
เอกเขนกดูหนัง:'the piano teacher'
'the piano teacher' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
หากจะมองในมุม autuer ที่เปรียบผู้กำกับเป็นดั่งประพันธกรแล้วล่ะก็ ผู้กำกับหนังที่ได้ชื่อว่า ‘เฮี้ยน’ ที่สุดคนหนึ่งแห่งยุคมิลเลนเนียม น่าจะมีชื่อของ ไมเคิลเฮนเนเก้ รวมอยู่ด้วย ‘เฮนเนเก้’ ทำหนังมาราว 11 เรื่อง ชื่อเสียงของเขาเป็นที่โจษจันกล่าวขานมาตั้งแต่หนังเรื่องที่สอง “benny’s video” (1992)ที่เขาลงมือกำกับ ไปคว้ารางวัลขวัญใจนักวิจารณ์จากเวที ยูโรเปี้ยน ฟิล์ม อะคาเดมี หลังจากนั้นมา หนังทุกเรื่องของเขาก็กลายเป็นขาประจำในเทศกาลเมืองคานส์ฝรั่งเศส แม้ปีไหนไม่ได้รางวัลแต่ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงแทบทุกครั้งไป ก่อนจะมาถึงจุดสูงสุดในชีวิตการทำหนังของเขาเมื่อ “amour” (2012)หนังรักสุดรันทดของสองตายายไปคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศมาครองได้สำเร็จ หลังไปคว้ามาหมดเกือบจะทุกๆ เวทีของเทศกาลหนังทั่วโลก
หนังของ เฮนเนเก้ มีท่วงทีนิ่งเนิบ เดินเรื่องไปอย่างเชื่องช้า อ้อยอิ่ง แต่มีบทสรุปที่ชวนช็อกคนดู ชนิดไม่ปล่อยให้หายใจหายคอรอรับมือกับชะตากรรมที่คนทำหนังออสเตรียคนนี้ ซัดใส่ตัวละครของเขาอย่างไม่ปรานีปราศรัย อีกทั้งยังท้าทายต่อมความคิดผู้ชม ที่ชวนให้ทั้งตีความ ถอดรหัส จับสังเกตความเป็นไปในตัวมนุษย์ หรือกระทั่งเล่นเอาล่อเอาเถิด กับห้วงอารณ์ระหว่างชม ด้วยการทำร้ายตัวละครที่คนดูเอาใจช่วยเสียดื้อๆ จนเป็นที่ฮือฮามาแล้ว ในหนังเรื่อง “the funny games” (1997,2008) ที่เฮนเนเก้ ลงทุนรีเมกหนังตัวเองอีกครั้งในวันที่เวลาผ่านไป 10 ปี แต่ทว่า ลีลาการหยอกเย้า เสียดสีประชดประชัด ระหว่างเฮนเนเก้กับคนดูของเขา หาได้ประนีประนอมโอนอ่อนลงแม้แต่น้อย
ลายเซ็นที่โดดเด่น ซึ่งเหล่าบรรดาคอหนังมักจะหวาดระแวงเมื่อมีโอกาสดูหนังของ ‘เฮนเนเก้’ คือ การจู่โจมคนดูด้วยความรุนแรง บ้าคลั่ง ในตอนท้ายเรื่อง ทั้งที่มาจากพฤติกรรมของตัวละครเอง และโชคชะตาที่เล่นเอาหนักหนาสาหัสกว่าตัวละครของเขาจะได้พบจุดจบ (ซึ่งน้อยครั้งที่จะลงเอยอย่างสวยสดงดงาม)
หากเฮนเนเก้ วิพากษ์การนิยมความรุนแรงในตัวมนุษย์ผ่านหนังอย่าง “the funny games” และเสียดเย้ยมันผ่านฉากเจ้าอันธพาลหนุ่มที่คนดูแสนเกลียดชัง กดปุ่มรีเวิร์สให้เหตุการณ์ย้อนกลับระหว่างที่ตัวเองเพลี้ยงพล้ำ กลับมามีชัยเหนือเจ้าของบ้าน ที่ถือเป็นการแกล้งคนดูอย่างสนุกมือ ฉากไคลแมกซ์ของหนังเรื่อง “hidden”(2005) ที่สะท้อนปัญหาการเหยียดเชื้อชาติของพิธีกรรายการทีวีหนุ่มใหญ่ ที่ตามมาราวีจากเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งวัยเด็ก
