
คอนเสิร์ต เหล็ก พันธุ์ เสือ
คอนเสิร์ต เหล็ก พันธุ์ เสือ : คอลัมน์เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย : โดย...โชคชัย เจี่ยเจริญ [email protected] (www.facebook.com/chokchai.jeijaoren)
วงการดนตรีร็อก ต้องสั่นสะเทือน เมื่อตัวจริงขยับ ช่วงปี พ.ศ. 2536 ที่อาร์เอสเริ่ม มีศิลปินร็อกที่เปี่ยมความสามารถ ทยอยออกงานดนตรี ในช่วงเวลาที่ค่ายอาร์เอสยังออกผลงานเพลงเอาใจกลุ่มเด็กวัยรุ่น แบบเน้น หน้าตาหล่อ สวย ลูกครึ่ง และนำกระแสแฟชั่น ก็ถือโอกาสเปิดแนวรบอีกด้านที่แข็งแรง และประสบความสำเร็จอย่างสูง เริ่มต้นจาก หินเหล็กไฟ ที่สร้างยอดขายได้มหาศาลเนื่องด้วยงานดนตรี เน้นๆ ฝีมือ และถูกจริตขาร็อก สร้างภาพลักษณ์ของค่ายเพลงไปยังกลุ่มนักฟังเพลงไปจนถึงตลาดกว้างที่สุดทั่วประเทศ แม้ก่อนหน้าจะมีงาน ป๊อปร็อก ที่ประสบความสำเร็จอย่าง อิทธิ พลางกูร (พ.ศ. 2531) มาแล้วก็ตาม แต่ห้วงเวลาที่วงหินเหล็กไฟ มานั้น มีขบวนตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจึงได้น้ำหนักและแรงเหวี่ยงในทางร็อก และคนดนตรีตัวจริงแบบได้น้ำได้เนื้อ ชัดเจน
และต่อมาในปี พ.ศ. 2537 ทีของเสือ ของ ธนพล อินทฤทธิ์ ที่ดูจริงใจแต่งตัวเซอร์ๆ ด็วยเนื้อหาเพลงที่มีความเป็นจริงของชีวิต ทำให้ยิ่งเพิ่มการตอกย้ำการยอมรับของผู้ฟังมากขึ้นเป็นลำดับ จากช่างศิลป์ ที่ได้รับโอกาสจากอิทธิ พลางกูร เขียนเพลง เก็บตะวัน บรรจุในอัลบั้มแรก เมือปี พ.ศ. 2531 ที่กลายเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ใด้เป็นเพลงรัก ภายหลังกลายเป็นเพลงประจำตัวอีกเพลงของอิทธิ กอปรกับ มิวสิกวิดีโอที่กำกับโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว ได้รับรางวัลมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยมด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ชื่อของ เสือ ถูกจารึกไว้ในฐานะนักแต่งเพลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเป็นจุดเริ่มต้นในถนนสายดนตรี จนมาถึงงานชุดแรกที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ในอัลบั้ม "ทีของเสือ"
หากย้อนกลับไป อัลบั้มที่เป็นทุนก้อนใหญ่ในการตอกเสาเข็มตึกอันใหญ่โตของ อาร์เอส ยุคแรกๆ คืออัลบั้มรวมดาว พ.ศ. 2527 ที่รวบรวมนักร้องคู่ มาร้องเพลงคู่เก่าๆ ของครูเพลง และประสบความสำเร็จสูงสุดมาแล้ว สูตรนั้นถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็น เพลงเก่า กับดนตรีร็อก โดย เป้ ไฮร็อค กับ พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ในอัลบั้ม ร็อกอำพัน ได้ผลตอบรับที่ดีส่งผลให้มีงานชุดที่สองตามมา แม้ความนิยมจะไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ก็ถือว่าสร้างแรงกระเพื่อมที่ต่อเนื่องได้ในระดับหนึ่ง
