
'อัลเทอร์เนทีฟไทย เพื่อชีวิตที่ดีกว่า'
อัลเทอร์เนทีฟไทย เพื่อชีวิตที่ดีกว่า : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ [email protected]
ถึงแม้ว่าดนตรีจะไม่ได้เป็นยารักษาโรคโดยตรง แต่ทางการแพทย์ยืนยันว่าดนตรีนั้น มีส่วนช่วยเรื่องการกระตุ้นของหัวใจ ความดันโลหิต และทั่วโลกก็พิสูจน์แล้วว่า ดนตรีทำหน้าที่บำบัดความป่วยไข้ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น อัลไซเมอร์ ความผิดปกติของร่างกาย โรคติดเหล้า ไปจนถึงพิการ หรืออัมพาต
พลังของดนตรี ที่อิสระ สามารถกระตุ้นทั้งจิตใต้สำนึก และจิตสำนึก ของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี เพราะดนตรีทั้งบำบัด และขัดเกลาจิตใจมนุษย์ นามใดที่จิตใจและร่างกาย พบกับปัญหา ดนตรีจะช่วยบรรเทา ให้หัวใจผ่อนคลาย และจัดการเรื่องหนักๆ ให้เบาบางลงเสมอ หากเสพดนตรีที่เหมาะสม ในทางเดียวกัน นอกจากดนตรีแล้ว
จังหวะดนตรี ส่งผลโดยตรงกับการเต้นของหัวใจเรา เพลงแต่ละเพลงถูกกำหนดความเร็วของจังหวะ
มาให้ทำหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมเพลงและเนื้อเพลง BPM : Beat Per Minute (ความเร็วจังหวะต่อ 1นาที) ลองสังเกตเพลงช้ามาตรฐานแบบไทยสากล 65 - 85 จังหวะต่อ 1 นาที จะทำให้เกิดอารมณ์และความรู้สึก ผ่อนคลายได้ หาก เป็น 100-120 จังหวัดต่อ 1 นาที จะทำให้เกิดการกระตุ้นต่อมโยกย้ายของมนุษย์ได้ดีเช่นกัน แต่หากว่าสูงกว่า 120 BPM ส่งผลให้มนุษย์อยากลุกมากระโดดโลดเต้น ได้เช่นกัน
เนื้อเพลง ก็มีส่วนอย่างมากที่จะสนับสนุน และผลักดันให้คนเราคล้อยตาม สิ่งที่อยู่ในเนื้อเพลงได้อย่างมาก จนบางครั้งเราอดรู้สึกไม่ใด้ว่า นักแต่งเพลง คนนั้น หรือ นักร้องคนนี้ เขาร้องเพลงนั้นเพลงนี้มาให้เรา จนอดคิดไม่ได้ว่า เพลงนี้เป็นประจำตัวของเรา ซึ่งบางคนอาจมีหลายเพลงตามแต่สถานการณ์ในชีวิต
คอลัมน์ที่นี้เฉพาะเจาะจงลงไปยังช่วงปี พ.ศ. 2537-2542 ช่วงเวลาที่ดนตรีอิสระ ค่ายเพลงอิสระ และนักร้องศิลปินอิสระผลิบานมากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ ดนตรีมีบทบาทในการใช้ชีวิตของวัยรุ่น และกลุ่มคนที่ฟังเพลงแนวนี้เป็นอย่างดี เพราะหมายถึงการได้ปลดปล่อยพันธนาการของปัจเจก
ที่ผ่านมาได้แนะนำเพลงไปหลากหลายรูปแบบ โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ ทั้งเพลงโดด เพลงหวาน เพลงดี เพลงโดดเด้ง และไม่โดดเด้งหน้าปัดวิทยุ มีเสียงตอบรับเรื่องราวของเพลงในยุคนี้อย่างอบอุ่น และผมพบว่ายังมีอีกหลายหมวดหมู่ที่น่าพูดถึง วันนี้จึงอยากพูดถึงเนื้อเพลงที่ว่าด้วยเรื่องชีวิตประจำวัน ความคิด และทัศนคติของผู้คน แม้ว่าจะผ่านวันเวลามานับยี่สิบปี แต่พฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ยัคงมีอยู่ ให้เห็น และอาจมีอยู่ต่อไปอีกหลายสิบปี บางทีอาจเรียกเพลงเหล่านี้ว่าเพลงของอนาคตก็ได้ หรืออีกมุมหนึ่งคือ เรายังไม่ได้แก้ หรือแก้ปัญหาต่างๆ ของเราให้หมดไปได้เสียที
ศิลปิน โลโซ - เพลง ขับรถให้มันตามกฎ อัลบั้ม โลโซไซตี้ พ.ศ. 2539
เป็นเพลงหน้าสองรองสุดท้าย ที่จังหวะจะโคน สนุกสนาน เดินทัพด้วยกลองและเบส โยกได้สบายๆ ประชดประชัน ว่ากันตรงๆ เนื้อหาเพลงที่รวบรวมรายชื่อถนนหลักของๆ กรุงเทพมหานครฯ ไว้ค่อนข้างครบถ้วน จะว่าไป เอ่ยชื่อถนนอะไรมาก็มีคำว่ารถติดด้วยกันทั้งนั้น ฉะนั้นจึงไม่มีถนนเส้นไหนในกทม.ที่ถูกยกเว้นเรื่องการจราจรติดขัดได้เลยแม้แต่เส้นเดียว เลยนำเนื้อเพลงมาโชว์ให้ดูอีกสักรอบ
รามอินทรา ประชาชื่น งามวงศ์วาน คลองเตย ลาดยาว รัชดา ลาดพร้าว สุขุมวิท เพชรบุรี อโศก ซอยเสนา สุขาภิบาล ถนนวิภาวดี นครชัยศรี บางกอกน้อยพัฒนาการ บางนา ซอยอ่อนนุช รามคำแหง เจริญนคร สาทร บางรัก สีลม หมอชิต
