บันเทิง

ข้างหลังป้า ... 45 ปี (4)

ข้างหลังป้า ... 45 ปี (4)

16 ก.ย. 2556

ข้างหลังป้า ... 45 ปี (4) : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม

                 ความตื่นเต้น เวิ่นเว้อ สับสน สติแตก ... และสิ่งต่างๆ ที่ไม่เป็นอารมณ์ปกติของคนทั่วไปจะสามัคคีกันมารวมอยู่ในตัวเราตอนขึ้นคอนเสิร์ต

               "แค่คืบเท่านั้น ฉันให้งงงันไม่กล้าเอ่ย ..." เสียงนุ่มหูอันคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรี๊ดลั่นรอยัลพารากอนฮอลล์ของเหล่าบรรดาคุณยาย คุณย่า คุณป้า คุณอา ที่พร้อมใจกันมานั่งเมื่อยหมอนรองกระดูกกันในงานคอนเสิร์ตนี้

               "แค่คืบเท่านี้ น้ำใจไมตรีมีให้ตระหนัก ..." ฉันผลัดเสื้อผ้าจากกางเกงมาเป็นกระโปรงทรงสุ่มยุคปริศนาเดินฝ่าควันขาวจากน้ำแข็งแห้งดุ่ยออกมายืนร้องข้างๆ พี่นก ฉัตรชัย ที่ทำตัวแข็งอยู่ใกล้ๆ ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรือตื่นกลัวหน้าฉันกันแน่ ... ตอนจบ ครูอาร์ต ผู้ออกแบบท่าเต้น (Chorographer) บอกให้ฉันจับมือพี่นกอ้อมมากอดตัวเองไว้ ... ในช่วงเวลานั้นฉันควรจะได้อิงแนบแอบอกอุ่นของพระเอกระดับประเทศที่ประชาชนเพศหญิงกรี๊ดกันทั่วเมืองในยุคตี๋ใหญ่ แต่ ... เอาความจริงป่ะ ... คุณพี่นกทำตัวแข็งกว่าเก่าอีกนิดนึง ดูฉันจะหมุนตัวเต้นรูดเสาแล้วล่ะค่า!

               ผละจากพี่นก ฉัตรชัย ไปหาแขกรับเชิญรุ่นลูก "พอร์ช ศรัณย์" ... อยากเป็นคนนั้น คนที่เธอรักกันสุดหัวใจ อยากเป็นคนนั้นคนที่ได้มีเขาข้างกาย ... แต่ไม่รู้ต้องทำยังไง ไม่รู้ต้องทำแค่ไหนเธอจะรักกัน ... "กรุณาฟังแต่เสียง อย่ามองหน้าเพราะจะผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม เพราะนี่มันรุ่นลูกอ่ะค่าคุณตำรวจ รุ่นลูกจริงๆ นั่นแหละ หลานชายของฉัน อายุ 27 - 28 ปี พอร์ชเพิ่งจะ 20 คุณพระคุณเจ้า! กว่าจะโตใช้งานได้เกรงว่าคุณป้าจะจำอะไรไม่ได้แล้วอ่ะสิ อะไรที่ทำไปแล้วกินไปแล้วก็ต้องมาทวงถามเอากับพอร์ชว่า ... " ฉันยังไม่ได้กิน ฉันยังไม่ได้ทำ ฉันหิว ... ว ... "

               ว่าไปแล้วฉันก็เลือกแขกรับเชิญสนองความชอบของตัวเอง ไม่ให้ทำจังหวะนี้แล้วจะให้ทำเวลาไหน ทั้งเตี่ยและแม่ฉันชอบพอร์ชมาก นั่งจ้องดูกันมาไม่รู้กี่เรื่อง ตั้งแต่ลูกผู้ชายไม้ตะพด ไปจนถึง หยกเลือดมังกร กลับบ้านไปในช่วงละครของพอร์ชกำลังออกอากาศทั้งเตี่ยและแม่ไม่สนใจจะคุยกับฉันจนกว่าจะพักโฆษณาจนฉันต้องนั่งดูไปด้วยจนติด ... ถือว่าทำเพื่ิอบุพพการีละกันนะ

