บันเทิง

คลิปเดียวเปลี่ยนชีวิตครูหนุ่ม

คลิปเดียวเปลี่ยนชีวิตครูหนุ่ม

23 ส.ค. 2556

คลิปเดียวเปลี่ยนชีวิตครูหนุ่ม เป็นนักร้องลูกทุ่ง'มิกเซอร์ บีบี' : ลูกทุ่ง

                ครูดนตรีหนุ่มเมืองสิงห์บุรีสุดเจ๋ง โพสต์วิดีโอลงยูทูบทั้งร้องและเล่นเครื่องดนตรีหลายชิ้นในเพลงเดียว เข้าตาค่ายบีบีเรคคอร์ด จับเซ็นสัญญามอบหมาย ครูเพลงคนดัง อ.สัญญลักษณ์ ดอนศรี ทำเพลงแนวลูกทุ่งผสมเครื่องดนตรีไทยกับสากล

               เส้นทางการเป็นนักร้องในวงการลูกทุ่ง ตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน มักจะเริ่มจากการ ประกวดร้องเพลง สมัครเข้าวงดนตรี ฝากตัวเป็นศิษย์ครูเพลง หรือขายไร่ขายนามาทำเพลง ฯลฯ ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่เห็นกันทั่วไป  แต่ในยุคของโลกดิจิตอล ครองเมือง โซเชียลเน็ตเวิร์ก สามารถทำให้นักร้องนักดนตรีฝีมือดีวงหนึ่งในต่างจังหวัด กลายเป็นนักร้องลูกทุ่งมืออาชีพได้ในพริบตาเดียวจากคลิปเดียวบนยูทูบ

               มิก กรกิติ์ ศุภนคร หรือ “มิกเซอร์บีบี” อดีตอาจารย์สอนดนตรีสากลและวงดนตรีลูกทุ่งเยาวชน ที่โรงเรียนวินิตศึกษาในพระราชนูปถัมภ์ เล่าถึง การได้มาเป็นนักร้องในค่ายบีบีเรคคอร์ด ว่า

                “จุดเริ่มต้น คือ เราทำคลิปไว้เสนอรายการโทรทัศน์ ”ตีสิบ” ลงไว้บนยูทูบ ซึ่งมีแฟนเพลงมาถ่ายทำให้ในร้านที่ผมเล่นอยู่ที่ลพบุรี ซึ่งเป็นคลิปเพลง “พบรักปากน้ำโพ” ที่ผมเล่นดนตรีหลายๆ อย่าง บังเอิญไปเข้าตา คุณแก้ว เบญจา บารมีย์  ประธานกรรมการค่ายบีบีเรคคอร์ด จึงได้เรียกเข้ามาคุยกันและเซ็นสัญญากับค่ายฯ  มี อ.ครูสัญญลักษณ์ ดอนศรี ดูแลการผลิตเพลงให้ ตอนนี้ออกมาได้ 2 เพลง เพลงแรก จะเป็นเพลงสนุกๆ ชื่อ “ไอ้จุก ไอ้เปีย ไอ้แกละ ไอ้โก๊ะ “เปรียบเทียบภาพของเด็กในยุคอดีตกับปัจจุบัน  ส่วนเพลงที่สอง ครู เห็นว่ามาจากลพบุรี เลยแต่งเพลง “พ่ายรักจากลพบุรี” ให้ การร้องและดนตรีเป็นลูกทุ่งแท้ๆ เลยครับ”

                หนุ่มเมืองสิงห์บุรี ย้อนเรื่องราวที่มาเกี่ยวข้องกับดนตรีให้ผู้สื่อข่าวฟังอย่างน่าสนใจว่า

