
พบกับ'แอชตัน คุชเชอร์'ในบท'สตีฟ จ็อบส'
บันเทิงวันอาทิตย์ : พบกับ 'แอชตัน คุชเชอร์' ในบท 'สตีฟ จ็อบส์'
ใกล้ลงโรงเต็มที สำหรับภาพยนตร์เรื่อง "Jobs" ที่ใช้ชื่อภาษาไทยว่า "สตีฟ จ็อบส์ อัจฉริยะเปลี่ยนโลก" ผลงานการกำกับของ โจชัว สเติร์น ภาพยนตร์ชีวประวัติของ สตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิล ในช่วงระหว่างปี 1970 จนถึง 2000 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ สตีฟ จ็อบส์ กลายเป็นไอคอนแห่งวงการไอทีอย่างที่ทุกคนรู้จัก ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ แอชตัน คุชเชอร์ มารับบท สตีฟ จ็อบส์ โดยเขาต้องศึกษาทุกแง่มุมของสตีฟ จ็อบส์ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การห่อปาก จากวิดีโอความยาวรวม 200 ชั่วโมง และยังต้องลดน้ำหนักลงกว่า 9 กิโลกรัม เพื่อให้ทุกอย่างใกล้เคียงตัวจริงมากที่สุด และนี่คือบทสัมภาษณ์ของ แอชตัน คุชเชอร์ กับการเตรียมตัวเป็นสตีฟ จ็อบส์ ให้สมจริงที่สุด
@ อยากให้พูดถึงแรงบันดาลใจที่นำมาใช้ในการรับบทเป็น สตีฟ จ็อบส์
แอชตัน คุชเชอร์ : ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยเจอตัวจริง แต่ผมก็ชื่นชมกับผลงาน ที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นมา สิ่งหนึ่งที่คุณเรียนรู้ได้จากการแสดง คือการไม่ตัดสินตัวละคร พวกเราเป็นมนุษย์ ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย พวกเราต้องมีการตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา มีหลายครั้ง ที่ตัวตนและสไตล์การทำงานของ สตีฟ อาจดูรุนแรงและโหดร้าย แต่การตัดสินใจนั้นเอง ก็ทำให้เขาสร้างสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก ความต้องการสร้างสิ่งที่สมบูรณ์แบบ คือสิ่งที่ผมเก็บเอาไว้ในหัวตลอดเวลา ระหว่างรับบทเป็นเขา ความต้องการในการทำให้ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่ ให้เกินไปกว่าศักยภาพของตัวเอง
@ ยากลำบากแค่ไหน ในการหาข้อมูลของ สตีฟ จ็อบส์
แอชตัน คุชเชอร์ : โชคดีที่เทคโนโลยีในปัจจุบัน ช่วยให้ผมได้เห็นวิดีโอของเขามากมาย ผมพยายามเรียนรู้วิธีการพูดและการเดินอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา รวมถึงการอ่านหนังสืออัตชีวประวัติของเขาเพื่อให้เข้าใจถึงเส้นทางในการดำเนินชีวิตของสตีฟ สิ่งที่สำคัญอีกอย่าง คือบทภาพยนตร์ ที่ช่วยให้ผมเข้าใจถึงแนวคิด และความรู้สึกภายในใจของเขามากขึ้น และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมสามารถไปค้นคว้าถึงแนวเพลงที่เขาชอบฟัง รวมถึงอาหารที่เขารับประทาน และทำให้ผมลองใช้ชีวิตแบบเขาก่อนการถ่ายทำ ผมคิดว่าไลฟ์สไตล์นอกเหนือการทำงานของ สตีฟ นั้นมีความเรียบง่ายและดูสงบสุขจริงๆ
@ คุณคิดว่าสิ่งที่คนดูจะได้จากหนังเรื่องนี้คืออะไร
แอชตัน คุชเชอร์ : ผมคิดว่า สตีฟ จ็อบส์ คือผู้ชายที่น่าทึ่งที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นผู้ชายที่ธรรมดาที่สุด มันมีบันทึกสุนทรพจน์ของเขาที่บอกว่า "ถ้าคุณใช้ชีวิตด้วยการไม่ลองวิ่งชนกำแพงดูสักครั้ง คุณก็จะได้ในสิ่งที่คุณควรจะได้ แต่คุณจงรู้ไว้ว่าชีวิตมันสามารถไปได้ไกลกว่านั้น เพราะสิ่งที่รอบตัวถูกสร้างขึ้นมา โดยคนที่ไม่ได้ฉลาดไปกว่าคุณเลย คุณสามารถเปลี่ยนหรือพัฒนาทุกอย่างให้ดีขึ้นได้" นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สำคัญ มันคือหนังสำหรับคนที่มองหาเป้าหมายในชีวิต เป็นหนังที่จะกระตุ้นให้คุณทำอะไรสักอย่างกับความรู้สึกนั้น
สัมผัสกับแรงบันดาลใจและความพยายามอย่างไม่ลดละ ในการเปลี่ยนโลกที่ทุกคนเคยรู้จักพร้อมกัน 12 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น