               ถึงคราวแขกรับเชิญที่คุ้นเคยกันที่สุดคนหนึ่งบนเวทีคอนเสิร์ตของฉันทั้ง 3 ครั้ง ... โก๊ะตี๋ ผู้ชายอ้วนเตี้ยที่ดีทั้งคารมและอารมณ์ สคริปต์ที่เขียนเตรียมไว้ให้จะถูกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะ เพราะเขาจะมากับมุขสดที่ใครต่อใครไม่คาดคิด ... แม้แต่ฉัน โดนเข้าไปแต่ละดอกขำงอก่องอขิงตายอยู่บนเวทีนั่นแหละ นานๆ ทีจะสวนกลับได้สักดอกสองดอกจะได้นอนตาหลับเวลากลับถึงบ้าน การชิงไหวชิงพริบเกิดขึ้นระหว่างกันนั่นแหละที่ฉันเรียกมันว่า ... ความสนุก ตั้งแต่ตอนซ้อมมาจนถึงวันจริง โก๊ะตี๋จะเป็นคนที่ตั้งใจซ้อมและจดจำ ไม่ว่าจะเนื้อเพลง หรือท่าเต้น เขาจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว อือ ... แบบนี้ใช่มั้ยที่เขาเรียกกันว่า ... พรสวรรค์ แต่กว่าจะขอคิวกันได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโก๊ะตี๋ถ่ายรายการหลายรายการม ไหนจะรับทั้งงานอีเว้นท์ และโรดโชว์ต่างๆ อีกนับไม่ถ้วน นี่ยังไม่รวมงานที่ไปด้วยความสนิทสนมส่วนตัวอีกหลายๆ งาน ไม่รู้ว่ามันเอาเวลาที่ไหนไปหลับไปนอน ขนาดคอนเสิร์ตวันสุดท้าย (วันอาทิตย์ 28 ก.ค.56) กว่าจะมาถึงสถานที่ก็เล่นเอาทีมงานเอไทม์โชว์บิซลุ้นกันตีนหงิก! ต้องส่งคนไปรับมาจากงานแต่งงานของน้องรักของโก๊ะตี๋ ... ตั๊ก บริบูรณ์ ซึ่งจัดที่ร.ร.แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ อยู่ใกล้กันกับพารากอนนิดเดียว ไม่ได้กลัวความใกล้ไกลแต่กลัวโอ้เอ้ แต่ถึงอย่างไรโก๊ะก็มาทันเวลา มายืนรอคิวอยู่ข้างเวที ... เฮ้อ! โล่งอก

               ฉันไม่รู้ว่าโก๊ะตี๋ไปเอาข้อมูลอะไรมาพูดมาคุยมาขำบนเวที แต่ที่รู้ๆ โดนทุกดอก! ฉันเองยืนหัวเราะจนน้ำตาไหล คงต้องรอดูดีวีดีคอนเสิร์ตที่กำลังจะออกมา วันเสาร์ (27 ก.ค.) เป็นมุขสดที่ปล่อยออกมากระจาย ส่วนวันอาทิตย์ก็เป็นอีกมุขขำกันไปคนละอย่างคนละเรื่อง ก็ไม่รู้ว่าจะตัดต่อออกมาเป็นอย่างไร รู้แค่ว่ายังไงก็ขำ!

               "นอกจากแม่หนูแล้ว ... ก็มีแต่มึงนั่นแหละอีเจ๊ ... ที่หนูรักและเคารพ" ตอนต้นจะฮากระจายแค่ไหนแต่ตอนท้ายมักจะลงมาแบบซาบซึ้งอย่างไม่รู้ตัว และนี่คือ "เสน่ห์" ของโก๊ะตี๋ ที่ดูกี่ทีก็ไม่รู้จักเบื่อ

               จะว่าไปแล้วการเป็นนักร้องที่อยู่มานานแล้วเพิ่งมามีชื่อเสียงเอาตอนแก่แบบฉัน จะอยู่ต่อไปให้คนไม่ลืม มันก็ต้องหมั่นทำงานด้านอื่นๆ ที่ยังคงเกี่ยวเนื่องกับความสามารถในเรื่องของการร้อง โดยไม่คอยพึ่งพาแค่อัลบั้มหรือ

               ซิงเกิ้ลอย่างเดียว ... ไม่งั้นฉันคงหายไปนานแล้ว ในความคิดของฉัน สื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุด คือ "ทีวี" เพราะมันฉับไว เห็นทั้งภาพ ได้ยินทั้งเสียง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูนอกจากค่าไฟ ชาวบ้านไปจนถึงไฮโซก็ได้ดูเหมือนๆ กัน มันส่งผลในวงกว้างกว่าสื่อใดๆ ยิ่งสำหรับคนโลว์เทคแบบฉัน ฉันว่าดูทีวีนี่มันง่ายสุดๆ แล้ว ... การทำงานใดก็ตามที่ออกสื่อทีวีจึงเป็นที่รู้จักได้ง่ายและขยายไปได้ไกลกว่า ... มันคงจะเป็นโชคชะตาบุญบาปและพรสวรรค์ของฉันที่ทำให้ได้มีโอกาสมาเป็นส่วนหนึ่งของรายการประกวดร้องเพลงที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงรายการหนึ่งของบ้านเรา

