว่า ”อร่อยจริง” สมคำโฆษณาที่ติดไว้หรือไม่
บรรยากาศเหมือนในอดีตหวนกลับมาอีกครั้ง... ในช่วงที่ "ขวัญใจคนเดิม" รักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลธนบุรี บางโอกาสได้พากองทัพ "นักข่าว" เดินสายทัวร์นกขมิ้นไปไหว้พระที่วัดไร่ขิง ระหว่างทางตั้งใจแวะกินก๋วยเตี๋ยว "นายเงี๊ยบ" ย่านพุทธมณฑลสาย 3 แม้ร่างกายในวันนั้นจะไม่แข็งแรง และกินอะไรได้น้อยลง
"เมื่อก่อนเวลาพี่ไปคอนเสิร์ตที่ไหน ถ้าผ่านถนนเส้นนี้ ต้องแวะมากินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ประจำ มันอร่อย เรากินมาทุกที่แล้ว ที่ว่าอร่อยๆ ก็สู้ที่นี่ไม่ได้ เธอลองกินดู" พี่เป้าพูดถึงก๋วยเตี๋ยวร้านโปรดด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ใบหน้าเปี่ยมด้วยความสุข
อย่างไรก็ตาม "สายัณห์" ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับ "คม ชัด ลึก” ถึงนาทีที่รู้ข่าวร้ายว่าป่วยด้วยโรคมะเร็ง
“เธอรู้ไหมว่า พี่ทำใจรับมันได้ เราจะไปกังวลมากทำไม อยู่ไปแค่ไหนก็แค่นั้น คีโม (การรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด) เวลาให้มันเจ็บแสบตัวไปหมด ร่างกายเราสู้มันไม่ได้หรอก เก็บเงินไว้ให้ลูกเรียนดีกว่า"
นั่นเป็นเหตุผลที่ขุนพลเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ปฏิเสธการรักษาด้วย ”คีโม” ตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาล ทำให้สามยัณห์วาดระแวงอย่างยิ่งเวลาที่หมอมาตรวจ และเจาะเลือดเพื่อจะวินิจฉัยอาการ จึงพยายามบอกคนใกล้ชิดให้พากลับบ้าน และมักอารมณ์หงุดหงิดทุกครั้ง เมื่อถูกปฏิเสธหรือคัดค้านจากครอบครัว รวมทั้งผู้จัดการ จนคนภายนอกมองว่าเขา ”ดื้อรั้น” ไม่ยอมฟังใคร
เหมือนจะรู้ชะตาชีวิตตัวเองว่ามีเวลาเหลือน้อยลง สายัณห์ได้เรียกครอบครัว และ มานิตย์ อังกินันทน์ ผู้จัดการ ให้มารับฟังสิ่งที่เขาห่วง พร้อมทั้งฝากผู้จัดการที่ไว้ใจที่สุดเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ คือ เรื่องแรก อยากให้ครอบครัวมีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ซึ่งเล็งไว้ที่ย่านราชพฤกษ์-พระราม 5 เรื่องที่สอง อยากให้ช่วยบวชลูกชายที่ชื่อ "บิ๊ก" เวสารัช ดีเสมอ และเป็นห่วง “เฟิร์ส” ภัทรกัญญา ดีเสมอ ลูกสาวคนเล็ก ที่กำลังอยู่ในวัยเรียน เรื่องที่สี่ จัดงานศพให้ดีที่สุด และเรื่องสุดท้าย ให้นำกระดูกไปไว้ใกล้ๆ กับกระดูกแม่บุญช่วย
ช่วงเวลานั้น วรรณพร สัมฤทธิ์ พร้อมลูกๆ ต่างวิตกกังวลและใจคอไม่สู้ดีนัก แต่ต้องกดความรู้สึกเอาไว้เพื่อเป็นกำลังใจเคียงข้างสามี
“พี่บอกกับพี่เป้าว่า ไม่ต้องคิดอะไรมาก พี่กับลูกๆ จะสู้ต่อไป พี่จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้พี่เขาหาย พี่พร้อมลูกๆ ทุกคนจะสู้ จะเป็นกำลังใจให้พี่เป้าให้ถึงที่สุด ให้พี่กินยาตามที่หมอสั่งเท่านั้น" วันนั้น วรรณพรให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า
เมื่อไม่เอา “คีโม” วรรณพร จึงหาทางออกด้วยการรักษาด้วยแพทย์ทางเลือก หรือ “สมุนไพร” ด้วยความหวังว่าสามีที่รักจะอาการดีขึ้น ไม่เจ็บปวด และยืดชีวิตไปได้อีกระยะหนึ่ง ดังนั้นสารพัดน้ำสมุนไพรยี่ห้อต่างๆ ทั้งที่โฆษณาผ่านทางทีวีดาวเทียม วิทยุชุมชน และบรรดาอาจารย์จอมขมังเวทย์ต่างทยอยนำสารพัดผลิตภัณฑ์มาให้สายัณห์ทดลองถึงที่โรงพยาบาล กระทั่งครอบครัวและผู้จัดการต้องขอร้องว่า ให้นำไปฝากไว้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เพราะเยอะมากจนไม่รู้จะกินยี่ห้อไหนดี
ในเรื่องนี้ นพ.ประสิทธิ์ เจียรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ในฐานนะแพทย์เจ้าของไข้ และ นพ.วชิรบุณย์ ศาสตระรุจิ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลธนบุรี ยืนยันว่า สามารถรักษาควบคู่กันได้ แต่สมุนไพรต้องไม่มีสารสเตียรอยด์