               “ผมเล่นได้ทั้งดนตรีไทย ดนตรีสากล เชื้อสายทางพ่อเป็นพระเอกลิเก พ่อเป็นลูกพี่ลูกน้องกับไชยา มิตรชัย  เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เล่น คือ ระนาดเอก ตอนเรียนโรงเรียนประถมที่วัดสว่างอารมณ์ สิงห์บุรี  อายุตอนนั้นราวๆ 11 ขวบ ไม่มีคนสอน ระนาดเอกอยู่ในห้องครูใหญ่ (ครูพินิจ เกตุแก้ว) ผมไปแอบเล่น จนครูใหญ่มาเจอ แต่ท่านก็ไม่ว่าอะไร ครูใหญ่เลยให้ครูดนตรีไทย ชื่อครูณรงค์ฤทธิ์ คงปิ่น มาสอนให้ 1 ปี พอจบประถมฯก็ไปเรียนต่อโรงเรียนสิงหพาหุ  แล้วก็มาต่อวิทยาลัยนาฏศิลป์ เรียนสายดนตรี เอกระนาด ผมได้เพบครู ไตรรงค์ ตรีระนานนท์  ท่านสอนเกี่ยวกับดนตรีพื้นเมืองอีสาน ท่านบอกว่า ให้เรียนหลายๆ อย่าง ผมเป็นเด็กที่พักในหอพัก ก็เลยได้โอกาสเรียนมาก ไม่ต้องกลับบ้านไปๆ มาๆ  เรียนจนจบอนุปริญญา จบแล้วเป็นครูที่นั่น แล้วก็ย้ายมาสอนดนตรี นาฏศิลป์ที่ โรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชนูปถัมภ์ แล้วก็ลาออกมา ทำวงดนตรี “โปงลางลูกทุ่งอินเตอร์” ในลพบุรี เอาน้องๆ วิทยาลัยนาฏศิลป์มาเล่นกัน”

               เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่าง การเล่นดนตรีไทยกับสากล และการลองผิดลองถูกก่อนเข้าวงการ หนุ่มมิก เล่าอย่างอารมณ์ดีให้ฟังว่า

               “ผมว่า ดนตรีไทยกับสากล ไม่ต่างกัน ดนตรีไทยจะได้เปรียบเรื่องของหู การฟัง ต้องฝึกเยอะ ผมเลือกเรียนวิชาโทดนตรีสากล ได้เรียนหมดเลย ทั้ง เปียโน แซกโซโฟน กลองชุด โดยมีครูสมประสงค์ สุขมา เป็นครูผู้สอน ส่วนกีตาร์มาฝึกเอาเอง และหลังจากนั้นก็ได้มาฝึกทำเพลงเอง ใช้โปรแกรมแต่งเพลงขึ้นมาใหม่  ให้พ่อแต่งบ้าง  เพลงแรกที่ทำคือ “ลูกถูกลืม” อัดเสียงระนาดเอง เรียนรู้แบบครูพักลักจำ ซึ่งจากการที่ผมทำเพลงเอง ทำให้หมดแป็นแสน  แต่ตรงจุดนี้ ทำให้ผมได้ เจอ พี่หนู มิเตอร์ ที่เหมือนเป็นครูอีกคนหนึ่งและก็เคยได้มีโอกาสไปเล่นแบ็กอัพให้พี่เขาด้วย”

               จากคนเบื้องหลัง มาสู่การเป็นคนเบื้องหน้า คือเป็นนักร้องด้วย  มิกเซอร์บีบี กล่าวทิ้งท้ายว่า

                “ในการทำงานสองเพลงแรกของผม  ก็ได้ทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เพราะผมได้เล่นระนาด เป่าขลุ่ยเองในเพลงของผมด้วย  มีพี่ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้มมาตีตะโพนรับเชิญให้ในเพลง “ไอ้จุก ไอ้เปีย ไอ้แกละ ไอ้โก๊ะ “ ซึ่งการทำงานหลายๆ อย่างๆ นี่เอง เป็นที่มาของชื่อในการร้องเพลงของผม คือ  “มิกเซอร์บีบี” เหมือนกับการผสมผสานความสามารถทางดนตรี ชื่อ มิก ก็เป็นชื่อเล่นของผม แปลว่า การผสมผสานอยู่แล้ว  ในส่วนของการเล่นดนตรีที่ลพบุรี ผมก็เล่นกีตาร์พิณ และร้องเพลง เล่นมุก ไปกับวงด้วย และท้ายนี้ ผมขอฝากงานเพลงที่บีบีเรคคอร์ด ที่ผสมผสานความเป็นไทยกับสากล ผมว่า เป็นสิ่งที่เข้ากันได้ลงตัว  และขอให้กำลังใจ สำหรับเยาวชนและคนที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้ที่จะเล่นดนตรีไม่ว่า ไทยหรือสากล ขอให้มีความอดทนในการฝึกฝนเรียนรู้ สักวันหนึ่งจะประสบความสำเร็จครับ"