
ขบคิดขีดเขียน:'ขุ่นแม่ขา ขุ่นแม่ขา....'
ขุ่นแม่ขา ขุ่นแม่ขา.... : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หยิงยศ
เขาว่ากันว่าเด็กรุ่นใหม่เป็นคนเห็นแก่ตัวและบ้าตัวเองค่ะขุ่นแม่!
ก่อนจะเขียนก็คิดแล้วคิดอีกว่าจะดูเหมือนเรากลายเป็นผู้ใหญ่ใจแคบแบบท่านๆ ผู้ใหญ่กว่าหลายๆ ท่านไหมหนอ ที่ชอบบ่นว่าเด็กรุ่นเราขี้เกียจและฟังเพลงอะไรไม่รู้ประหลาดๆ แถมแต่งตัวก็โป๊ ชอบดูละครตบตี และไม่มีมารยาทในการสื่อสาร แต่สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้มันมีหลักฐานการวิจัยมายืนยันนะคะ หญิงยศไม่ได้มั่วนั่งเทียนเขียนข่าว เพียงแค่ได้อ่านได้เห็นแล้วก็เลยเอามาเล่าต่อๆ ให้ฟังกันแค่นั้นเอง
เด็กรุ่นใหม่ที่ว่านี้ ถ้าอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือบรรดาประเทศที่เจริญแล้ว เขาจะเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่า “Millennials” เป็นเด็กที่เกิดในปี 1980-2000 ถ้าในประเทศที่เจริญน้อยกว่าลงมาหน่อย ก็อาจจะตามหลังเขามาสักสี่ห้าปีค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือกลุ่มเด็กที่โตมาโดยไม่ค่อยต้องหัดคิดเลขในใจโดยใช้หัวสมองของตัวเอง แต่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นก่อนจะอ่านหนังสือแตกนั่นแหละค่ะ เด็กรุ่นนี้เป็นเด็กที่โตมากับเทคโนโลยี เรียลิตี้ทีวี โซเชียลมีเดีย และพ่อแม่ที่ฟังเพลงแร็พและอาร์แอนด์บี
เด็กเหล่านี้นิยมสื่อสารผ่านสมาร์ทโฟนมากกว่าคุยกันซึ่งๆ หน้า แม้ว่าจะนั่งอยู่ติดกัน ส่งข้อความหากันอย่างต่ำ 88 ข้อความต่อวัน ชอบยกมือถือขึ้นถ่ายรูปตัวเองและแชร์ลงในโลกโซเชียล มีความสุขเมื่อมีคนมากดไลค์ และนิยมแขวนรูปตัวเองกับสัตว์เลี้ยงมากกว่ารูปครอบครัวสามชั่วโคตร หรือรูปคุณแม่ในวันรับปริญญา เด็กเหล่านี้ไม่แคร์ว่าจะต้องทำงานในองค์กรใหญ่โต ไม่ได้อยากได้งานที่มีความรับผิดชอบเยอะๆ ต่อไปในอนาคต และอยากเป็นผู้จัดการดาราชื่อดังมากกว่าเป็นเจ้าของกิจการห้างร้านใหญ่โต พวกเขาไม่ได้โตมากับความสำเร็จของบรรดาเจ้าสัวที่มีอาณาจักรและลูกน้องมากมาย แต่กลับชินตากับความสำเร็จแบบวันแมนโชว์ เช่น สตีฟ จ็อบส์ หรือมาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก พวกเขานิยมเล่าเรื่องตัวเองให้โลกฟังมากกว่าจะฟังเรื่องราวของคนอื่น เด็กเหล่านี้โตมากับเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันโดยไม่มองต้นแบบที่มีอายุมากกว่าหรือรู้มากกว่า มีบุคคลท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “เด็กอายุสิบเจ็ดปีจะเติบโตขึ้นได้อย่างไร ถ้าหากอยู่ล้อมรอบด้วยเด็กอายุสิบเจ็ดปีด้วยกัน”
แต่ความจริงก็คือโลกทุกวันนี้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ เด็กอายุสิบสองก็จะมองหาต้นแบบจากเด็กอายุสิบสองที่ป๊อปปูล่าร์กว่า และพยายามเป็นที่ยอมรับของเพื่อนมากกว่าเป็นที่ยอมรับของคุณครูหรือผู้ปกครอง แหม แหม แหม ฟังดูมีแต่เรื่องไม่ดีสินะ ก่อนที่ทุกคนจะคิดว่าหญิงยศเป็นคนหัวโบราณคร่ำครึ ขอให้แตะเบรกเบาๆ ไว้ก่อน หญิงยศเองก็เกิดเฉียดๆ อยู่กับยุคของเด็กๆ มิลเลนเนียลนี่ล่ะค่ะ แถมยังเป็นคนที่เช็กอีเมลและมือถือของตัวเองทุกๆ ครึ่งชัวโมงอีกด้วย (โอเค สิบห้านาทีก็ได้... โอเค ห้านาทีก็ได้ค่ะ)
ในขณะที่ทุกคนกำลังโทษไอ้เจ้าเทคโนโลยีตัวนี้และเด็กรุ่นใหม่นั้น หญิงยศมาวันนี้เพื่อจะบอกข้อดีของมันบ้างต่างหาก ถึงแม้เด็กรุ่นใหม่นี้จะขี้เกียจ (ตามผลวิจัย) ไม่ค่อยอดทนและบ้าตัวเอง(ก็ตามผลวิจัยอีกนั่นแหละ) แต่ข้อดีของจากที่เด็กเหล่านี้เอาจมูกชนจอคอมพิวเตอร์วันละไม่ต่ำกว่าสิบชั่วโมงนั้นมันก็มีประโยชน์นะคะ หญิงยศทึ่งเสมอเมื่อเห็นเด็กอายุน้อยๆ ลุกขึ้นมาอบขนมเค้กอย่างคล่องแคล่ว ตามที่เขาได้นั่งศึกษาจากยูทูบ หรือสามารถพูดได้หลายภาษา มีความเข้าใจในความเป็นไปของโลก อ่านภาษาอังกฤษหรือแม้แต่ภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งหมดนี้จากการเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น ในยุคก่อนๆ ที่เราโตมาจนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่แล้วยังไม่รู้จะเลือกเรียนคณะไหนเพราะยังไม่รู้จักความต้องการของตนเอง แต่เด็กๆ
ในยุคนี้ เขาสามารถเดินมาบอกผู้ปกครองได้อย่างฉะฉานว่า “ขุ่นแม่ขา หนูชอบทำอาหารน่ะคะ และคิดว่าหลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอินเตอร์ที่นี่แล้ว หนูคิดว่าขุ่นแม่และขุ่นพ่อน่าจะส่งหนูไปเรียนต่อที่อเมริกามากกว่าจะไปยุโรปนะคะ เพราะหนูอยากไปเรียนต่อที่โรงเรียนทำอาหารในนิวโยว์กมากกว่าค่ะขุ่นแม่” ถ้าเราฟังข้อความนี้แล้วขวางให้รีบปรับความคิดเราเสียใหม่อย่างรวดเร็วนะคะ ไม่งั้นเราจะกลายเป็นคนแก่ที่เอาแต่คอยขวางเด็กรุ่นใหม่ๆ นะคะขุ่นแม่ขาาาาาาาา....
.......................................
(หมายเหตุ ขุ่นแม่ขา ขุ่นแม่ขา.... : คอลัมน์ ขบคิดขีดเขียน โดย... หยิงยศ)