จากนั้นในงาน "คอนเสิร์ตแซ่บ แชนแนล" ที่พระประแดงอาเขต จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา วรรณพรได้พบกับดีเจปากกล้าคนหนึ่ง ได้แนะนำหมอสมุนไพรคนหนึ่ง และเริ่มขั้นตอนการรักษาทันทีหลังสายัณห์ออกจากโรงพยาบาลธนบุรี
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรักษาด้วยการกิน "สมุนไพร" ของลูกทุ่งขวัญใจคนเดิมที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน ขณะนั้นอาการของสายัณห์ทรงๆ ทรุดๆ เอาแน่นอนไม่ได้ เพราะมะเร็งลามสู่อวัยวะภายในของร่างกาย ทำให้ระบบต่างๆ เริ่มรวน แต่ที่สุดแล้วสายัณห์ก็บอกกับคนใกล้ชิดว่า "ไม่ได้ผล พี่ยังไม่มีแรงเหมือนเดิม ไม่ดีขึ้น จึงเลิกรักษาด้วยสมุนไพร”
เมื่อรักษาด้วย”สมุนไพร”ไม่ได้ผลครอบครัวก็ยังไม่ละความพยายาม โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน และอยู่ระหว่างการทดลองค้นคว้า รอจดสิทธิบัตรโดยแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลที่ได้จากผู้เป็นเจ้าของ บอกว่าสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นคนใกล้ชิดหวังว่าจะสามารถช่วยยืดชีวิตสายัณห์ให้อยู่กับครอบครัวและแฟนเพลงต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง
ทุกครั้งที่ผู้เป็นภรรยาให้สายัณห์กิน “จุลินทรีย์" อาการเหมือนจะกระเตื้องขึ้น กินอาหารได้หลายคำขึ้นก็จริง แต่อาการของมะเร็งยังคงลุกลามอยู่ภายในอย่างต่อเนื่อง เหมือนไม่สะทกสะท้อนต่อ “จุลินทรีย์"
ในช่วง 10 วันสุดท้าย ก่อนที่ "เป้า" สายัณห์ จะจากแฟนเพลงไป "ทีมข่าวคม ชัด ลึก” ได้เห็นภาพของ ”ปิ๋ม” วรรณพร พยายามป้อน “จุลินทรีย์" ด้วยการใส่ในไซริงก์ ส่วนผู้เป็นสามีได้แต่ส่ายศีรษะไปมา เป็นสัญญาณว่า "หยุดเถิดพี่พอแล้ว" แม้ทั้งคู่จะแยกกันอยู่มาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ทว่าสร้างความสงสาร พร้อมทั้งลุ้นและเอาใจช่วยให้ได้ผล จวบจนวันที่มะเร็งลุกลามไปที่ไตมากขึ้น ระบบการทำงานของร่างกายเริ่มวิกฤติ โดยเฉพาะระบบการหายใจ จนแพทย์ต้องรีบนำเข้าฟอกไตเพื่อยืดชีวิต เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่จะช่วยสายัณห์ได้ในเวลานั้น เพราะมันคือช่วงท้ายสุดของคนเป็น "มะเร็งตับอ่อน" ระยะสุดท้าย
สำหรับ "ปิ๋ม" วรรณพร ยังมีความหวัง เธอยังพยายามนำ “จุลินทรีย์” ป้อนสามีที่ดูอ่อนแรงตัวเหลืองอยู่ในห้องไอซียู หลังจากหมอพาสายัณห์ออกจากห้องไอซียู ทุกอย่างเหมือนจะไม่มีอะไร
กระทั่งเวลา 11.30 น. วันที่ 11 กันยายนนี้ ระหว่างที่ทีมแพทย์โรงพยาบาลธนบุรี แถลงข่าวอาการอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของ นพ.ประสิทธิ์ ก็ดังขึ้น ก่อนที่ นพ.ประสิทธิ์จะรีบผละออกจากห้องแถลงข่าวรีบตรงไปที่ห้อง 8108 ชั้น 8 ตึกเดียวกัน จากนั้นแพทย์ได้นั่งแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ตามมาติดๆ ว่า "สายัณห์เริ่มมีอาการหายใจช้าลง และไม่สะดวก มีเสมหะมาก" หลังจากนั้นหมอได้แจ้งต่อครอบครัวว่า มะเร็งได้ลุกลามไปที่ตับ ไต ม้าม จนหมดแล้ว ตอนนี้ได้แพทย์ได้ให้ออกซิเจนโดยใช้หน้ากากครอบจมูก
ทั้งนี้ ก่อนการแถลงข่าวคอนเสิร์ต “วันอำลาขวัญใจคนเดิม สายัณห์ สัญญา” ครั้งสุดท้าย ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 กันยายน ที่เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ ขวัญใจคนเดิม "สายัณห์ สัญญา" ก็จากแฟนเพลงไปด้วยอาการสงบท่ามกลางอ้อมกอดของครอบครัว เมื่อเวลา 12.03 น. วันที่ 11 กันยายน ทิ้งไว้เพียงความสุขแห่งเสียงเพลงที่มอบไว้ให้คนไทยฟังตลอดไป
หลับให้สบาย...นะ ขวัญใจคนเดิม....
..........
(หมายเหตุ : บทสัมภาษณ์สุดท้าย... ก่อน'สายัณห์'สิ้นลม : ทีมข่าวบันเทิงรายงาน)