หนังอีกหนึ่งเรื่องของ ไมเคิลเฮนเนเก้ ที่ทรงพลังเอามากๆ ทั้งพล็อต, การแสดง, คาแรกเตอร์เฉพาะของตัวละคร และฉากจบชวนช็อก ก็คือ “the piano teacher” (2001) เจ้าของรางวัลกรังด์ปรีซ์จากเทศกาลหนังเมืองคานส์อีกทั้งยังมีชื่อเข้าชิงอีกหลายรางวัลทั้งเวที บาฟต้าและยูโรเปี้ยน ฟิล์ม อวอร์ด พล็อตเล่าถึง
ครูสอนเปียโนสาวใหญ่ ที่อาศัยอยู่กับแม่สองคน ฉากหน้าเธอคือครูสอนเปียโนที่เอาจริงเอาจังต่อการสอนลูกศิษย์ มีความสามารถด้านดนตรีเป็นเลิศ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเพลงประเภทต่างๆ เป็นอย่างดี เวลาเดียวกัน ครูสาวใหญ่คนนี้ ป่วยเป็นโรคจิตเภท มีพฤติกรรมเข้าขั้นเกือบจะวิตถาร ตั้งแต่เข้าไปใช้บริการร้านเซ็กส์ช็อป หยอดเหรียญดูหนังโป๊ในห้องส่วนตัว แถมยังหยิบกระดาษชำระในถังขยะมาสูดดมอย่างมีความสุข เข้าไปแอบดูคนมีเซ็กส์กันในโรงหนังไดร์ฟอิน หรือกระทั่งใช้ใบมีดกรีดอวัยวะเพศจนเลือดอาบเป็นทาง (ผู้เป็นแม่ไม่ผิดสังเกต แต่กลับบอกว่าให้ใส่ผ้าอนามัยซะ) อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่ ก็ดูจะใกล้ชิดสนิทสนม จนบางครั้งละเลยความเคารพซึ่งกันและกันไป (ทั้งคู่นอนเตียงเดียวกัน หลายฉากทั้งคู่ทะเลาะกัน และลงเอยด้วยการใช้กำลังตบตี) จุดพลิกผันของหนังเดินทางมาถึงเมื่อมีลูกศิษย์หนุ่มรูปงาม มาสมัครเรียนเปียโนกับเธอ โดยที่เหตุผลลึกๆ คือเขาแอบชอบครูสาวใหญ่รายนี้ ในขณะที่ครูสาวเองก็แอบมีใจ แต่ก็เผยรสนิยมทางเพศแบบซาดิสม์ มาโซคิสม์ ให้ลูกศิษย์หนุ่มรับรู้
ความบิดเบี้ยวในใจของผู้คน พฤติกรรมประหลาดเพี้ยนในตัวมนุษย์ เป็นสิ่งที่ ‘เฮนเนเก้’ ตอกย้ำเสมอในหนัง “the piano teacher” หน้าฉากที่ดูเหมือนคนที่มีรสนิยมในการใช้ชีวิตผ่านการเล่นเพลงคลาสสิกผ่านเครื่องดนตรีอย่างเปียโน แต่ฉากหลังคนเหล่านั้นเต็มไปด้วยความกักขฬะ ต่ำช้า หมกมุ่นในเรื่องเพศรสวิปริดปิดมนุษย์มนา หลายครั้งที่เขาเธอไม่อาจแยกด้านดี ด้านเลวออกจากกันอย่างเด็ดขาด หากแต่มันผสมปนเปในห้วงอารมณ์ชั่วขณะที่ไม่สามารถควบคุมได้ (หลายฉากที่ครูสาวแสดงอารมณ์เปี่ยมความต้องการทางเพศ แต่หนังก็ไม่ปรากฏฉากร่วมรักของเธอให้เห็น ขณะเดียวกันฉากที่เธอปฏิเสธการร่วมเพศ เธอกลับเป็นฝ่ายถูกกระทำทารุณอย่างโหดร้าย)
หนังทุกเรื่องของผู้กำกับ ไมเคิลเฮนเนเก้ ล้วนวิพากษ์มนุษย์ได้อย่างเจ็บลึก แสบสันไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง ที่สำคัญเขามักจะช็อกความรู้สึกคนดูด้วยฉากที่คาดไม่ถึงเสมอ
.......................................
(หมายเหตุ 'the piano teacher' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



