บันเทิง

เที่ยวช้าๆ พาไปโปรวองซ์(3)

เที่ยวช้าๆ พาไปโปรวองซ์(3)

25 ส.ค. 2556

เที่ยวช้าๆ พาไปโปรวองซ์ (ตอนที่ 3) : คอลัมน์ท่องต่างแดน : โดย...เรื่อง // ภาพ : ศิริกุล กสิวิวัฒน์

               สีสันสดใสของธรรมชาติ ทิวทัศน์อันแสนงดงาม อากาศที่อบอุ่นแจ่มใสของ โปรวองซ์ ดึงดูดศิลปินชื่อก้องโลกให้มาปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน หนึ่งในนั้นคือ จิตรกรเอกของโลก Vincent Van Gogh(วินเซนต์ แวน โก๊ะ) เขาใช้ชีวิตในดินแดนในฝันของเขาได้เพียง 2 ปี ใครจะรู้ว่าเป็น 2 ปีสุดท้ายของชีวิต ที่ผลิตผลงานที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ด้วยแรงบันดาลใจใคร่รู้ว่าจิตรกรเอกของโลกไปใช้ชีวิตอยู่เมืองใดถึงได้สร้างผลงานที่งดงามเช่นนี้ มาตามรอยศิลปินกัน...

                ออกจาก Les Baux นั่งรถเพลินๆ มาถึง เมือง Arles (อาร์ล) เมืองที่เต็มไปด้วยอารยธรรมประวัติศาสตร์อันยาวนานสมัยโรมัน เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีความโดดเด่นของโบราณสถานสำคัญๆ ยุคโรมันหลายแห่ง องค์การยูเนสโกจึงประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกในปี ค.ศ.1981 เขตเมืองเก่าของอาร์ลเป็นย่านที่มีเสน่ห์น่าค้นหา อาคารบ้านเรือนบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ที่ยังคงรักษาสภาพความเก่าแก่ได้อย่างน่าชื่นชม

               เดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย ก็มาพบโบราณสถานที่สำคัญตั้งเด่นอยู่กลางเมืองเก่า “สนามกีฬาโรมันโบราณ” ตึกรูปทรงกลมขนาดใหญ่ เป็นสนามสู้วัวกระทิงที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ปัจจุบันก็ยังใช้จัดแสดงอยู่เป็นประจำทุกปี สามารถเดินเข้าไปชมได้อย่างใกล้ชิด รอบๆ สนามกีฬารายล้อมไปด้วยร้านขายของที่ระลึก และมูลนิธิแวน โก๊ะ ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงศิลปินชื่อก้องโลกผู้นี้ แม้ไม่มีผลงานจริงแสดงอยู่ แต่มีภาพที่เขียนขึ้นโดยศิลปินอื่น

               แวน โก๊ะ ได้เขียนภาพวิวทิวทัศน์ตึกรามบ้านช่องของเมืองอาร์ลไว้หลายร้อยภาพ และภาพเหล่านั้นจะถูกพิมพ์ตั้งแสดงพร้อมคำบรรยายเรื่องราวของภาพไว้ ณ สถานที่จริง ทำให้เมื่อเดินเที่ยวชมจะได้ความรู้สึกเหมือนเดินชมนิทรรศการกลางแจ้ง โดยเฉพาะร้านกาแฟ “Cafe la nuit” สีเหลืองสดใสที่ใครมาก็ต้องแวะถ่ายภาพ ผู้เขียนก็เช่นกันเลือกนั่งด้านนอกดื่มกาแฟ เพื่อซึมซับบรรยากาศมองดูผู้คนผ่านไปมาเหมือนนั่งอยู่ในภาพ “Terrasse de nuit” ยังไงยังงั้นสุดยอดจริงๆ

               ตลอดเวลา 15 เดือน ที่ แวน โก๊ะมาอยู่เมืองอาร์ล เมื่อปี 1888 อาร์ลสร้างแรงบันดาลใจให้เขาอย่างมาก แต่นั่นแหละศิลปินย่อมมีอารมณ์อ่อนไหว จากการบาดหมางกับเพื่อนศิลปิน Paul Gauguin (โกแก็ง) เป็นเหตุให้ แวน โก๊ะ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้ๆ กันนั้น ในช่วงสั้นๆ ก็ยังถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาด “The Courtyard of the Hospital in Arles” อย่างงดงาม ปัจจุบันเมื่อเดินเข้าไป ณ ที่แห่งนี้ก็จะเห็นสวนดอกไม้ซึ่งยังคงจัดแต่งเหมือนภาพวาดของ แวน โก๊ะ ได้อย่างน่าทึ่ง

               หลังจากดื่มด่ำกับจิตวิญญาณของศิลปินชื่อดัง ก็เดินทางตามรอยมายังเมืองใกล้ๆ St.Remy (แซงท์เรมี) เมืองที่ราบสูงในเทือกเขาแอลป์ พอดีวันนี้มีตลาดนัด เพราะที่โปรวองซ์แต่ละเมืองจะมีตลาดนัดไม่ตรงกัน เดินเล่นชมสินค้ามากมายหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นของกินนานาชนิด ไม่ว่า ชีส พืช ผักผลไม้ สมุนไพร สดใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพของชุมชนโปรวองซ์ หาที่ไหนไม่ได้ เพราะผลิตบริโภคกันเอง แค่เดินชิมก็อิ่มแล้ว เพราะคนขายมีมิตรไมตรีชวนชิมตลอดทาง หากมาเที่ยวโปรวองซ์ควรหาโอกาสเดินเที่ยวตลาดนัดสักครั้งแล้วจะได้สัมผัสวิถีชีวิต ความเอื้ออารีของคนพื้นถิ่นที่จะอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม

                บรรยากาศตลาดนัดเรียกน้ำย่อยไม่น้อย แต่ก็ต้องอดใจ เพราะวันนี้มีนัดรับประทานอาหารกลางวันกับ คุณปู่ Lulu ปราชญ์ท้องถิ่นที่เปิดบ้านรับนักท่องเที่ยวให้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน บ้านคุณปู่อยู่ชานเมือง St.Remy ติดกับโรงพยาบาล Saint-Paul ที่ แวน โก๊ะ ย้ายจากโรงพยาบาลที่เมืองอาร์ล มารักษาโรคความเปราะบางทางจิตใจที่นี่

                คุณปู่ Lulu มีเรื่องเล่ามากมายด้วยวัย 80 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง ออกมาต้อนรับพาเดินชมบ้าน ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหินกว้างใหญ่ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆ ที่จัดวางข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างพอเหมาะลงตัว มีลานกว้างจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ของใช้และรถยนต์โบราณที่ตกทอดกันมา เดินเรื่อยตามกลิ่นอาหารที่โชยมาจนถึงห้องอาหาร วันนี้มีแขกมาเยี่ยมและรับประทานอาหารด้วยอีก 5-6 คน คุณปู่ทำอาหารหลายอย่างเป็นเมนูพื้นบ้านของโปรวองซ์ที่จำได้แม่นคือ ไข่เจียวใส่มะกอกดำ เนื้อไข่เป็นสีดำรสชาติอร่อยดี และที่ขาดไม่ได้มีไวน์พื้นบ้านหลายชนิดให้เลือกดื่ม

               คุณปู่เล่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ให้ฟังอย่างสนุกสนาน มีอยู่ตอนหนึ่งคุณปู่เล่าว่า คุณย่าของท่านเคยเป็นนางพยาบาลดูแล แวน โก๊ะ ซึ่งตอนนั้น แวน โก๊ะ เป็นศิลปินไม่มีชื่อเสียงขณะรักษาตัวอยู่ก็วาดภาพทั้งวัน และมอบภาพเขียนสีน้ำมันบนผืนผ้าให้คุณย่า 1 ภาพ แต่คุณย่าไม่รู้จะเอามาทำอะไรเลยเอาไปปิดกรงไก่....บัดนี้ภาพสูญหายไปแล้ว คุณปู่บ่นเสียดายจัง

               นับเป็นความชาญฉลาดเรื่องการท่องเที่ยวของฝรั่งเศส ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนโดยนำชุมชนเข้ามามีส่วนในการบอกเล่าเรื่องราว ให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับวิถีชีวิตและเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม

               ร่ำลาคุณปู่ Lulu แล้วก็เดินไปโรงพยาบาล St.Paul ซึ่งอยู่ติดกัน สองข้างทางเดินเป็นสวนสนและสวนมะกอก ด้านหน้ามีสวน ด้านหลังมีทุ่งกว้าง บรรยากาศอย่างนี้เองทำให้ศิลปินมีความสุขตลอดเวลา 12 เดือน เขาได้ผลิตผลงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพดอกไม้ สวนดอกไม้ ภาพทิวทัศน์ ภาพเหมือนหรือภาพเขียนตัวเอง ผลงานที่โด่งดังเช่น “The Starry Night ”หรือ “Irises” เป็นภาพเขียนที่เขียนขึ้นจากภาพที่มองเห็นขณะอยู่โรงพยาบาล 

               เมื่อเดินออกมาด้านนอกโรงพยาบาล หยุดยืนนิ่งพินิจพิเคราะห์ภาพที่ตั้งแสดงไว้ เป็นภาพภูเขามี 2 รู เห็นในระยะไกล รายล้อมด้วยสวนมะกอก ดูแล้วจินตนาการได้ถึงอารมณ์ของศิลปินที่ใช้ฝีแปรงสะบัด ปลดปล่อยอารมณ์ ความรู้สึกออกมาจนสัมผัสได้ นั่นคือภาพ “Montagne des DeuxTrous” และเมื่อเงยหน้าขึ้นภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าเป็นภาพเดียวกับภาพวาด โอ้..!!!...พระเจ้า นี่เรากำลังยืนมองวิวเดียวกับศิลปินเมื่อ 100 กว่าปีมาแล้วหรือนี่ ทำได้เพียงหยิบกล้องมาเก็บภาพไว้ เดินจากไปด้วยความรู้สึกเสียดายที่เขาเสียชีวิตที่นี่ด้วยอายุเพียง 37 ปี

                แม้ว่าปัจจุบันไม่มีรูปภาพที่เขาวาดอยู่ในโปรวองซ์เลย นอกจากภาพเดียวที่ Avignon แต่จิตวิญญาณของเขาเสมือนเงาที่ทาบให้เราสัมผัสได้ทุกที่ ขอบคุณเมืองอาร์ลและแซงท์เรมีที่เก็บรักษาศิลปวัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวได้มีความรู้สึกที่ดีและซาบซึ้งในเรื่องราวของงานศิลปะ ของศิลปินโด่งดังผู้อาภัพ  แวน โก๊ะ

               การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ได้ถ่ายภาพ สิ่งสำคัญคือ ได้ความรู้สึก... สถานที่ เรื่องราว ผู้คน สร้างคุณค่าให้แก่การท่องเที่ยวเสมอ

 

......................................

(เที่ยวช้าๆ พาไปโปรวองซ์ (ตอนที่ 3) : คอลัมน์ท่องต่างแดน : โดย...เรื่อง // ภาพ : ศิริกุล กสิวิวัฒน์)