
ล้มแล้วลุกขึ้นอีกครั้ง กับอัลบั้มที่ 2 ของ'มัสคีเทียร์'
ล้มแล้วลุกขึ้นอีกครั้ง กับอัลบั้มที่ 2 ของ'มัสคีเทียร์' : ดนตรี
เปิดตัวอัลบั้มแรก "Left Right and Something" เมื่อปีก่อน ด้วยฝีมือที่ไม่แพ้ใคร ทำให้วง "มัสคีเทียร์ (Musketeers)" ได้มีชื่อเข้าชิงสาขาศิลปินหน้าใหม่ ของเวที "คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 10" ถึงอาจจะไม่ได้รางวัล แต่การเป็นหนึ่งใน 5 ศิลปิน ที่เข้าชิงก็สามารถการันตรีได้ว่าวงมัสคีเทียร์ที่สมาชิกประกอบด้วย "เท็น"ชาครีย์ ลาภบุญเรือง (นักร้องนำ) "ด๋อย" สรรวิช หวานสนิท (เบส) "พู" ภาคภูมิ นิ่มละมัย (กีตาร์) และ "บิ๊ก" รวิน มิตรจิตรานนท์ (กีตาร์) เป็นวงรุ่นใหม่ที่มีของอยู่ในตัว และจากความสำเร็จจากอัลบั้มแรก ตอนนี้พวกเขากำลังมีอัลบั้มที่ 2 ในชื่ออัลบั้ม "Uprising"
ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังเดินสายเพื่อโปรโมทเพลง "นิทาน" เพลงใหม่ ที่มีเนื้อหาที่สร้างกำลังใจ และพลังในการสู้กับปัญหาต่างๆ โดยปกติคนที่เป็นแฟนเพลงของมัสคีเทียร์ จะรู้อยู่แล้วว่ามุมมองการแต่งเพลงของพวกเขา จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ รอบๆ ตัว ผ่านเนื้อเพลงที่ไม่ซับซ้อน
"การทำงานของอัลบั้มนี้ เป็นการที่พวกเรามาร่วมแจมกันในห้องอัด โดยเราตั้งไอเดียการทำงานอัลบั้มนี้ว่า เราอยากได้เพลงที่มีกรู๊ฟ (การควบคุมจังหวะดนตรี) ในแต่ละเพลงที่ต่างกัน คือใน 10 เพลงไม่อยากให้มีกรู๊ฟซ้ำกันเลย อย่างเพลงนิทาน เราอยากให้เพลงมีความเป็นไทยๆ พื้นบ้าน โจ๊ะๆ ทึ่มๆ แล้วใส่ความเป็นสากลเข้าไปในไลน์กีตาร์ ในส่วนของเนื้อร้อง ได้แรงบันดาลใจมาจากการที่ไปอ่านพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง "สาส์นรัก" ที่ว่า "อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ ไม่ใช่ของตลาดที่อาจซื้อ ฤๅแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม" ซึ่งผมเรียนตอนประถม และเป็นผมยึดถือเป็นคติประจำใจมาโดยตลอด" เท็นกล่าว
พร้อมเสริมว่า ด้วยการที่รู้สึกชอบวลีนี้มาตั้งแต่เด็กเลยอยากที่จะเอามาแต่งเป็นเพลงเพื่อเอามาปลุกเร้าสร้างกำลังใจให้ผู้คนได้ลุกขึ้นมาสร้างกำลังใจเพื่อทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ เขาเลยอยากนำเพลงนี้มาส่งต่อและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ
"การทำงานของพวกเรา เกิดมาจากที่เราแจมกัน ซึ่งพอเล่นร่วมกัน เรามีส่วนของตรงนี้ตรงนั้นเข้าไป ซึ่งเป็นส่วนผสมทำให้เพลงนี้เข้ากันได้ดี ด้วยการผสมผสานซาวนด์ดนตรีแนวโมเดิร์นร็อกได้อย่างลงตัว กับจังหวะเร้าอารมณ์ ที่จะปลุกไฟในตัวทุกคนให้ลุกขึ้นเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ และด้วยเนื้อหาของเพลงที่เป็นนิทานไทย โดยในเพลง เรามีบทอาขยานที่เรามาแจมกัน ผสมกับดนตรีที่มีความเป็นไทยของกลอง กับกีตาร์ที่เป็นสากล มันทำให้เพลงนี้ออกมาได้อย่างลงตัว อย่างที่พวกเราต้องการ" เท็นเผย
โดยสมาชิกในวง ต่างทำงานไม่ต่างจากอัลบั้มแรก คือต่างคนต่างรับผิดชอบในส่วนของแต่ละคน อย่างที่บอกในตอนแรกว่า การทำงานเริ่มจากการแจมกันในห้องซ้อม ก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันไปสร้างไอเดียในเพลงนี้ในไลน์ดนตรีของแต่ละคนออกมา แล้วกลับมาเข้าห้องซ้อมกันอีกครั้ง และด้วยความเข้าใจและรู้จักตัวตนของเพื่อนๆ ในวงเป็นอย่างดี เพราะอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปี ทำให้การทำงานเป็นเรื่องง่าย ซึ่งสมาชิกทั้งหมดบอกเลยว่าหากพวกเขาไม่ได้ทำงานด้วยกัน วิธีการทำงานแบบนี้เขาก็ไม่สามารถที่ไปทำกับใครได้
"ชื่ออัลบั้ม Uprising (อัพไรซิ่ง) ความหมายตรงๆ ตัวเลยคือการลุกฮือหรือการพุ่งทะยานขึ้นมา มันเกิดจากการที่ก่อนหน้านี้เราผ่านจุดตกต่ำที่สุดของตัวเอง อย่างผมเองที่ป่วยจนร้องเพลงไม่ได้ คนอื่นๆ ในวงก็ไม่มีแรงบันดาลใจในการเล่นดนตรี แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปทำอย่างอื่น จนวันหนึ่งเราก็คิดว่าจะกลับมารวมกันใหม่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการกลับมาของพวกเรา" เท็นกล่าว



