บันเทิง

คุยเรื่องรักกับ'ซึงรี'

คุยเรื่องรักกับ'ซึงรี'

14 ก.ย. 2556

คุยเรื่องรักกับ'ซึงรี' : คอลัมน์ เอเชียเอนเตอร์เทนเมน์




          แม้จะเห็นเป็นน้องเล็ก แห่งวง บิ๊กแบง  แต่ประสบการณ์เรื่องความรักของ ซึงรี ก็ท่าจะมีมากเสีย จนเจ้าตัวสามารถเอามาถ่ายทอดลงบทเพลงในมินิอัลบั้มเดี่ยวชุดที่สองของตัวเอง ในชื่อผลงานว่า “Let’s Talk About Love” ซึ่งนอกจากจะเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นการเติบโตทางด้านความคิดแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการฝีมือทางด้านดนตรีของ ซึงรี ที่ขยับจากการเป็นนักร้องธรรมดา  มานั่งเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้มของตัวเองเป็นครั้งแรกอีกด้วย


@ ได้กลับมายืนอยู่บนเวทีอีกครั้ง หลังจากหายไป 2 ปี 7เดือน รู้สึกอย่างไรบ้าง
          ซึงรี : “รู้สึกดีที่ได้กลับมาออกผลงาน ที่ประเทศบ้านเกิดตัวเองอีกครั้งครับ  ตอนนี้ก็กำลังปรับตัวให้ชินกับการทำกิจกรรมโปรโมทที่นี่(เกาหลี) อยู่  เพราะว่าหายไปทำกิจกรรมโปรโมทที่ต่างประเทศซะนาน จนแทบจะลืมบรรยากาศการทำงานที่เกาหลีไปหมดแล้ว”


@ ทำไมถึงเป็น “Let’s Talk About Love” ต้องการจะสื่ออะไรถึงแฟนเพลง
          ซึงรี : “ผมอยากจะสื่อให้เห็น ถึงอารมณ์ต่างๆของผู้ชาย ที่กำลังมีความรักครับ  ไม่ใช่แค่เฉพาะด้านเดียวเท่านั้น  แต่เป็นอารมณ์ในทุกๆด้านของความรัก ที่มีทั้ง สุขสม, ผิดหวัง, ตื่นเต้น, จากลา และอาลัยครับ ”


@ อัลบั้มชุดนี้ เป็นครั้งแรกที่คุณได้เป็นโปรดิวเซอร์เต็มตัว เทียบกับเมื่อตอนที่มีหน้าที่ร้องเพลงอย่างเดียวแล้ว มีความแตกต่างกันอย่างไร
          ซึงรี : “ผมรู้สึกกดดันมาก เพราะเป็นครั้งแรก แต่ก็ให้กำลังใจตัวเองเสมอครับ ว่าต้องทำได้แน่ หากเอาประสบการณ์ที่มีมากว่า 7 ปี กับบิ๊กแบงมาประยุกต์ใช้  สำหรับผมแล้ว หน้าที่โปรดิวเซอร์เป็นหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างในอัลบั้ม ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องเพลง  แต่ในเรื่องของมิวสิควีดีโอ, ภาพปก, ภาพโปรโมท หรือแม้แต่วัสดุที่ใช้ในการผลิตออกมาเป็นอัลบั้ม ล้วนแต่ต้องอาศัยโปรดิวเซอร์เข้ามามีส่วนร่วมด้วยทั้งนั้น ”


@ ทันทีที่ทีเซอร์ “Let’s Talk About Love” ออกมา ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทันที  ในฐานะโปรดิวเซอร์ของอัลบั้ม  คิดอย่างไรที่ตัดสินใจทำทีเซอร์เรทอาร์ 19+
          ซึงรี : “เรื่องจริงที่ต้องยอมรับ ก็คือ ไม่ว่าเพลงจะดีแค่ไหน หากขาดการโปรโมทที่ดีแล้ว ก็ไม่สามารถจะประสบความสำเร็จได้   และเพราะเป็นผลงานชิ้นแรกหลังจากที่หายไป 2 ปีกว่าๆ ผมเลยตั้งใจสร้างประเด็นร้อนขึ้นมา เพื่อให้เป็นที่สนใจของแฟนเพลง  หลังจากที่คุยปรึกษากับเหล่าทีมงานแล้ว  เราจึงได้ข้อสรุปออกมาเป็่นทีเซอร์เรทอาร์นี่แหละครับ”


@ ทราบมาว่า จีดราก้อน และ แทยัง ก็มีส่วนร่วมในเพลง “Let’s Talk About Love” ด้วยเช่นเดียวกัน ใช่หรือไม่
          ซึงรี : “ใช่ครับ  เพราะทั้งสองคน มีกำหนดการจะออกผลงานเดี่ยว ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับผม ก็เลยทำให้เราเจอกันที่ห้องอัดบ่อยๆ  ผมจึงมีโอกาสได้ปรึกษาเรื่องงานเพลงกับพี่ๆหลายครั้ง และก็ขอให้ทั้งคู่มาช่วยร้องเพลงนี้ด้วยกันครับ ”


@ จีดราก้อนเอง ก็จะออกอัลบั้มเดี่ยวเร็วๆนี้เช่นกัน  ไม่คิดว่าคุณทั้งสองคนเป็นคู่แข่งกันบ้างหรือ
          ซึงรี : “สำหรับเราแล้ว ผมไม่คิดว่ามันคือการแข่งขัน แม้เราจะออกผลงานเดี่ยว  แต่เราก็ยังคงเป็น ซึงรี และจีดราก้อนแห่งวงบิ๊กแบง  ถ้าผลงานของเรา ได้กระแสตอบรับดี มันก็ส่งผลดีต่อภาพรวมของวงบิ๊กแบงเช่นเดียวกัน ”


@ เทียบกับสมาชิกคนอื่นๆแล้ว ผลงานของคุณมีแนวดนตรีที่ค่อนข้างแตกต่างออกไป ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
          ซึงรี : “ผมคิดว่าผมเป็นคนเดียวในวง ที่ชอบทำดนตรีในแนวป็อปมากกว่าที่จะเป็นฮิปฮอป  เพราะโดยส่วนตัวคิดว่าป็อปเป็นดนตรี ที่ทุกคน ทุกวัย สามารถเข้าถึงได้ง่าย   ผมถนัดที่จะทำดนตรีในแนวที่อยากให้แฟนเพลงได้ฟัง มากกว่าจะทำดนตรีในแนวที่ตัวเองชอบครับ”
    
          อาจจะมีแนวคิดที่แปลกๆใหม่ๆ ไม่ค่อยจะเหมือนใครไปบ้าง  แต่ทุกคนก็เข้าใจ เพราะรู้ดีว่าเป็น ซึงรี  อย่างไรก็ขอให้ผลงานเดี่ยวของ ซึงรี เองประสบความสำเร็จ ไม่แพ้ผลงานชุดก่อนๆล่ะกันจ้า

.......................................
(หมายเหตุ คุยเรื่องรักกับ'ซึงรี' : คอลัมน์ เอเชียเอนเตอร์เทนเมน์)