
เปิดปม'เจนี่ โมเดล'แรงเร็วท้าทายกระแสสังคม
สกู๊ปบันเทิง : เปิดปม 'เจนี่ โมเดล' แรงเร็วท้าทายกระแสสังคม
เรื่องในมุ้งหรือเรื่องส่วนตัวของบุคคลธรรมดา คงไม่มีใครสนใจใคร่รู้ แต่เรื่องส่วนตัวของนางเอกสาวระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรณ หรือที่ตอนนี้รู้จักกันในนามใหม่ว่า "มาดามเจนี่" ภรรยาคนใหม่ของ "เอ๋" ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายก อบจ.สมุทรปราการ อดีตสามีของนักร้องคุณภาพระดับตำนาน "ตู่" นันทิดา แก้วบัวสาย กำลังกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถกเถียง แสดงทรรศนะส่วนตัวกันอย่างกว้างขวางทั้งในสื่อโซเชียลมีเดีย เว็บบอร์ดชื่อดังโดยเฉพาะเว็ปไซด์ "พันทิป" ไม่เว้นแม้แต่ห้างร้าน บริษัท สถานที่ราชการ ฯลฯ
สร้างปรากฏการณ์ "ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์" ฝ่าวิกฤตการณ์ทางการเมือง ที่กำลังกลายเป็นแรงกระตุ้นกับหัวข้อการสนทนาบทใหม่ เริ่มต้นด้วยคำว่า "เจนี่ โมเดล" หรือ "ต้นแบบเจนี่" มีการเปรียบเปรย พร้อมกล่าวกระทบเทียบเส้นทางรักของนางเอกสาวสวยแซบเจ้าของฉายา "แอ๊บแบ๊ว จอมฉก" ที่กว่าจะมารับตำแหน่ง มาดามเจนี่ ซึ่งส่วนใหญ่ประเด็นที่ถูกพูดถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องของ "ความถูกต้อง" กับ "ศีลธรรม"
จนกลายเป็นสาเหตุ ทำให้มีความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝ่าย มีการโต้เถียง งัดทั้งความจริงที่เป็นรูปธรรม คือหลักฐานที่จับต้องได้ จากถ้อยแถลงของหนุ่มใหญ่ผู้ทรงอธิพลย่านปากน้ำ ขณะควงคู่สาวเจนี่ ออกมาประกาศว่า
"10 กว่าปี ที่ผมแต่งงานกับคุณตู่ นันทิดา ผมทำหน้าที่พ่อ น้องเพลง คือ ดวงใจของผม และผมเองก็ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับคุณนันทิดามา 10 กว่าปีแล้ว แต่ได้ดูแลในฐานะผู้ชายที่ทำหน้าที่พ่อ และก็รักลูกสาวสุดหัวใจ รวมทั้งผมไม่ได้จดทะเบียนกับคุณตู่ อยู่แล้ว" เพื่อหาความชอบธรรมให้แก่นักแสดงสาว เพราะเธอ "ผิดตรงไหน" ในเมื่อหนุ่มใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล พูดชัดเจนว่า ได้แยกกันอยู่กับอดีตภรรยามากว่า 10 ปี ไม่มีการจดทะเบียนสมรส และทำหน้าที่ "พ่อ" ให้กับลูกสาวอย่างดีที่สุด
หากทว่าความจริงทางสังคมในระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา สถานะความเป็นครอบครัวที่เปิดเผยแก่สาธารณชน แสดงให้เห็นว่าหนุ่มใหญ่ ผู้ทรงอิทธิพลกับนักร้องสาวระดับตำนาน ยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และไม่ได้ตัดขาดกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากยังมีภาพของ "ตู่" ไปช่วย "เอ๋" หาเสียงเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่นเมื่อปี พ.ศ. 2554 รวมถึงการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อและรายการโทรทัศน์หลายครั้ง ตอกย้ำความสัมพันครอบครัวว่า ยังคงอยู่อย่างที่สมควรจะเป็นและมีความสุข