ที่เกริ่นมาขนาดนี้ก็เพื่อจะบอกว่า ผลงานร็อกที่เคยประสบความสำเร็จจากค่ายเพลง อาร์ เอส ได้เดินทางมาถึงเวลา ที่วนย้อนกลับมาให้แฟนเพลงได้หวนรำลึกอดีตกันอีกครั้ง ในช่วงหัวค่ำ ของคืนวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา อิมแพ็ค อารีน่า แน่นอน มันน่าตื่นเต้น และน่ามีส่วนร่วมรำลึกย้อนอดีตขาเดฟ ชุดดำไปด้วยกัน
คอนเสิร์ต Short Charge Shock Rock Legend เหล็ก พันธุ์ เสือ บรรยากาศเป็นไปอย่างดีเกินคาด ฝนไม่ตก ไม่ร้อนอบอ้าว อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย รถไม่ติดมาก ใกล้ถึงเวลานัดหมาย ก็มีขาร็อก ชุดดำ ผมยาว รวมกลุ่มหนาตาอยู่เต็มไปหมด เดาว่าบางคนฟังตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น จนวันนี้มีครอบครัวและร็อกเบบี้ของพวกเขามาย้อนอดีตด้วยกันแล้ว ทั้งรุ่นใหญ่มาจนถึงรุ่นใหม่ที่มีโอกาสได้อินกับเพลงยุคนั้น
เมื่อได้เวลาคอนเสิร์ตเริ่ม ก็เรียงกันตามลำดับกระดูก เริ่มต้นจาก ร็อกอำพัน ทั้งสอง เลือกเพลงส่วนใหญ่จาก อัลบั้ม ร็อกอำพัน และเมดเลย์ เพลงของแต่ละคนที่ได้รับความรับนิยมสลับกันไป พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร (เปลี่ยนลุคเป็นผมสั้น ก็ดูเท่ไปอีกแบบ) ทั้งเพลงของ Hi Rock โดยเฉพาะเพลง เกินห้ามใจ อัลบั้ม เจ็บกว่านี้มีอีกใหม งานชุดที่ 3 พ.ศ. 2536 เพลงที่ไล่ระดับของอารมณ์ได้แบบสุดยอดอีกเพลง ผมอุตส่าห์แว่บไปซื้อ CD ที่บู๊ท มาช่วงก่อนคอนเสิร์ตแล้วลืมวางไว้ที่เก้าอี้ เสียดายจริง แต่ยังไงก็ขอฝากคนเก็บได้ ฟังเผื่อด้วยละกันมาถึงคิวของ เสือ ธนพล อินทฤทธิ์ ทุกเพลงที่เลือกมาเล่น ทุกคนในฮอลล์ร้องตามได้หมด ถือเป็นโชว์ที่ไว้ลายเสือได้ยอดเยี่ยมมาก เลือกเพลงเหมาะสม นำเสนออย่างลงตัว และได้อารมณ์แบบพอดี ในบางช่วงที่ผู้ชมร้องด้วยกันยังรู้สึกตื้นตันแทนนักร้อง ที่ได้รับความรู้สึกศรัทธาและชื่นชมจากผู้ฟังได้มากมายขนาดนี้ จนศิลปินเองรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้นจากผู้ชม ถึงกับออกปากว่าน้ำตาจะไหลขณะร้องเพลง ในวงการดนตรี เสือ ธนพล มีความพิเศษคือเป็นศิลปินที่ได้รับโอกาสจากผู้อื่นและได้ให้โอกาส จากผู้คนรอบข้างเช่นกัน เริ่มจาก เพลงที่ตนเองแต่งเป็นเพลงแรก ก็สร้างชื่อให้กับ อิทธิ พลางกูร ในขณะที่ เพลงแรกที่ประสบความสำเร็จของตนเอง รักคงยังไม่พอ ก็เป็นเพลงที่ แทน ปัญฑุรอัมพร (เอ้าท์ ไซเดอร์) เป็นคนแต่ง นี่แหละครับ ที่ผมเรียกว่าเป็นการได้รับความเกื้อกูลซึ่งกันและกันในเส้นทางดนตรีของเขา
ช่วงพิเศษของโชว์ มีนักร้องรับเชิญในเพลง เก็บตะวัน ลูกสาวสองคน มาร่วมร้องด้วย ทำให้โชว์ชุดนี้ได้ใจไปเต็มๆ คุณพ่อยังดูหนุ่มแน่น และลูกสาวก็โตเป็นสาวแล้วทั้งคู่ สำหรับโชว์ในส่วนของ เสือ ธนพล ผมชอบมาก ถือว่ากลมกล่อมและลงตัวมากที่สุดครับ เป็นช่วงกลางคอนเสิร์ตที่ได้ซึบซับกับเนื้อหาของเพลงมากเป็นพิเศษ อิ่มเอม ก่อนจะเดินทางไปสู่ความเข้มข้นของดนตรีจากวงสุดท้าย มี ศิลปินรับเชิญที่มา Surprise ด้วยพลังเสียงที่สูงและมีพลัง ไม่เคยแผ่ว ของ ชัชชัย สุขาวดี ด้วยเพลงคิดถึง และ เงา (ผลงานสมัย ร้องนำวง Rockestra) ผมทึ่งมาก เพราะไม่เคยได้ฟังเพลงในยุคนั้นสดๆ เลย และครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรก กับการได้ฟังสดๆ ที่ร้องไป วิ่งไปบนเวที วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง ไป (เสียงก้อง) ไป ไป ไป ไป
