
ทีวีสีรุ้ง : 'ดูเพื่อ?'
'ดูเพื่อ?' : คอลัมน์ทีวีสีรุ้ง
มีคนถามอ้อมว่าดูละครไทยแล้วได้อะไร ไม่เห็นจะมีอะไรเลย อ้อมตอบว่าก็ดูไปไม่คิดอะไรมาก คนนั้นก็บอกว่านั่งดูข่าวยังจะมีอะไรมากกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องดูคนแย่งสามีภรรยากันให้วุ่นวาย ก็จริงค่ะ แต่ก็ไม่วายคิดว่า แล้วไอ้ข่าวประเภทที่ไม่พอใจแล้วก็ตั้งม็อบด่ากัน จับคนคอร์รัปชั่น อดีตสามีไปฆ่าภรรยาพร้อมแฟนใหม่ มันต่างกันตรงไหน มันก็เหมือนกันทั้งนั้น เผลอๆ ดูข่าวแล้วเครียดยิ่งกว่า เพราะถ้าตายมันตายจริง เลือดก็ของจริง หรือชีวิตคนตาดำๆ ตัวเป็นๆ ทั้งนั้นที่โดนทำร้าย แถมเจ็บจริง จบจริง ไม่ใช้สแตนด์อินด้วย จะว่าไปน่าหดหู่กว่าตั้งเยอะ เลยคิดว่าไอ้ที่ว่า based on true story หรือเอาเค้าโครงมาจากเรื่องจริงของละครทั้งหลาย มันก็ไอ้ชีวิตของเราๆ ท่านๆ ทั้งนั้นล่ะมั้งคะ
อย่างล่าสุดอ้อมได้ดูซีรีส์ 2 เรื่องในเวลาใกล้เคียงกัน เรื่องแรก มีนักโทษประหารที่เคยฆ่าคนมา 5 คน หลบหนีระหว่างทางมาศาลพร้อมกับปืนที่หามาได้ ตำรวจตามมาจนเจอเขาอยู่กับนักเรียนอนุบาล 20 คน ตำรวจพยายามเข้าไปช่วย แต่โดนยิงเสียชีวิตไป 3 ราย และเขายิงเด็กเสียชีวิตไปอีก 5 ราย เบ็ดเสร็จเขาฆ่าคนไป 13 ศพ เขาต้องไปขึ้นศาลฟังคำตัดสิน แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ถูกยิงตายโดยพ่อของ 1 ในเด็กอนุบาลที่เป็นเหยื่อ เมื่อต้องขึ้นศาล คุณพ่อคนนี้พูดว่ากฎหมายไม่สามารถป้องกันการตายของลูกสาวเขาได้ คนคนนี้ยิงลูกสาวเขาก่อน เขาเป็นพ่อ เขาผิดอะไร แล้วประชาชนที่รู้เรื่องนี้ก็คงอยากให้เขายิงฆาตกร เพราะถ้าเขาไม่ยิงใครจะรู้ว่าฆาตกรคนนี้จะไม่หนีออกมาทำแบบนี้ได้อีก ส่วนอีกเรื่อง เด็กผู้หญิงอายุ 10 ปีกับ 13 ปี ไปชวนเด็กชายอายุ 5 ขวบข้างบ้านไปเล่น สุดท้ายเด็กผู้หญิง 2 คนช่วยกันฆ่าเด็กผู้ชายจนตาย ในระหว่างการสืบสวนมีการโยนความผิดกันไปมา ทนายก็จะเอาผิดให้ได้ตามแง่ของตัวบทกฎหมาย แต่แล้วแม่ของเด็กชายที่เสียชีวิตก็พูดขึ้นมาว่าเธอไม่ต้องการให้เด็กหญิงคนใดก็ตามต้องเข้าคุกไม่ว่าจะในฐานะเยาวชนหรืออะไรก็ตาม เพราะมันไม่ได้ช่วยให้ลูกชายของเธอฟื้นขึ้นมา แต่มันจะดีกว่าถ้าหาให้ได้ว่าอะไรเป็นแรงจูงใจที่เด็กผู้หญิงสองคนนั้นมาทำกับลูกเธอแบบนี้ แล้วไปแก้ไขอย่าให้มันต้องเกิดซ้ำอีก จะว่าไปทั้งสองเรื่องก็คือความสูญเสียของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ แต่มีวิธีรับมือที่แตกต่างกัน แล้วลองสมมุติกันดูนะคะ ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ละคร และคนที่สูญเสียกลายเป็นเรา อาจจะไม่ใช่ลูกแต่เป็นคนที่เรารัก เราจะทำแบบไหน ให้อภัยหรือไล่ยิง บางคนก็ให้อภัยได้ไม่ว่าใครจะทำร้ายเรา แต่บางคนอาจจะอยากแก้แค้นตั้งแต่แวบแรก อ้อมเองยอมรับว่าถ้าเกิดขึ้นกับตัว คงสับสนอยู่เหมือนกันค่ะ เสียของรักยังไงเราก็เจ็บ แต่จะไปทำร้ายคนอื่นมันก็ไม่ถูกไม่ควร เลยคิดว่าโชคดีจังที่เป็นละคร เพราะอย่างน้อยเราก็เป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ เห็นว่าเป็นเรื่องคนอื่น สังเกตมั้ยคะ สูญเสียเหมือนกัน แต่พอเป็นเรื่องของคนอื่น เราพร้อมเข้าใจทันทีว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถามว่าถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้นกับเรามันจะธรรมดามั้ย? เพราะเมื่อไหร่ที่มันกลายเป็นเรื่องของเรา มันดูจะยากไปซะหมด มีเหตุผลร้อยแปดพันเก้าเข้าข้างตัวเองเสมอ ว่าที่ทำเพราะอย่างนี้อย่างนั้น หลายๆ ครั้งเราอาจไม่รู้จักตัวเองดีพอด้วยซ้ำ จนกว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นข้างหน้า
นี่เป็นแค่การยกตัวอย่างง่ายๆ จากละครในจอสี่เหลี่ยมที่เรานั้นดูกันทุกวัน จะว่าไปถ้าเราอาศัยซ้อมใหญ่ไปกับบทต่างๆ อย่างมีสติ ฝึกคิดอย่างเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ และถ้าวันนึงที่เราต้องบังเอิญแสดงบทบาทเหล่านั้นจริงๆ เราอาจจะผ่านมันไปได้ด้วยดี ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับอะไรก็ตามที่ผ่านเข้ามา เหมือนกับตัวละครบางตัวที่คุณคิดว่าไม่น่าทำแบบนี้เลย ถึงตอนนี้สำหรับอ้อม การดูละครบางทีก็เอาไว้ซ้อมดูตัว แล้วสำหรับคุณล่ะค่ะจะดูเพื่อ ? ถ้าไม่ลองเอามาย้อนดูตัวบ้าง ใครจะรู้ว่าสักวันหนึ่ง คุณอาจจะต้องพูดว่า "ไม่น่าทำแบบนี้เลย" เหมือนกัน
....................................
('ดูเพื่อ?' : คอลัมน์ทีวีสีรุ้ง )



