
เอกเขนกดูหนัง:เกรียนฟิคชั่น
เกรียนฟิคชั่น : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
ในความเห็นของผม นอกจาก “ตั้งวง” แล้ว หนังไทยประจำปี 2556 ที่ดีที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง ณ เวลานี้ คือ “เกรียนฟิคชั่น” ความเหมือนในหนังทั้งสองเรื่องคือ ทั้งคู่ต่างดำรงสถานะเป็นหนังวัยรุ่น ที่ไม่ได้เล่นสนุกกับการบอกเล่าความรักความหลังในห้วงเวลาอันหวานชื่นในชีวิต แต่กลับสื่อสารความรู้สึกง่อนแง่น คลอนแคลน การตั้งคำถามต่อสังคม และการค้นหาความหมายในชีวิต ที่สำคัญทั้ง “ตั้งวง” และ “เกรียนฟิคชั่น” ต่างเป็นหนังวัยรุ่นที่โตเกินตัว เป็นหนังวัยรุ่นที่มีความคิดอ่านเป็นผู้ใหญ่และตั้งคำถามต่อผู้ใหญ่ในสังคมของพวกเขา เนื้อหาสาระที่เข้มข้น จริงจัง อีกทั้งยังสื่อสารอย่างมีชั้นเชิง ทำให้หนังวัยรุ่นทั้งสองเรื่องนี้ สมควรได้รับการยกย่องถึงความตั้งใจ และเป็นหนังที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ควรจะได้ดูในฐานะบทบันทึกทางสังคมวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยที่น่าสนใจ แต่ที่น่าเศร้าคือ ทั้งสองเรื่องต่างก็ไม่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้
“เกรียนฟิคชั่น” เล่าถึงกลุ่มเพื่อนเด็กมัธยมปลาย 4 คน ในจังหวัดเชียงใหม่ที่ชอบถ่ายคลิปวิดีโอแล้วอัพโหลดขึ้นยูทูบ เริ่มจากคลิปแกล้งคนสนุกๆ จนพัฒนามาเป็นหนังสั้น มิวสิกวิดีโอ มีคนคลิกเข้าไปดูจนมียอดวิวมหาศาล ในเกรียนฟิคชั่นแชนแนล บนยูทูบ เด็กเกรียนฟิคชั่นทั้ง 4 แอบชอบสาวดาวเด่นประจำโรงเรียนชื่อพลอยดาว เธออยู่ชมรมการแสดง ที่เหล่าเกรียนกลุ่มนี้ชอบเข้าไปดูเธอซ้อมละคร และอยากอยู่ใกล้ๆ ถึงขั้นยอมลงทุนสมัครเข้าชมรมขอไปเล่นเป็นตัวประกอบ พลอยดาวเป็นสาวเรียบร้อยมาก
ในระหว่างเล่นละคร เธอไม่ยอมถูกเนื้อต้องตัวชายใดเด็ดขาด พระเอกในเรื่องถึงกับต้องเอากะเทยมาเล่น แต่เก้งกวางนางนั้นก็ไม่พอใจถอนตัวออกไป หนทางเดียวที่กลุ่มเกรียนเห็นว่าจะได้ใกล้ชิดและมีโอกาสแตะเนื้อต้องตัวพลอยดาว คือการทำตัวเป็นตุ๊ด เพื่อที่จะได้เล่นเป็นพระเอก และผู้โชคดีคนนั้นคือ "ตี๋" หนึ่งในก๊วนกลุ่มเกรียนฟิคชั่นนั่นเอง แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนเปลี่ยนไป เกิดขึ้นในวันที่ละครเปิดการแสดง เมื่อถึงฉากสำคัญที่พระเอก นางเอก ต้องประสานมือกัน ความเกร็งของไอ้ตี๋ และความหวงเนื้อหวงตัวจนเกินเหตุของพลอยดาว ทำให้เกิดอุบัติเหตุเล็กๆ ระหว่างแสดง เมื่อตี๋ พลาดเผลอไปกระชากเสื้อของพลอยดาวหลุดกลางเวที ท่ามกลางสายตาคนนับร้อยในโรงละคร
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่โจษจันกันในโรงเรียน และทำให้พลอยดาวอับอายไม่มาเรียนนานนับสัปดาห์ ที่สำคัญมันกลายเป็นตราบาปของตี๋ที่ไม่ว่าจะพยายามขอโทษเท่าไหร่ พลอยดาวก็ไม่ยอมให้อภัย ซ้ำร้ายเขาถูกเพื่อนๆ และอาจารย์แดงต้อยคู่ปรับขับออกจากชมรม กลุ่มเกรียนฟิคชั่นทั้ง 4 เลยไปสมัครเข้าชมรมหนังสั้น เวลาผ่านไป เหมือนจะเยียวยาแผลในใจของตี๋กับพลอยดาวได้บ้าง ทั้งคู่มีโอกาสกลับมาเล่นละครด้วยกันแต่ก็คลาดกันไป เพราะปัญหาของ "ทิพย์" พี่สาวคนสำคัญในครอบครัวเพียงคนเดียวของตี๋ จากนั้นทั้งคู่ก็มีโปรเจกท์สำคัญร่วมกันคือช่วยกันทำหนังสั้นก่อนจบ มีพลอยดาวเป็นนางเอก โมน เพื่อนในกลุ่มเกรียนฟิคชั่นเป็นพระเอก โอ๊ต กลุ่มเกรียนอีกคนรับหน้าที่กำกับ ส่วนตี๋นั้นเขียนบท แต่หนังถ่ายไม่ทันจบ ก็เกิดความไม่เข้าใจกัน ตี๋หนีออกจากกองถ่ายกลับมาบ้าน ก้อยเพื่อนสาวมาตามตัว ระหว่างปรับความเข้าใจกันนั้น ทิพย์มาเห็นทั้งคู่อยู่กันสองต่อสองจึงเกิดเข้าใจผิดและตะเพิดน้องชายออกไปจากบ้าน เหตุการณ์ครั้งนี้เกือบจะเปลี่ยนชีวิตตี๋ไปตลอดกาลเมื่อเขาหนีเตลิดเปิดเปิงไปไกลถึงพัทยา หายหน้าจากกลุ่มเพื่อนและการเรียน พบเจอเพื่อนใหม่และสังคมที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