โอ๊ย…มันจริงชีวิตไม่รู้จะติดไปถึงไหน **ช่วย…ช่วยกันได้ไหม พ่อแม่พี่น้องช่วยกันสักนิด ช่วย…ช่วยให้ชีวิตคนไทย
วันนี้ดีขึ้นสักหน่อย ขอร่วมแรงร่วมใจ เพราะเราคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ขอทั้งเธอและฉัน ช่วยกันขับรถให้มันตามกฎ กรุงเทพฯ เมืองฟ้า จะได้เจริญขึ้นมาหน่อย พวกเราคนไทย ได้สุขใจขึ้นอีกหน่อย ร่วมมือกันไว้ เมืองไทยเจริญ
นับตั้งแต่ ทางด่วนพิเศษ เฉลิมมหานคร ความยาวไม่ถึง 9 กิโลเมตร เมื่อ 32 ปีก่อนคดสัญญาณที่ทำให้เรารู้ได้ว่า ปริมาณรถในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครนั้นมีมากขึ้น อย่างชัดเจน และตรรกสำคัญคือ รถยนต์ไม่มีทางลดลงอย่างเด็ดขาดเพราะการขนส่งสาธารณะ ในพื้นที่ไม่ได้เตรียมไว้ให้กับประชาชน เมื่อมีปัญหาหนักขึ้นทีก็คิดกันที ไม่ได้มีแผนการระยะยาว ที่จะวางโครงสร้างและระบบผังเมืองให้เอื้อต่อการดำเนินชีวิตที่ดีกว่าอย่างที่โฆษณาสร้างภาพเอาไว้ จนถึงวันนี้ ปัญหาจราจรกลายเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่ยังไม่มีใครสามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้แม้เพียงเล็กน้อยก้ตาม แต่กลับย่ำแย่ลงอย่างหนัก เมื่อการทำงานของส่วนต่างๆ ไม่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ เนื่องด้วยความขัดแย้งในบ้านเมืองที่ต่อเนื่องยาวนานนั่นเอง เพลงเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ตามที่ยกตัวอย่างมานี้จึงเป็นเพียงเรื่องราวในอุดมคติที่เราอยากจะเห็น อยากจะเป็น ต่อไป
ศิลปิน แสนแสบ - เพลง รถไฟลอยฟ้า อัลบั้ม แสนแสบ พ.ศ. 2538
งานทดลองจากกลุ่ม Orange Music นักดนตรีทั้งรุ่นเก่าและใหม่นำเสนองานดนตรีที่มีเสียงร้องเป็น Chipmunk ที่มีตัวแทนอย่าง แสน และ แสบ สองหนุ่มน้อยตามจินตนาการของผู้ฟัง ที่ความคิดโตเกินตัว พูดถึงความคิดที่ขัดแย้งของทั้งสองคน ในเรื่อง สร้างรถไฟลอยฟ้า หรือรถไฟใต้ดิน จะดีกว่ากัน
ตัดภาพมาถึงวันนี้ เราคงได้สัมผัสกับรถไฟฟ้าทั้งสองแบบมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว คงพอจะมีความคิดเห็นที่ชัดเจนมากขึ้นว่าแบบไหนมีข้อดี ข้อเสียกว่ากัน โดยเฉพาะคนที่เดินทางไปต่างประเทศบ้าง คงพอจะได้เห็นว่า ในเขตพื้นที่กลางเมืองที่มีการจราจรแออัด พื้นที่ถนนกว้างไม่เกิน 4 ช่องจราจร นั้นควรเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน เหตุผลที่เป็นทั้งเรื่องทัศนียภาพของเมือง และรวมไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ ลองสังเกตดูหากมีสะพานลอยข้ามรถสี่แยก หรือ รถไฟฟ้า วิ่งผ่านหน้าบ้าน หากไม่ใช่ตึกสูง ซึ่งอาจเป็นอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น มักทำให้เศรษฐกิจแถวนั้นซบเซาจนอาจต้องปิดกิจการกันเลยทีเดียว ในขณะที่รถไฟลอยฟ้า จะสร้างขึ้นในพื้นที่ชานเมืองที่มีพื้นที่ถนนมากกว่า 6 เลน เพราะจะไม่ทำให้เกิดความหนาแน่น สร้างความอึดอัดให้กับผู้คนที่อยู่ในละแวกนั้นๆ ได้มากเท่ากับในเมือง หากมองในระยะยาว เงินจำนวนมหาศาลที่รัฐบาลจะกู้มาเพื่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง หากนำมาลงทุนการขนส่งมวลชนในกทม.และเมืองหลักๆ ของประเทศ สัก 1 ใน 4 ได้ก็น่าจะเป็นผลดีในระยะยาวมากกว่า
พูดไป พูดมา ไม่ใด้พูดเรื่องเพลงโดยตรง แต่เนื้อเพลงมันชวนให้คิดต่อ เพราะหากมีเพลงทางเลือก (Alternative) ได้ ผมก็อยากจะมี พรรคการเมืองและนักการเมืองทางเลือกเหมือนกับวงการเพลงบ้างเหมือนกัน
ชาตินี้ ยังไงก็ฟังเพลงทั่วไป ได้ไม่หมด
ขอเลือกเพลงโปรด ฟังก่อนตาย ดีกว่า
.......................................
(หมายเหตุ อัลเทอร์เนทีฟไทย เพื่อชีวิตที่ดีกว่า : คอลัมน์ เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย โดย... โชคชัย เจี่ยเจริญ [email protected] )



