
ช่อง7พร้อมปรับแก้เนื้อ'ฟ้าจรดทราย'
สำนักจุฬาราชมนตรี แนะช่อง 7 ปรับแก้เนื้อหา-ภาพ 'ละครฟ้าจรดทราย' ให้เหมาะสม ด้านช่อง 7 ถกด่วน ส่วนผู้ผลิต 'สยาม สังวริบุตร' พร้อมแก้ไขให้ดีที่สุด
จากกรณีมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอให้ยุติการออกอากาศละครโทรทัศน์เรื่อง "ฟ้าจรดทราย" ฉายทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น.โดยมีเนื้อหาใจความในหนังสือร้องเรียนว่า มูลนิธิได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้นับถือศาสนาอิสลามว่าละครเรื่องดังกล่าวมีความไม่เหมาะสมของเนื้อหาและบทบาทของตัวละครยังมีการบิดเบือนหลักการของศาสนา ใส่ร้ายชาวมุสลิมในทางเสื่อมเสีย
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบของฝ่ายกฎหมายมูลนิธิ พบว่า ละครบิดเบือดหลักการศาสนาและใส่ร้ายต่อหลักปฏิบัติที่ถูกต้องอย่างมาก เป็นการกระทำที่ดูหมิ่นลบหลู่ และการที่ช่อง 7 ออกอากาศละครดังกล่าวจะทำให้ผู้ชมมีความเข้าใจในทางที่ผิดไปจากความเป็นจริง เช่น โหดร้ายทารุณต่อเด็กและสตรี ซึ่งตรงข้ามกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง และยังมีอีกหลายประการเป็นการใส่ร้าย จึงสร้างความไม่พอใจต่อประชาชนมุสลิมจำนวนมาก หาก กสทช. ปล่อยให้ละครออกอากาศต่อไป เกรงว่าจะเกิดผลกระทบในวงกว้างที่ไม่อาจคาดคิดได้ ดังนั้นฝ่ายกฎหมายทางมูลนิธิ จึงแจ้งมายังเลขาธิการ กสทช.เพื่อขอให้ยุติการออกอากาศละครโดยด่วนที่สุด ลงชื่อ นายปราโมทย์ สมะดี ประธานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ
ด้านนายนิติกร นรินทร เจ้าหน้าที่จากสำนักจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า ทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่ง ที่ได้มาเรียกร้องถึงปัญหาการนำเสนอภาพและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในละครฟ้าจรดทราย ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 โดยขอชี้แจงว่า ผู้ที่มาเรียกร้อง เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่ตระหนักและแสดงความเป็นห่วงถึงสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับการสร้างละครที่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม และทางสำนักจุฬาราชมนตรีก็มีความเป็นห่วงด้วยเช่นกัน แต่ก็พยายามปล่อยวางให้เป็นเรื่องของความบันเทิง เช่นเดียวกับภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นบางอย่าง เป็นการทำเกินเลยของหลักศาสนา โดยเฉพาะภาพที่มีอากัปกิริยาที่ไม่เหมาะสม เช่น ฉากจุมพิตของพระนาง ซึ่งมีผ้าฮิญาบคลุมศีรษะอยู่ แม้กระทั่งการจับมือกันในขณะคลุมผ้าฮิญาบก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสมแล้ว
"สำนักจุฬาราชมนตรี จะส่งหนังสือแถลงการณ์ไปยังสถานีช่อง 7 เพื่อแสดงจุดยืนเป็นห่วงนำเสนอภาพและเนื้อหาไม่เหมาะสม และจะขอความร่วมมือให้พิจารณาตัดและปรับแก้ให้เหมาะสม ไม่ขัดต่อหลักศาสนา แต่เราไม่สามารถทำถึงขั้นให้ยุติออกอากาศได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของสำนักจุฬาราชมนตรี" นายนิติกร กล่าว
นายนิติกรระบุด้วยว่า สิ่งที่เป็นห่วงอีกอย่างหนึ่ง การร้องเรียนเป็นเพียงชาวมุสลิมกลุ่มเล็กๆ ซึ่งหากแก้ไขไปในทางที่ถูกที่ควรก็จะบรรเทาความรุนแรงไปได้ แต่หากยังไม่มีการปรับแก้ให้เหมาะสม และถ้านำละครไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ออนไลน์ ก็อาจจะเป็นชนวนเหตุที่ส่งผลกระทบต่อชาวมุสลิมกลุ่มใหญ่ทั่วโลกได้ และอาจจะนำไปสู่ความแตกแยกและความรุนแรงขึ้นมาอีก ทั้งนี้ได้รายงานให้นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนักแสดงนำของละคร น.ส.มรกต กิตติสาระ หรือ เอมมี่ นักแสดงสาวที่รับบท "แคชฟียา" ตัวละครหลักในเรื่อง "ฟ้าจรดทราย" ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้ทราบเรื่องราวดังกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ ในฐานะนักแสดง ตนได้ทำตามที่ผู้กำกับสั่ง และทำตามบทละครที่เขียนมา ไม่ได้เล่นมากหรือน้อยกว่าที่บทต้องการเลย แต่ด้วยความที่เรื่องของศาสนาเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมาก สำหรับหลายๆ คน ซึ่งความจริงส่วนตัวเชื่อว่าทีมงานไม่ได้มีเจตนา เพราะตอนถ่ายทำอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของชาติ ศาสนา ทีมงานค่อนข้างจะให้ความสนใจและคำนึงถึงความถูกต้องว่าต้องมีประมาณไหน อะไรที่ไม่มั่นใจจะไม่ทำ
