บันเทิง

พรมแดนของโลกมายา - เอนนิโอ มอร์ริโคนี คอนเสิร์ตกลางแจ้ง

พรมแดนของโลกมายา - เอนนิโอ มอร์ริโคนี คอนเสิร์ตกลางแจ้ง

12 มิ.ย. 2552

Ennio Morricone Arena Concerto ดีวีดี คอนเสิร์ตแสดงเมื่อ 28 กันยายน 2002 ณ เวโรนา ประเทศอิตาลี คนที่ชมชอบหนังฝรั่งอาจจะคุ้นชื่อของเขาบ้าง ในฐานะคนทำเพลงประกอบหนัง หรือถ้าเป็นคนรักชอบเสียงดนตรี โดยเฉพาะดนตรีคลาสสิก บางคนยังมีความทรงจำทำนองเพลงที่เขาประพันธ

  ด้วยวัย 74 ปี เอนนิโอยืนอยู่เบื้องหน้าวงดนตรีซิมโฟนีออเคสตราวงใหญ่ และคณะนักร้องประสานเสียงเต็มแน่นเวทีแสดง เขาเลือกเพลงเปิดวงด้วยเพลงจากหนังเรื่อง Cinema Paradiso ขึ้นเพลงด้วยเสียงเปียโนจาก Gilda Butta สวยและน่ารักมากแม้จะล่วงวัยสาวแล้วก็ตาม เชื่อแน่ว่าผู้ชมผู้ฟังส่วนใหญ่คุ้นกับเพลงนี้ มันแว่วอยู่ในหัวของพวกเขาร่วม 20 ปี ต่อด้วย Once Upon a Time in America, The Legend of 1900 เพลงนี้กล้องเน้นไปที่การเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตของสาวนักเปียโน ในช่วงที่เล่นโน้ตเร็ว เหมือนกับฉากที่เห็นในหนัง หลายคนคงอยากเดาว่านี่ใช่มือเดียวกันหรือเปล่า The Good, The Bad, And The Ugly จำได้ว่าเป็นหนังคาวบอยอิตาเลียนยุคแรก ถูกใจคอหนังวัยรุ่นต่างจังหวัดพากันเมินหนังไทยไปตามกัน เพลงนี้มีนักร้องหญิงเสียงโซปราโน Susanna Rigacci มาร้องนำ

 เสียงที่อยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืมคือเสียงหอนของโคโยตี้ ตามคำบอกเล่าของเอนนิโอ เสียงในหนังเป็นเสียงของโคโยตี้จริง ตามด้วยเพลงจาก Once Upon A Time In The West, A Fistful of Dynamite หลังจากเพลงนี้มีนักร้องสาวอีกคนชื่อ Dulce Pontes แต่งกายและร้องเพลงสำเนียงยุโรปตะวันออก ชื่อเพลงส่วนใหญ่เป็นภาษาอิตาเลียน เครื่องดนตรีมีกลองชุด มีกีตาร์ไฟฟ้า เบสเข้ามาแทรกเพื่อทำเสียงเอฟเฟกต์ ในบางช่วง มีคำร้องเป็นภาษาอังกฤษ แต่ฟังไม่เพราะเท่าภาษาถิ่น

 มีอยู่เพลงหนึ่งที่ขึ้นด้วยเสียงกลองทอมบ้ากับกลองบองโก้ แทรกลึกด้วยออร์กอนลม ผนึกกำลังกับเสียงจากกลุ่มนักร้องประสานเสียง มีเสียงให้จังหวะจากกีตาร์คลอตาม มันได้พลังและอารมณ์ความรู้สึกปฏิวัติ

 ด้วยเทคนิคการถ่ายทำที่ไม่ได้มองข้ามความเป็นศิลปะ ทำให้ภาพการแสดงที่ดูเหมือนหยุดนิ่งมีการเคลื่อนไหวตลอดช่วงการแสดง มันเป็นไปอย่างดูเป็นธรรมชาติไร้มายา ภาพแต่ละช่วงที่ช่างกล้องเน้นการบรรเลงของนักดนตรีแต่ละกลุ่ม ทุกอากัปกิริยาของการเคลื่อนไหวรังสรรค์ตัวโน้ตออกมาแต่ละตัว ปากที่เปิดอ้าของกลุ่มนักร้องประสานเสียง ภาพซ้อนระหว่างนักดนตรีกับวาทยกร การนำเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องสังเคราะห์ระบบดิจิทัลมาใช้กับวงซิมโฟนีออเคสตราในบางเพลง ทำได้ดูดีไม่มีข้อตำหนิ

 เพลงสุดท้ายจากหนังเรื่อง The Mission เป็นความปวดร้าวที่มีพลังยิ่ง นี่คือเกียรติยศของคีตกวีบนแผ่นฟิล์ม คอนเสิร์ตระดับนี้จะมีอีกเมื่อไร เราจะตั้งใจรอคอย

 http://www.moviegrooves.com/shopdvd/arenaconcerto.htm

"วีระศักดิ์ สุนทรศรี"