เกรียนฟิคชั่น พูดถึงสังคมร่วมสมัยด้วยการใช้โลกโซเชียลมีเดีย เป็นศูนย์กลางของตัวละคร ตั้งแต่การรวมตัวกันของก๊วนเกรียนฟิคชั่น นำพาพวกเขาให้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ เป็นตัวเขย่าสถานการณ์ให้บานปลาย ทั้งในฉากเสื้อหลุดของพลอยดาวในละครเวที มีคนถ่ายคลิปเธอแล้วโพสต์ในโซเชียลมีเดียจนเพื่อนๆ ดูกันทั้งโรงเรียน หรือฉากมายาของอาจารย์แดงต้อย ที่เพื่อนตี๋แอบถ่ายคลิปไว้จนทำให้เขาพ้นผิด ไม่เพียงเท่านั้นโลกโซเชียลมีเดียยังทำให้ตัวละครต้องพรากจาก และกลับมาพบเจอกันได้อีกครั้งในวันเวลาที่ตัวละครเติบโตทางความคิดและทัศนคติที่มีต่อโลก จากการเรียนรู้สังคมในอีกมิติ
แม้หนังจะพูดถึงชีวิตวัยรุ่นและความสัมพันธ์ของเพื่อนในมุมเดิม อย่างเรื่องมิตรภาพ ความรัก แต่การพาตัวละครไปเผชิญโลกกว้าง ที่มีทั้งความสว่างสดใสในครั้งเรื่องแรก และด้านมืด หม่นทึบในครึ่งเรื่องหลัง (ตั้งแต่ซีเควนซ์ที่ตี๋หนีไปพัทยา) ทำให้หนังวัยรุ่นเรื่องนี้ไม่ธรรมดา แถมยังสะท้อนภาพมิติทางสังคมที่หลากหลายทั้งเรื่องของครอบครัว (โดยเฉพาะครอบครัวตี๋) ชีวิตที่พลาดพลั้งของวัยรุ่น เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ ที่วุฒิภาวะของเธออาจจะยังไม่พร้อมเผชิญกับความรับผิดชอบของอีกชีวิต...เกรียนฟิคชั่น ยังพูดถึงวัยรุ่นในอีกมิติ โดยเฉพาะเรื่องการอยากมีตัวตน อยากมีคนเห็นความสำคัญ มีที่อยู่ที่ยืนในสังคมของพวกเขา อาการน้อยใจของตี๋ ที่ทำให้เขาตัดสินเดินหนีออกจากกองถ่ายหนังสั้น จนทำให้ชีวิตพลิกผันระหกระเหิน
สะท้อนมุมมองนี้ได้เป็นอย่างดี และที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นมากๆ คือการแสดงของนักแสดงทุกคน ไม่น่าเชื่อว่านักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ๆ หลายคน จะมีความสามารถทางการแสดงที่เรียกได้ว่า "ยอดเยี่ยม" ไม่เพียงพวกเขาจะสื่อความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนได้สนิทกลมเกลียวได้อย่างสมจริงสมจัง จนเชื่อว่าเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ แล้ว หลายๆ คนยังสามารถรักษาระดับการแสดงที่ไม่มากไม่น้อยและเข้ากันได้กับโทนอารมณ์ของแต่ละฉากในหนัง ทั้งตัวละครหลักอย่าง ตี๋ หรือทิพย์ กระทั่งตัวละครสมทบเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม
เป็นที่น่าสังเกตว่าหนังวัยรุ่นไทยในปีนี้ ล้วนมีมุมมองน่าสนใจทั้งสิ้น ตั้งแต่การนำเรื่องราวคลาสสิกมาตีความใหม่ผ่านตัวละครวัยรุ่นอย่างพี่มากพระโขนง, คู่กรรม มาถึงหนังที่นำโดยตัวละครวัยรุ่น แต่กลับสะท้อนมุมมองทางสังคมได้อย่างเฉียบคมอย่าง ตั้งวง และหนังที่พูดถึงวัยรุ่น โดยวัยรุ่น ผ่านมุมมองผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ตั้งหน้าเทศนาสอนสั่น หากแต่เก็บความรู้สึกเปลี่ยนผ่านช่วงวัยเหล่านั้นมาให้ได้ดูกันอย่าง “เกรียน ฟิคชั่น” หากไม่นับรวมพี่มาก พระโขนง หนังวัยรุ่นดีๆ เหล่านั้น กลับถูกหมางเมินไปอย่างน่าเสียดาย
.......................................
(หมายเหตุ เกรียนฟิคชั่น : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม )



