
'สายัณห์'ทรุดหนัก!'ไพโรจน์'ดีขึ้น
'สายัณห์'ทรุดหนัก!ตอบสนองช้าลง ขณะที่ 'ไพโรจน์'อาการดีขึ้น ไข้-ความดันลด ตอบสนองยาได้ดี
ความคืบหน้าอาการมะเร็งตับระยะสุดท้ายของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง "สายัณห์ สัญญา” ล่าสุดพบว่าอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะอื่น โดยแพทย์ลงความเห็นว่าอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องประชุมศูนย์โรคหัวใจ อาคาร 4 โรงพยาบาลธนบุรี นพ.ประสิทธิ์ เจียรกุล ผอ.ฝ่ายการแพทย์ ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ นพ.วชิรบุณย์ ศาสตระรุจิ รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ แถลงความคืบหน้าอาการของสายัณห์ สัญญา ที่นอนพักฟื้นอยู่ที่ห้อง 8018 ชั้น 8 อาคาร 4 โดยมีนางวรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยา และลูกๆ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
นพ.ประสิทธิ์ เปิดเผยว่า อาการโดยรวมของคนไข้พบว่าความดันดี ออกซิเจนในเลือดปกติ ผลการตรวจเลือดพบว่า ความแข็งตัวของเลือดช้าลง แสดงว่าการทำงานของตับไม่ดี รับประทานอาหารไม่ได้ มีอาการซึมมากกว่าเดิม น้ำในช่องท้องและตัวเหลืองหรือดีซ่านมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าการดำเนินของโรคมะเร็งแพร่กระจายไปเรื่อยๆ ส่งผลให้การทำงานของไตทำงานได้น้อยลง
"คนไข้พูดได้เพียงแค่หิว เข้าห้องน้ำ และปวดเท่านั้น แต่โต้ตอบไม่ได้ แม้จะชวนคุยก็ตาม ค่อนข้างซึมมากกว่าทุกวัน การแข็งตัวของเลือดที่ช้าลงนั้นจะทำให้มีเลือดออกได้ง่ายกว่าคนปกติ แพทย์จะต้องดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ จุดนี้เป็นเหตุของตับทำงานเสื่อมลง นอกจากนี้ยังมีอาการปวดท้อง แพทย์ได้ฉีดยาให้ 1 เข็มแล้ว รักษาแบบตามอาการเท่านั้น เพราะดูจากผลเลือดก็ไม่ดี และอาการของคนไข้ทรุดลงเรื่อยๆ" นพ.ประสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าท้องบวมมากขึ้นจำเป็นต้องเจาะเอาน้ำออกหรือไม่ นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าคนไข้ซึมมากจำเป็นต้องเจาะ เพราะการรักษาแบบประคับประคองต้องทำให้คนไข้ไม่ปวด ไม่อึดอัด เพราะหากมีนํ้าในท้องมากจะทำให้หายใจไม่สะดวก ทุรนทุราย ตอนนี้ระดับน้ำช่องในท้องอยู่ที่ 2+ จากทั้งหมด 4+ ทั้งนี้อยู่ที่ว่าท้องจะตึงมากไหม ถ้าตึงต้องเจาะน้ำออก ซึ่งการเจาะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องท้อง แต่ตอนนี้ไม่ถึงขนาดนั้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า คนไข้จะอยู่ได้อีกนานหรือไม่ นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า บอกได้ลำบากมาก แต่คิดว่าไม่ช้า คงไม่เกินเดือน เพราะผลเลือดและลักษณะอาการบ่งชี้ว่าเลวร้ายลงเรื่อยๆ เบื้องต้นได้บอกญาติแล้วว่า หากเกิดอะไรขึ้นให้ทำใจไว้ โดยได้คุยกับภรรยาคนไข้ว่า หากเกิดอะไรขึ้นจะให้ย้ายเข้าห้องไอซียูหรือไม่ หรือหากคนไข้หายใจไม่ดีจะให้ใส่เครื่องช่วยหายใจหรือไม่ หรือหัวใจหยุดเต้นจะให้ปั๊มหรือไม่ ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา ภรรยาของคนไข้ไม่ต้องการให้แพทย์ดำเนินการอะไรทั้งสิ้น เพราะกลัวว่าจะเจ็บ แต่มาวันนี้ภรรยาของคนไข้บอกพยาบาลว่า ขอคิดดูใหม่อีกที
"ตอนนี้แพทย์เป็นห่วงเรื่องการทำงานของตับและไต เมื่อตับทำงานล้มเหลว ส่งผลให้ไตล้มเหลว จากนั้นของเสียในร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้แล้วจะทรุดลงไปเรื่อยๆ ในที่สุด ตอนนี้ไม่เฉพาะญาติคนไข้เท่านั้นที่เครียด แม้กระทั่งหมอก็เครียดไม่แพ้กัน" นพ.ประสิทธิ์ กล่าว
ส่วนต่อจากนี้ไปคนไข้จะมีอาการอย่างไรบ้าง นพ.วชิรบุณย์ กล่าวชี้แจงว่า คนไข้จะซึมลงเรื่อยๆ เนื่องจากตับขับของเสียออกมาไม่ได้ ทำให้คั่งอยู่ในร่างกาย แต่ที่กังวลคือ กลัวว่าคนไข้จะปัสสาวะไม่ออก เพราะไตเริ่มเสื่อมลงเรื่อยๆ คนไข้เคยพูดคุยกับหมอได้ แต่วันนี้คนไข้ตอบสนองพูดคุยได้น้อยลง
ส่วนความคืบหน้าล่าสุด อาการของนายไพโรจน์ ใจสิงห์ นักแสดงอาวุโส หลังจาก เกิดอาการทรุด จนต้องถูกนำส่ง รพ.ราชวิถี และได้ย้ายมารักษาตัวที่ รพ.ทหารผ่านศึก เมื่อเวลา 10.30 น. นั้น นางโชติรส ใจสิงห์ ภรรยาของนักแสดงอาวุโส ได้เผยถึงอาการโดยรวมว่า ดีขึ้นกว่าเมื่อวานเพราะร่างกายตอบสนองยาปฏิชีวนะได้ดี ทำให้ไข้ลดลง รวมถึงความดันก็ลดลงด้วย ทั้งนี้ยังมีเรื่องที่น่าห่วงคือ เรื่องการขับถ่าย โดยคาดว่าวันนี้ทางแพทย์จะทำการสวนทวารเพื่อให้ขับถ่ายได้ปกติ และคาดว่าอีก 3 วัน น่าจะรู้ผลการเพาะเชื้อ
นอกจากนี้ นางโชติรส ยังเปิดเผยอีกว่า ตอนนี้สภาพจิตใจของไพโรจน์ยังดีขอให้แฟนๆไม่ต้องเป็นห่วง



