บันเทิง

ทีวีสีรุ้ง:'ทำกันเถอะ'

ทีวีสีรุ้ง:'ทำกันเถอะ'

18 ก.ย. 2556

'ทำกันเถอะ' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์



          ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับถังเบียร์ สุดยอดนักล่าฝันประจำซีซั่นที่ 10 ที่จบไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แล้วก็ยินดีกับเอเอฟทุกคนตั้งแต่ซีซั่นที่ 1 จนถึงซีซั่นนี้ว่าอย่างน้อยก็มีโอกาสตามล่าทำฝันให้เป็นจริง

          สำหรับอ้อมไม่ว่าจะซีซั่นไหน มันจะมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างที่นอกเหนือจากการแข่งขันเพื่อไปถึงจุดมุ่งหมาย ที่บางซีซั่นโหวตกันเอาเป็นเอาตาย เพราะกลัวคนที่เรารักอยู่ต้องปากเหว คือเราได้เห็นความรักของครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันหลักในสังคมค่ะ

          จริงๆ แล้วการประกวดไม่ว่าจะเวทีไหนก็ตาม มันจะมีความปรารถนาในความสำเร็จ การเป็นกำลังใจ การสนับสนุนซึ่งกันและกันของครอบครัว ที่เราได้เห็นอยู่บ่อยๆ บางทีอาจจะเป็นลูกที่อยากจะทำฝันให้เป็นจริง พ่อแม่ก็ช่วยผลักดัน หรือบางทีลูกเองก็รู้ว่าฝันนั้นเป็นของพ่อแม่ก็อยากจะทำมันให้สำเร็จ เพื่อให้พ่อแม่มีความสุข สิ่งเหล่านี้มันทำให้เห็นว่าครอบครัวเป็นส่วนที่ทำให้คนคนหนึ่ง มีทัศนคติยังไงกับตัวเองต่อสังคม

          จะว่าไปเราเรียนรู้อะไรจากการแข่งขันบ้าง บางคนก็ทำให้ลูกเห็นว่าทำไปเถอะลูก ทำตามฝันให้เต็มที่ แพ้ชนะไม่ใช่เรื่องใหญ่ สำคัญที่ลูกมีความสุขกับมันก็พอ แต่ในขณะที่บางครอบครัวจะทุ่มเท่าไหร่ไม่อั้นเพื่อชัยชนะของลูก ผลที่ได้อาจไม่เหมือนกันเนื่องจากการลงทุนและทัศนคติของพ่อแม่ที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งอ้อมเชื่อว่ามันเกิดมาจากความรักค่ะ แต่อันนี้ต้องติดตามกันต่อไปว่า ความรักที่ดีควรแสดงออกแบบไหน จะเป็นการทำร้ายกันในระยะยาวหรือเปล่าเพราะหลายทีรักแบบไม่ลืมหูลืมตามันก็นำมาซึ่งความเจ็บปวด

          การสอนลูกมันคงไม่ใช่แค่พูดให้ลูกฟังกันปาวๆ แต่ตัวพ่อแม่เองกลับทำตัวสวนทาง เช่นสอนให้ลูกมีน้ำใจนักกีฬา แต่พอลูกแพ้ก็ได้แต่หัวฟัดหัวเหวี่ยง สอนให้ลูกเป็นคนดีแต่พ่อแม่นั่งนินทาว่าร้ายคนอื่น สอนให้ลูกอภัยคน แต่ถ้ามีใครมาทำไม่ดีใส่ พ่อแม่ก็พูดว่าจำไว้นะ ถ้ามีโอกาสจะเอาคืน หรือเมื่อลูกมีปัญหาพ่อแม่กระโจนเข้าแก้ไม่ปล่อยให้เจ้าตัวเรียนรู้ที่จะแก้ไข โอย..สารพัดมีอีกเยอะ....ตายแล้ว...จาก เอเอฟ มาเป็นเรื่องพ่อแม่ได้ไงเนี่ย...

          ไหนๆ ก็ไหนๆ ว่าด้วยเรื่องสถาบันครอบครัวเลยแล้วกันนะคะ ที่ผ่านมาอ้อมมีโอกาสดูรายการ ศึก 2 บ้าน เป็นวันที่ผู้ร่วมรายการคือ คุณจตุรงค์และลูกสาวคือน้องเฟิร์น ไปกับอาร์ตี้ ช่วงที่หนอนบ่อนไส้ (พิธีกรภาคสนาม) เข้าไปเยี่ยมบ้านพี่รงค์ เห็นส่วนของห้องออกกำลังกายแล้วนำมาเป็นคำถาม ว่า มีใครรู้บ้างมั้ยว่าซิกแพ็ก 3 รูปที่ให้ดูเนี่ย รูปไหนเป็นของพี่รงค์ พอน้องเฟิร์นตอบว่ามั่นใจกับคำตอบเพราะเป็นคนถ่ายรูปให้พ่ออยู่บ่อยๆ อ้อมนั่งยิ้มค่ะ จากนั้นก็นั่งมีความสุขต่อไปเพราะสิ่งที่พี่รงค์พูดคือ

          ใครก็แล้วแต่ ถ้าจะไม่ออกกำลังกายหรือไม่ดูแลตัวเองมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่เลือกทำแบบนี้เพราะแค่ต้องการจะอยู่กับลูกในสภาพที่แข็งแรง อ้อมว่ามันคือการทำให้ดูว่าถ้าอยากอยู่ให้ดีได้นานที่สุด ร่างกายต้องแข็งแรงก่อน ซึ่งลูกก็เห็นว่าสิ่งที่พ่อทำมันมาจากความตั้งใจ (จริงล่ะ ผลพลอยได้พ่อก็มีซิกแพ็ก หล่อเลย)


          ทำให้ย้อนคิดได้เหมือนกันนะคะว่าในขณะที่พ่อแม่บางคนพยายามทำทุกอย่างเพื่อลูก แต่ลูกๆ อย่างเราบางทีก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเพื่อพ่อแม่สักเท่าไหร่ แถมบ่อยไปที่ทำให้เสียใจด้วยซ้ำ ถึงเวลาแล้วมั้งคะ ที่จะไม่ใช่แค่พูดว่า รักนะ... แต่ไม่มีอาการอะไรยืนยันความรักหรือคำพูดเหล่านั้นซักนิด เอาเลยเถอะค่ะ ไม่ว่าเรื่องไหนการลงมือทำสำคัญกว่าคำพูดเสมอ ว่ามั้ย??

.......................................
(หมายเหตุ 'ทำกันเถอะ' : คอลัมน์ ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)