ถึงช่วงท้าย คงไม่ต้องเดาก็พอได้ กลิ่นของ หินที่หนักแน่น กลิ่นเหล็กที่เข็งแกร่ง และกลิ่นของไฟ ที่แผดเผา กำลังจะมาปิดท้าย และแล้ว เพลงที่ถือว่าเป็นเพลงเปิดจากอัลบั้มชุดแรก ของหินเหล็กไฟ ก็มาแบบไม่เกินคาดเดา นาวแมว ผู้คนในฮอลล์ก็เริ่มขยับกันสุดเหวี่ยงกับเพลงและวงโปรดของตนเอง ปฐมพงษ์ สมบัติพิบูลย์ (โป่ง - ร้องนำ) จักรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย (ป๊อป - กีตาร์โซโล, นำพล รักษาพงษ์ (โต - กีตาร์), ณรงค์ ศิริสารสุนทร (รงค์ - เบส) และ ดำรงสิทธิ์ ศรีนาค (ปิงปอง - กลอง) เป็นการผสมกันระหว่าง หินเหล็กไฟ เดอะซัน และยุคที่สามของมือกลองของวง
ทักษะ และ ฝีไม้ลายมือชั้นครู ของสมาชิกแต่ละคนแสดงให้เรารู้ว่า พวกเขาทุ่มเท ฝึกฝน และสร้างสรรค์งานดนตรีกันมาโดยใช้เวลาและสมองมากมายขนาดใหน เพลงฮิตจากอัลบั้มชุดต่างๆ ถูกนำมากระหน่ำให้แฟนเพลงได้ร้องตาม โยกตามไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งมือกลองที่หวดไม่ยั้ง กีตาร์ที่เร็วปานจรวด เบสที่ย้ำให้เพลงดุดันขึ้น รวมถึงเสียงร้องที่ยังทรงพลัง และการเล่นและร้อง ตามต้นฉบับเป๊ะ (อันนี้สำคัญ เพราะมีศิลปินหลายคนพยายามจะเปลี่ยนแปลงมันจนมากไป แฟนเพลงร้องตามไม่ได้ ขาดการมีส่วนร่วมในคอนเสิร์ต สุดท้ายความประทับใจก็ไม่เกิด ) ฉะนั้นการนำเสนอแบบดั้งเดิมจึงยิ่งทำให้ความสุขของแฟนเพลงเพิ่มมากขึ้น และส่งผลถึงอารมณ์ร่วมในคอนเสิร์ตได้เป็นอย่างดี
ช่วงกลางของ หิน เหล็ก ไฟ ทุกคนหลบหลังเวทีไปกินก๋วยเตี๋ยว ซับเหงื่อกัน ปล่อยให้ ป๊อป มือกีตาร์แนวร็อก อับดับต้นๆ ของเมืองไทย วาดลวดลาย เต็มที่กับคนดู นี่คือช่วงเวลาที่นักดนตรีได้อวดความสามารถได้อย่างเต็มที่ เทคนิคสารพัด ถูกงัดออกมาจากกรุสมบัติ ทั้งจิ้มเส้น ขยี้สาย ใช้ฟันโซโล่ เอากีตาร์พาดหลัง แล้วโซโล่ ขาดก็เพียงแต่ทุบ กับเผาเท่านั้น (ฮา) และหลังจากนั้นคอนเสิร์ตก็ดำเนินต่อจนถึงช่วงท้าย ที่ทุกคนออกมาร้องเพลง ศรัทธา ของ หินเหล็กไฟร่วมกันปิดท้าย
นับเป็นคอนเสิร์ตอีกครั้งที่สร้าง ความสุข ความสนุก คึกคัก อิ่มเอม และฉุดกระชากความหนุ่มของผู้ชมและศิลปินรวมถึงทีมงานทุกคนให้กลับมา
ขอบคุณภาพประกอบจาก : สิทธา ทับปิ่นทอง ขอบคุณบัตร VIP จาก : เฉลิมศักดิ์ อังศุพันธุ์ ผจก ฝ่ายขายงานคอนเสิร์ต อาร์เอส บจก.(มหาชน) จัดรายการวิทยุ ที่สบายดี เรดิโอ 88.5
ชาตินี้ ยังไงก็ฟังเพลงทั่วไป ได้ไม่หมด ขอเลือกเพลงโปรด ฟังก่อนตาย ดีกว่า
........................................
(คอนเสิร์ต เหล็ก พันธุ์ เสือ : คอลัมน์เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย : โดย...โชคชัย เจี่ยเจริญ [email protected] (www.facebook.com/chokchai.jeijaoren))