               "เดอะวอยซ์" คงต้องกราบขอบคุณงามๆ ทั้งพี่โอ๋ ( อาจกิจ สุนทรวัฒน์) และโอ๋ (พัฒนี จรียะธนา) ที่ให้โอกาสและเชื่อมั่นในตัวฉันให้ได้เป็นโค้ชที่มีโอกาสได้นั่งบนเก้าอี้สีแดงตัวนั้น ... การฝึกสอนและแนะนำลูกทีมมันควรจะจบไปในแต่ละซีซั่น แต่สำหรับฉันมันมีมากกว่านั้น ... ความผูกพันระหว่างโค้ชและลูกทีม ฉันหวังให้คนดูเมตตาและให้โอกาสลูกทีมฉันทุกๆ คน อย่างที่ได้ให้กับฉัน หากมีวิธีใดที่ฉันจะนำเสนอลูกทีมของฉันได้ ฉันก็จะทำให้ถึงที่สุด ... และนี่คือโอกาสอันดีในคอนเสิร์ต 45 ปีของฉันที่จะได้มีโอกาสพาลูกทีมขึ้นเวที แม้จะได้เพียงบางคนก็ตาม ...

               กบ (วีรศักดิ์) และ กลม (อรวี) ... ฉันจำได้ว่ารอบบลายออดิชั่น 2 คนนี้คือคนที่โค้ชทั้ง 4 หันเก้าอี้มา ฉันได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะพาขึ้นคอนเสิร์ตและจะไม่ทอดทิ้งกัน ครั้งนี้ก็ถือได้ว่ารักษาสัญญาแล้ว ในเพลง Stand by me ที่มี คิง (พิเชษฐ์) จากต่างทีมมาร่วมแจมอีกคน ฉันมองกบและกลมจากข้างหลัง แสงไฟบนเวทีส่องลงไปที่พวกเขา มันเป็นปลื้มมากมายคล้ายจะเป็นลม พวกเราล้วนไม่อาศัยหน้าตา ใช้แต่พรสวรรค์กันอย่างแท้จริง ขอบคุณ"เดอะวอยซ์" ที่ทำให้พวกเราได้มาเจอกัน ... พรสวรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด!

               แขกรับเชิญที่จะต้องมาร้องเพลงคู่คงไม่มีใครเข้ากับฉันทั้งเสียงและนิสัยได้ดีเท่าผู้ชาย ( เพศชาย) คนนี้ ... เบน ชลาทิศ ร้องด้วยกันทีไรฉันจะนึกถึงภาพการประลองวิทยายุทธระหว่างเอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง ... มันสวยงามในความรู้สึกทุกครั้งที่ได้ร้องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลงอะไร และเร็วๆ นี้ 5 ตุลาคม 56 ฉันกับเบนจะได้เจอกันอีกครั้งในคอนเสิร์ตครั้งแรกของเขา " ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ " ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ฉันล่ะดีใจแทนเขาจริงๆ

               แล้วเพลงชุดสุดท้ายในคอนเสิร์ตก็จลงอย่างน่าประทับใจในความรู้สึกของฉัน เพราะแขกรับเชิญคนสุดท้ายคือคนแรกที่อยู่กับฉันตั้งแต่เริ่มคอนเสิร์ต โก้ มิสเตอร์แซกแมน คนที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจและปลอดภัยทุกครั้งที่มีเขาอยู่เป็นเพื่อนฉันบนเวที ... เขาเป็นทั้งน้องชาย เพื่อนรักและเพื่อนตาย ที่ทำให้ฉันเป็นที่รู้จักด้วยเพลง "คิดถึงเธอทุกที (ที่อยู่คนเดียว)" ในอัลบั้มแรกของเขา ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าชีวิตของฉันถ้าขาดโก้ไปจะเป็นอย่างไร เพราะฉันชินกับการมีโก้อยู่เคียงข้างมาตลอด 20 กว่าปี ที่ร้องเพลง ฉันไม่เคยหมดหวังและหมดกำลังใจตราบเท่าที่ยังมีโก้อยู่ และถ้าขาดผู้แต่งเพลงคิดถึงเธอฯ ... "พี่นิ่ม สีฟ้า"ก็คงไม่มีใครรู้จัก เจนนิเฟอร์ คิ้ม และอีกเช่นกัน ... ถ้าไม่มีคนดูคนฟังที่เป็นแฟนเพลงคอยให้กำลังใจและสนับสนุนฉัน ... ฉันก็คงไม่มาไกลถึงที่ๆ ฉันยืนอยู่ตรงนี้ กราบขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่ยังรักและเมตตาฉันเสมอมา ...

               
..............................

(ข้างหลังป้า ... 45 ปี (4) : คอลัมน์เล่นหูเล่นตา : โดย...เจนนิเฟอร์ คิ้ม )