น.ส.มรกต กล่าวว่า ส่วนฉากที่แคชฟียาโดนพ่อทำร้ายร่างกาย ในความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่าการถูกทำร้ายร่างกาย คงไม่ใช่เรื่องของศาสนา เพราะสังคมเรา หรือสังคมไหนก็ตามคงมีเรื่องของการทำร้ายร่างกายกันอยู่แล้ว คงไม่เกี่ยวกับเรื่องของศาสนาเลย พูดตามตรงว่า ฟ้าจรดทรายถ่ายทำมา 3 ปี มีความยุ่งยากและซับซ้อน ในเรื่องของสถานที่ถ่ายทำที่ต้องไปถ่ายถึงประเทศอียิปต์และทุกคนก็เต็มที่มาก พี่หลุยส์ (สยาม สังวริบุตร) ก็ค่อนข้างระมัดระวังในเรื่องของศาสนา แต่มี่คิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นละครที่ไม่ได้ยาวมาก หรือว่าจะสามารถที่จะถ่ายทำเพิ่มตอนได้ และการทำงานทุกอย่างก็ทำตามบทประพันธ์ดั้งเดิม ที่เขียนมาแบบไหนก็เป็นแบบนั้น
"เรายังไม่ได้คุยกับผู้ใหญ่เลย และหากฉากหรือบทในละครเรื่องนี้ไปกระทบต่อศาสนาอิสลาม ต้องขอโทษด้วย เราไม่ได้มีความตั้งใจให้ออกไปเป็นแบบนั้น แต่เรื่องของรายละเอียดละคร ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ถ้าถามว่ากลัวว่าจะถูกระงับไหม ก็ยอมรับว่ากลัว แต่มี่อยากจะขอบอกว่าทุกคนในเรื่องนี้ทำงานเต็มที่มาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าต้องถูกระงับ เราก็เสียใจ ส่วนเรื่องของการที่อาจจะต้องถูกเรียกตัวไปชี้แจงกับกสทช. คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของช่อง 7 และของค่ายดาราวีดีโอ" เอมมี่ กล่าว
ทั้งนี้ น.ส.มรกต กล่าวถึงกรณีนายชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับชื่อดังเจ้าของผลงานภาพยนตร์ "รักแห่งสยาม" ได้ออกมาวิจารณ์ละครเรื่อง "ฟ้าจรดทราย" อย่างหนักหน่วงผ่านทางทวิตเตอร์ ว่า แต่ละคนมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ได้ ตนคงจะไปต่อว่าหรือทำอะไรไม่ได้ เพียงแค่คิดว่าการที่เป็นคนสาธารณะและเป็นคนในวงการเดียวกัน หากจะวิจารณ์เพื่อจะก่อให้เกิดกำลังใจหรือให้แก้ไขข้อผิดพลาดให้ดีขึ้น อาจจะดีกว่าที่จะโพสต์ข้อความที่เป็นการบั่นทอนกำลังใจของคนทำงานในวงการเดียวกัน
ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ได้เชิญผู้ผลิตและคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้องมาประชุมเกี่ยวกับการเรียกร้องให้ยุติการออกอากาศละครเรื่อง “ฟ้าจรดทราย” ทั้งนี้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ช่อง 7 ได้ส่งเอกสารคำชี้แจงของนายพลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ใจความว่า ฟ้าจรดทราย เป็นละครสร้างจากบทประพันธ์ของ โสภาค สุวรรณ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักระหว่างชายหญิง ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆ เป็นเรื่องสมมุติขึ้น ในเมืองแถบอาหรับ มีจุดประสงค์สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง และตั้งใจผลิตผลงานให้ได้ตรงตามบทประพันธ์มากที่สุด โดยมิได้มีเจตนาหมิ่นหรือกระทบกับศาสนาอิสลามและชาวมุสลิมแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ในตอนต้นก่อนเข้าละครได้มีการขึ้นข้อความชี้แจงถึงเจตนาการผลิตเพื่อความบันเทิงและเมื่อทราบข่าวการร้องเรียนจากสื่อทางอินเทอร์เน็ต เมื่อเย็นวันที่ 22 สิงหาคมก็ไม่นิ่งนอนใจทางช่องได้ทบทวนเนื้อหาและได้รีบติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง
ด้าน นายสยาม สังวริบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด ในฐานะผู้ผลิตละคร "ฟ้าจรดทราย" กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวจากสื่อ อันดับแรกต้องขอขอบคุณมูลนิธิและประธานที่ให้คำแนะนำและข้อคิดเห็น ทั้งนี้ละครสร้างตามบทประพันธ์ที่เป็นนิยายอมตะมากว่า 30 ปี ก่อนที่เราจะดำเนินการถ่ายทำก็ต้องส่งบทละครทั้ง 12 ตอน ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษให้แก่สถานทูตอียิปต์ และกระทรวงวัฒนธรรมของอียิปต์ เมื่อได้รับการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จึงดำเนินการถ่ายทำ และส่วนใหญ่ถ่ายทำในโรงถ่ายของรัฐบาลอียิปต์ และเราใช้นักแสดงประกอบของประเทศอียิปต์เข้าฉากด้วย เราตั้งใจจะสื่อสารให้เห็นความสวยงามของเมืองสมมุติฮิลฟารา โดยเราไม่มีเจตนาลบหลู่ศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น ต้องกราบขออภัยพี่น้องชาวมุสลิมและจะพยายามแก้ไขให้ดีที่สุด



