
'สายัณห์'กลับบ้านอาการทรุดเฝ้าใกล้ชิด
'สายัณห์'กลับบ้านอาการทรุด คุมเบาหวานไม่อยู่ลูกเฝ้าใกล้ชิด ผจก.ส่วนตัวเผยกำลังใจเกินร้อย แต่สู้โรคไม่ไหว อาจต้องกลับไปนอน รพ.พระรามเก้า อีกครั้ง
หลังจาก สายัณห์ สัญญา นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เข้ารับการทำเคมีบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็งเป็นครั้งแรกไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทั่งวันที่ 2 สิงหาคม สายัณห์ขออนุญาตคณะแพทย์ผู้รักษาของโรงพยาบาลพระรามเก้า กลับไปพักฟื้นที่เอสเค เรสซิเดนซ์ คอนโดมิเนียม ที่พักย่านปิ่นเกล้า ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม อาการป่วยของสายัณห์ดูจะทรุดลงกว่าเดิม และอาจต้องกลับมาอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
นายมานิตย์ อังกินันทน์ ผู้จัดการส่วนตัวของสายัณห์ กล่าวว่า หลังออกจากโรงพยาบาลพระรามเก้าได้เพียงคืนเดียว อาการของสายัณห์ตอนนี้อ่อนเพลียมากกว่าตอนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ได้แต่นอนเพียงอย่างเดียว เหตุที่ออกจากโรงพยาบาล เพราะสายัณห์เกิดความท้อต่อการฉีดยา และต้องการกลับมาพักฟื้นที่บ้าน
"นิสัยแก ถ้าจะทำอะไรแล้วใครๆ ก็ห้ามไม่อยู่ ลูกๆ บอกให้พ่อกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลพระรามเก้า เพราะเห็นอาการแกอ่อนเพลียมากๆ แต่แกก็ยังคงยืนยันว่า ยังไหวอยู่ และขอดูอาการอีกวันก่อน จึงต้องติดต่อรถพยาบาลโรงพยาบาลพระรามเก้าเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลาหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น" ผู้จัดการส่วนตัว กล่าว
นายมานิตย์ กล่าวด้วยว่า อาการของสายัณห์ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ โรคเบาหวาน เพราะระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงถึง 290 ซึ่งลูกๆ และภรรยาพยายามควบคุมอยู่ แต่ติดขัดที่ไม่มีอุปกรณ์ หรือเครื่องมือเหมือนตอนที่อยู่ในโรงพยาบาล
"แม้แต่ปรอทวัดไข้ก็ไม่มี ได้แต่คลำตัวดู ตัวแกก็อุ่นๆ เหมือนมีไข้เล็กน้อย แต่อาการเบาหวานยังน่าเป็นห่วงอยู่อย่างที่แพทย์โรงพยาบาลพระรามเก้ากำชับให้ดูแลดีๆ ถ้าหากน้ำตาลสูงก็จะช็อกอย่างที่เคยเป็นมา ครั้งที่แล้วน้ำตาลสูงถึง 400 ตอนนี้ก็สูงถึง 290 กว่า น่าเป็นห่วงมาก ตอนนี้มีลูก 2 คนดูแลอยู่ แต่ก็อ่อนเพลียมาก ไม่ได้นอน และเป็นหวัด ต้องสวมหน้ากากทั้งสองคน เพราะเกรงว่าคุณพ่อจะติดเชื้อ" ผู้จัดการส่วนตัว กล่าว
ส่วนที่ สายัณห์ จะเข้ารับการทำเคมีบำบัด หรือ คีโม ครั้งที่ 2 ตามที่แพทย์นัดอีกหรือไม่นั้น นายมานิตย์กล่าวว่า ต้องดูก่อน เพราะสายัณห์ไม่อยากรับคีโม เพราะตัวสายัณห์ รู้ว่าให้คีโมแล้วร่างกายไม่อาจสู้ไหว แม้ว่าจะมีกำลังใจเกินร้อย
"แกเคยพูดให้ฟังว่า เราสู้มันไม่ได้ ส่วนกำลังใจนั้นมีเกินร้อยอยู่แล้ว แกจะขอดูอาการก่อน วันจันทร์หรืออังคารถึงจะไปโรงพยาบาลพระรามเก้า แต่ผมยืนยันกับพี่เป้าว่า มันจะไม่ไหวแล้วนะ แกบอกว่า ไม่เป็นไร มั่นใจว่ายังไม่ตายง่ายๆ จริงๆ แล้วถ้าใครเห็นสภาพแกจะต้องบังคับให้ไปโรงพยาบาล เพราะแกอิดโรยมาก ใจผมอยากให้ไปเดี๋ยวนี้เลย ที่สำคัญแกกินอาหารไม่ค่อยได้ ตลอดทั้งวันกินข้าวต้มได้ถ้วยเดียว ส่วนยาที่หมอให้มาก็เลือกกินเฉพาะบางอย่างเท่านั้น ยาเบาหวานก็ไม่กิน อินซูรินก็ไม่ฉีด ยาตัวไหนที่คิดว่าแพ้แกก็ไม่กิน ตอนนี้ทุกคนก็บังคับแกให้ไปโรงพยาบาล แต่แกก็ยังรั้นอยู่ ยืนยันอย่างเดียวว่า รอดูอาการก่อน" นายมานิตย์ กล่าว



