บันเทิง

ขบคิดขีดเขียน:'ยูนิฟอร์ม... ตรอมใจ'

ขบคิดขีดเขียน:'ยูนิฟอร์ม... ตรอมใจ'

17 ก.ย. 2556

'ยูนิฟอร์ม... ตรอมใจ' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ




          ทำไมต้องใส่ยูนิฟอร์ม??? มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรียนดีหรือไม่ดีซะหน่อยเลย!!

          เออนะ... มันก็กลายเป็นประเด็นกันขึ้นมาอีกจนได้ แต่เอาเป็นว่าหญิงยศจะไม่พูดสรุปไปทางใดทางหนึ่ง แต่จะขอแชร์เรื่องราวจากประสบการณ์ส่วนตัวนิดหน่อยก็แล้วกันค่ะ

          จำได้ว่าตั้งแต่เล็กแต่น้อย สิ่งที่ทำให้ตื่นเต้นมากที่สุดในวันเปิดเรียนก็คือการได้ใส่ชุดนักเรียนชุดใหม่จากอนุบาลมาถึงชั้นประถม มาถึงยุคคอซองผมสั้นติ่งหู เครื่องแบบเนตรนารี มาจนถึงชุดเครื่องแบบมัธยมปลาย กระโปรงยาว เข็มขัดห้อย (ผิดระเบียบทั้งสิ้น) จนมาเข้ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เรียนจบจนไปเรียนต่อไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกาในโรงเรียนสอนทำอาหาร ก็ยังต้องผูกพันกับเครื่องแบบอยู่ดี แถมคราวนี้ต้องซักรีดคราบสกปรกจากการทำอาหารด้วยตัวเองทุกอาทิตย์ หญิงยศภูมิใจฝุดๆ ที่จะประกาศว่าหลังจากสองปีในโรงเรียนทำอาหาร หญิงยศจบมาด้วยเสื้อเชฟที่คงความขาวสะอาดเหมือนใหม่มากที่สุด!!! สิ่งหนึ่งที่มองย้อนกลับไปที่ชุดเครื่องแบบทุกชุดที่เคยใส่มาคือความภาคภูมิใจในการได้เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันที่มีบุญคุณในการหล่อหลอมตัวเราเองขึ้นมา การใส่ชุดเครื่องแบบเป็นเหมือนกฎกติกาที่เตือนให้เราเฝ้าทำตัวให้ดี อย่าให้มีอะไรมาทำให้สถาบันของเราต้องมัวหมอง

          แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือจนกระทั่งทุกวันนี้ หญิงยศไม่เคยจำได้เลยว่าเพื่อนสมัยประถมและมัธยมนั้น ใครรวยมากหรือน้อยกว่ากัน หรือต่อให้รู้ก็ไม่ค่อยได้สนใจ เพราะถึงแม้บางคนจะมีเงินในกระเป๋ามากกว่าหน่อยหรือมีถุงผ้าซานริโอ้ (ฮิตมากตอนนั้น) หลายลายสลับสับเปลี่ยนมาใช้ แต่เมื่อเก็บทุกอย่างลงกระเป๋า ทุกอย่างก็ดูเหมือนกันและเท่าเทียม ทั้งเสื้อ กระโปรง กางเกง ถุงเท้า รองเท้า และกระเป๋านักเรียนที่แบนแต๊ดแต๋

          พอเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัย เราก็ยังใส่ชุดยูนิฟอร์มเหมือนกันอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างกันก็เริ่มมีเข้ามาบ้างแล้วค่ะ สำหรับนักศึกษาชายก็คือนาฬิกา รองเท้า และยี่ห้อรถที่ขับมาเรียน ส่วนฝ่ายหญิงก็คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากกระเป๋าถือค่ะ เอาง่ายๆ ว่าทันทีที่มีความแตกต่างเหล่านี้เข้ามา เรื่องดรามาในชีวิตก็ตามเข้ามาทันที ในสมัยที่หญิงยศเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เป็นช่วงที่กระเป๋าหลุยส์วิตตองรุ่นขนมจีบเป็นที่นิยมกันถล่มทลาย และเป็นยุคที่เริ่มมีการนำเสนอข่าวเด็กนักศึกษาไปเช่ากระเป๋าแบรนด์เนมมาถือ หรือหนักข้อขึ้นก็คือนักศึกษายอมขายตัวเพื่อแลกกับค่ากระเป๋า!
    