เหมือนบทสัมภาษณ์ที่เธอเคยกล่าวกับ "คมชัดลึก" เมื่อครั้งที่อดีตสามี เคยนำพามรสุมข่าวค(ร)าวกับนางแบบสาว "โย" ยศวดี หัสดีวิจิตร เข้ามาพัวพันพร้อมข้อครหา "มือที่สาม" ในครอบครัวว่า "ถ้าตู่สนใจอะไรคงทำงานไม่ได้นะ ถ้าเราสนใจและเก็บมาเป็นเรื่องซะทั้งหมด ว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็คงไม่ใช่ เพราะมันมีเรื่องที่ใหญ่ในชีวิตที่เราต้องทำและดูแลอีกเยอะ เพราะฉะนั้น ไม่ดีกว่า เรารักคนของเราพอแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ชีวิตคู่ของเราสั่นคลอน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเอง เพียงแต่รู้ว่าคุณเอ๋ทำอะไร รักครอบครัว รักลูกก็เพียงพอแล้ว" ขอยกย่องว่า "หัวใจ" ของเธอช่างแข็งแกร่ง และเสียสละเหลือเกิน
เพียงแต่นั่นมันคืออดีต เพราะปัจจุบันหนุ่มใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ได้ประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า พร้อมที่จะสร้างครอบครัวใหม่กับ มาดามเจนี่ ท่ามกลางกระแส "ลมปาก" ท้าทาย ถากถาง หลายประเด็น ที่ยังคงมุ่งโจมตี และมีข้อกังขากับ "ความจริง" อันเป็นนามธรรมเกี่ยวกับ "ศีลธรรม" ที่กลายเป็นสิ่งตราตรึง ตอกลึก เข้าไปในจิตใจของสาวเจนี่ ถึงคำถามที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงกังขา
ทว่าอาจจะไม่ได้มาซึ่งคำตอบ เพราะจะผิดตรงไหน ในเมื่อทุกวันนี้ เธอกลายเป็นมาดามอย่างถูกต้องตามกฏหมาย มีทะเบียนสมรส ยืนยันความบริสุทธิ์พร้อมสถานะใหม่ทางสังคมอย่างชัดเจน เมื่อบทสรุปลงท้ายด้วยความ "ถูกต้อง" ที่ยังมี "ข้อกังขา" ฉะนั้นกรรมวิธีของการได้มาซึ่งความถูกต้องครั้งนี้ ยังคงมีคนรอคอยคำตอบ เพื่อพิสูจน์ให้รู้แจ้งว่ารูปแบบของ "เจนี่ โมเดล" ปราศจากมลทิน
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจับมอง คือทิศทางของชีวิตในวงการบันเทิงของนางเอกสาวที่ดวงเรื่องงานกำลังถึงจุดสูงสุด แต่มีอันต้องมาสะดุด เพราะการเปิดฉากประกาศจดทะเบียนสมรสสุดช็อก เซอร์ไพร์สคนทั้งประเทศไปเสียก่อน เธอยังมีละครที่ถ่ายทำใกล้เสร็จสมบูรณ์เรื่อง "ดาวเกี้ยวเดือน" ของค่าย "บรอดคาซท์" ทางช่อง 3 ที่มีกระแสข่าวออกมามากมาย ถึงการเลื่อนการออกอากาศจาก กำหนดการเดิมจากวันที่ 29 ส.ค. นี้ เพื่อเอาละครเรื่อง "ทองเนื้อเกล้า" มาลงแทน กับละครอีกหนึ่งเรื่องหนึ่งที่ยังอยู่ระหว่างการถ่ายทำคือ "เสน่หา สัญญาแค้น" แสดงคู่กับ "โดม"ปกรณ์ ลัม ของค่าย "โพลีพลัส"
กระทั่งได้รับคำยืนยันจากปาก สมรักษ์ ณรงค์วิชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ ช่อง 3 ว่ากำหนดการออกอากาศละคร "ดาวเกี้ยวเดือน" ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นั่นเท่ากับคอนเฟิร์มฉายวันที่ 29 ส.ค.นี้ ท่ามกลางกระแสข่าวร้อนแรงที่ยังคงคุกรุ่น เสมือนการโหนกระแส แม้จะเป็นกระแสด้านลบ ราวกับต้องการตีเหล็กช่วงกำลังร้อน หากแต่เหล็กที่กำลังตี มีรูปร่างบิดเบี้ยว การยัดเยียดให้ประชาชนรับชมเหล็กบิดเบี้ยว พร้อมข้อกังขาที่ยังค้างคาใจ มันสร้างสรรค์จริงหรือไม่
หากรอให้ความร้อนจางหาย เพื่อหลอมเหล็กชิ้นใหม่ รอเวลาขจัดความบิดเบี้ยวทิ้งไปเสียก่อน น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าหรือไม่? เพราะทิศทางละครสร้างสรรค์ นโยบายปราศจากฉากรุนแรงล่อแหลมในละครที่ผู้บริหารช่อง 3 คิดจะทำและปาวประกาศอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา
หากแต่พฤติกรรมล่อแหล่มในชีวิตจริงของนักแสดง ที่ควบตำแหน่งการเป็น "ไอดอล" หรือต้นแบบทางสังคม กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าอาจ "บิดเบี้ยว" เช่นนี้แล้วควรจะเพิกเฉยต่อกระแสทัดทานเหล่านี้หรือไม่ หรือจะทนแรงต้าน จับกระแสมาโหนต่อไป...ก็สุดแท้แต่วิจารณญาณ



