
Eat play life:แม้มี'ดอกเบี้ยสูง'แต่ก็มีสุนทรียะการตลาด
แม้มี'ดอกเบี้ยสูง'แต่ก็มีสุนทรียะการตลาด : คอลัมน์ Eat play life
เคยมีกระทู้เปรียบเทียบว่า ชื่อไทยของวรรณกรรม 2 เล่ม ระหว่าง “สาวทรงเสน่ห์” ของ pride and prejudice กับ “แหวนแห่งอำนาจ” ของ the lord of the rings นั้น อะไรไพเราะกว่ากัน ?
ในฐานะคนรักการอ่านคนหนึ่ง ผมคิดว่ามันเหมาะสมทั้งสองชื่อ เพราะเขาต้องตั้งตามบริบทของเนื้อหา และไม่ใช้ถ้อยคำที่ยากเกินไป เชื่อมั้ยว่า “ชื่อหนังสือ ชื่อหนัง ชื่ออัลบั้มดนตรี” ชื่อเหล่านี้เป็นถ้อยคำที่สามารถส่งผลต่อธุรกิจและการขายได้ เพราะคนรับสารจะสามารถรู้สึกอะไรไปกับชื่อ และซื้อหรือไม่ซื้อ สนหรือไม่สน ได้ทั้งนั้น
ถ้ามองในมุมนี้ มันจึงไม่แปลกที่แฟนๆ นิวคาสเซิ่ลจะเคย “เจ็บปวดมาก” ที่นามอันไพเราะคลาสสิกของสนามแข่งคือ เซนต์ เจมส์ พาร์ค เคยถูกเปลี่ยนชื่อในปี 2011 เป็น “สปอร์ต ไดเรค อารีน่า” ที่มาจากช็อปและแฟรนไชส์ขายเครื่องกีฬาของไมค์ แอชลีย์ ที่ซื้อทีม
ฟุตบอลไม่ใช่ตลาดหุ้น มันมีสัมผัสของศิลปะอยู่สูง มีความผูกพัน มีความรัก มีการเสียสละและอดทนยาวนาน เมื่อสนามมีชื่อที่เก่าแก่ มันจึงเป็นมิติของวรรณกรรมไปด้วย แต่จู่ๆ โลกยุคใหม่ของธุรกิจ ที่พยายามจะเปลี่ยนชื่อสนาม ชื่อทีม เพื่อ ”รับใช้” สินค้าสปอนเซอร์ มันจึงเป็นความหยาบคาย ไร้สุนทรียะ และไม่โรแมนติกเอาเสียเลย
ลองคิดดูว่า แฟนหงส์จะรู้สึกอย่างถ้าวันหนึ่ง แอนฟิล์ดที่คลาสสิค ต้องกลายเป็นชื่อ “บัตรสแตนดาร์ด สเตเดี้ยม” หรือสนามแมนยูที่มีชื่อเก่าแก่ว่า โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น aon arena รวมทั้งเชลซีที่นามของสนามว่า สแตมฟอร์ด บริดจ์ฯ ต้องกลายเป็น “ซัมซุง สเตเดี้ยม”
มันชอบและชื่อชมแบรนด์ทั้งสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์, aon และซัมซุง แต่ไม่คิดว่าถ้าสนามเป็นชื่อแบบที่ยกตัวอย่าง มันจะดี (เพราะมันจะดูตลก)
ที่เขียนเรื่องนี้เพราะว่าสปอนเซอร์คาดอก wonga.com เสื้อตัวใหม่ของทีมนิวคาสเซิ่ล (ทีมขวัญใจของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์) ได้เปลี่ยนเอาใจแฟนบอลจากสปอร์ต ไดเรค อารีนา กลับไปเป็น “เซนต์ เจมส์ พาร์ค” เหมือนเดิม เพราะแม้แฟนๆ จะไม่ชอบสปอนเซอร์ที่เกี่ยวกับการปล่อยกู้เงินระยะสั้น แต่ดอกเบี้ยสูงอย่าง wonga.com ชื่อนี้ ถ้านี่ก็คือแง่มุมงดงามอย่างหนึ่ง
ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะอย่างที่เราทราบ มีความพยายามมากมายที่ทีมกีฬาต่างๆ ในหลายแวดวง มีข่าวว่าจะถูกสินค้าสปอนเซอร์ เปลี่ยนชื่อสนามเป็นชื่อสินค้า เพื่อ “ผลทางการตลาด” แต่ผมว่าคงหยาบคายมาก กระด้างมาก ที่เราจะได้ยินชื่อที่เขาตั้งเสียไพเราะ มายาวนาน ร่วมศตวรรษ ต้องกลายเป็นชื่อสินค้าอะไรไม่รู้ (ที่หมดสัญญาที 2-3 ปีก็คงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ)
ลองคิดตลกๆ ว่า ถ้าซาลาเปาที่ผมชอบกินมากที่สุดอย่าง “ซาลาเปาวราภรณ์” ไปเป็นสปอนเซอร์ของแมนยู และเปลี่ยนชื่อจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็น “ซาลาเปาวราภรณ์ สเตเดี้ยม” หรือ “ถ่านตรากบ อารีน่า” เป็นชื่อสนามเชลซี มันคงจะแปลกๆ ประหลาดๆ และทะแม่ง งงๆ
โลกของธุรกิจที่เข้มข้นทบเท่าทวีคูณ ทำให้พื้นที่ของศิลปะหรือสุนทรียะ แทบจะไม่มีที่ยืน
และคงจะดี ถ้าคนถือเงิน หรือนักธุรกิจ จะมีหัวใจของเขา ให้ความงามแห่งสุนทรียะ ได้มีที่ยืนบ้าง
แม้จะ “ยืนเขย่งขาเดียว” ก็ยังดี
.......................................
(หมายเหตุ แม้มี'ดอกเบี้ยสูง'แต่ก็มีสุนทรียะการตลาด : คอลัมน์ Eat play life)