          หญิงยศได้พูดคุยกับหลายๆ คนรอบตัวเกี่ยวกับเรื่องของการประท้วงไม่ใส่ชุดนักศึกษา โดยถามไปกลางๆ ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ส่วนใหญ่ได้คำตอบมาว่า ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกการใส่ชุดนักศึกษา เพราะมันจะยิ่งเน้นให้เห็นความแตกต่าง ความเหลื่อมล้ำ ความจริงที่น่าเศร้าก็คือเรากำลังใส่เกียร์เดินหน้าพุ่งเข้าใส่การเป็นสังคมวัตถุนิยมกันอย่างรวดเร็ว เราตัดสินคนจากกระเป๋าที่เขาถือ ยี่ห้อนาฬิกาที่เขาใส่ รถใครแพงย่อมได้ที่จอดรถที่สะดวกสบายมากกว่า

          นอกจากนี้สังคมเรายังโดนแบ่งแยกข้างฝ่ายด้วยสีเสื้อ ด้วยความเชื่อทางการเมือง สถานศึกษาคือสถานที่ที่เข้าไปเพื่อค้นหาตัวเอง ไม่ใช่ที่ที่เราเข้าไปเพื่อแสดงอัตตา หากทุกคนลากเอาความแตกต่างและเหลื่อมล้ำเหล่านี้เข้าไปด้วยแล้วล่ะก็ การศึกษาหาความรู้น่าจะกลายเป็นเรื่องรองๆ ลงมาโดยไม่รู้ตัว

          จริงอยู่ที่คนที่อยากให้ใส่ชุดเครื่องแบบส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ที่เรียนจบมาแล้วทั้งนั้น แต่คนกลุ่มนี้แหละค่ะที่เขากำลังมองหาพลังความสามารถของคนรุ่นต่อๆ ไป แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมาส่วนมากคือเด็กรุ่นใหม่ๆ นั้น ต่อให้มีความรู้ความสามารถมามากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปก็คือความอดทนอดกลั้นต่อสิ่งที่ทำให้ไม่ชอบใจ

          สำหรับหญิงยศนี่คือสิ่งที่สำคัญมาก มันคือเส้นบางๆ ที่กั้นกลางระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ มือสมัครเล่นและมืออาชีพ นั่นก็คือการอดทนอยู่กับสิ่งที่อาจไม่ถูกใจเรามากนัก เพราะในโลกนี้ เมื่อคุณก้าวออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยแล้วนั้น มันจะมีสิ่งที่เข้ามาขัดใจคุณอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บางวันมาทุกชั่วโมง บางทีวัดหน่วยเป็นนาที เราจะทนต่อแรงเสียดทานเหล่านี้ได้อย่างไร ถ้าคุณยังทนอยู่กับเรื่องเล็กๆ อย่างการใส่เครื่องแบบไม่ได้? ไม่ชอบใส่เครื่องแบบ งั้นประท้วงสิ! เพื่อนร่วมงานนินทา งั้นลาออกสิ! ความอดทนขั้นพื้นฐานกับการอยู่ในเครื่องแบบที่ไม่ได้ทำร้ายอะไรคุณเลย คุณแค่เบื่อ ไม่ชอบ ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวอะไร ฉันโตแล้ว ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรอยู่ ไม่ต้องมาบอกไม่ต้องมาบังคับ

          การเอ่ยปากว่าฉันไม่ใช่เด็ก ก็คล้ายๆ กับการที่คนเมาชอบพูดเสมอๆนั่นแหละค่ะว่า "ฉัน... ม่ายมาว"

.......................................
(หมายเหตุ 'ยูนิฟอร์ม... ตรอมใจ' : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หญิงยศ)