
เอกเขนกดูหนัง:Crying Ladies
Crying Ladies : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
หนังเรื่องนี้ที่หน้าปกดีวีดี จั่วหัวว่าเป็น A Heartwarming Comedy ครั้นเมื่อเปิดเข้าไปดูเนื้อใน ก็พบว่า นี่เป็นหนังที่ดูแล้วอบอุ่นในหัวใจจริงๆ
ไม่น่าเชื่อนะครับ หนังฟิลิปปินส์ที่ออกฉายมาแล้วเกือบสิบปีได้บริษัทตรีอมร ซื้อลิขสิทธิ์นำออกวางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีด้วยราคาถูกแสนถูกเพียงแค่ 29 บาทเท่านั้นทว่า“Crying Ladies” เรื่องนี้ไม่ธรรมดานะครับ เพราะมีดีกรีเป็นถึงตัวแทนจากประเทศฟิลิปปินส์ ในการเข้าชิงรางวัลออสก้าร์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมเมื่อปี 2005 ที่หนังเรื่อง “โหมโรง” ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าชิงในสาขานี้เช่นกัน
ความน่าสนใจของ Crying Ladies ไม่ใช่แค่ความเป็นหนังตลกโปกฮา ตั้งท่าเรียกเสียงหัวร่ออย่างเอาเป็นเอาตายเท่านั้น แต่หนังยังสะท้อนชีวิตชนชั้นล่างในสังคมฟิลิปปินส์ไม่ใช่ในมุมรันทด หากแต่แสดงออกอย่างมีชีวิตชีวา พร้อมๆ กับ ปลุกปลอบใจให้ความหวังอย่างที่มันควรจะเป็น ไม่ใช่เพ้อฝัน เลื่อนลอยจูงมือคนดูหลบหนีออกจากโลกความเป็นจริงไปไกลลิบ เหมือนหนังหรือละครจากประเทศสารขัณฑ์หลายๆ เรื่อง
Crying Ladies เล่าถึง สาวใหญ่นางหนึ่งที่เพิ่งพ้นคุกจากข้อหาเล่นการพนันในบ่อนใกล้บ้าน พอพ้นหนึ่งปีจากชีวิตในทัณฑสถาน เธอออกมาใช้ชีวิตอยู่เดียวดาย เพราะลูกชายเพียงคนเดียวถูกสามีนำไปเลี้ยงดูกับภรรยาใหม่ ซึ่งมีฐานะดีกว่าเธอหลายเท่า ทั้งรายได้และหน้าที่การงาน และสถานภาพทางสังคม‘สเตลล่า มาเต’ คือชื่อของสาวใหญ่นางนี้ เธอทำงานไม่เป็นหลักแหล่ง ตั้งแต่รับจ้างเล็กๆ น้อยในร้านทำกงเต๊ก หลอกเงินชาวบ้านบนรถโดยสารประจำทางโดยอ้างว่าจะไปสมทบทุนช่วยเหลือสาวโรงงานผู้ถูกเลิกจ้างบ้างเป็นบางครั้ง ก่อนจะเจอลาภก้อนใหญ่เมื่อเศรษฐีหนุ่มว่าจ้างเธอให้มารับหน้าที่ร้องไห้หน้างานศพของผู้เป็นพ่อด้วยค่าจ้างอย่างงาม (สาเหตุก็เพราะแม่ของเธอเคยทำงานนี้มาก่อน และเธอก็ไปนั่งเฝ้าอยู่ห่างๆ) เศรษฐีหนุ่มให้เธอหาเพื่อนอีกสองคนมาร่วมภารกิจนี้ ขณะเดียวกันลูกชายสุดที่รัก ก็กำลังจะห่างไปไกล เพราะต้องย้ายตามพ่อและแม่เลี้ยงไปอยู่ในจังหวัดห่างไกลจากเมืองหลวงกรุงมะนิลา(นั่นขันตรงที่ จริงๆ แล้วเหตุเพราะแม่เลี้ยงต้องย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ที่ใหญ่กว่า และพ่อที่ต้องอาศัยบารมีเมียใหม่ในหน้าที่การงานก็ต้องโยกย้ายตามไปโดยปริยาย) ‘สเตลล่า’ มีเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์เพื่ออยู่กับลูกชายก่อนจะจากกันไกล โดยหาโอกาสพบกันได้ยากยิ่ง…ชีวิตต้องต่อสู้ดิ้นรนหาเลี้ยงปากท้อง เวลาเดียวกันก็ต้องประคับประคองความรัก ความสัมพันธ์กับลูกชายเพียงคนเดียวที่ต้องห่างไปไกลในเวลาไม่ช้านาน
อย่างที่บอกว่า “Crying Ladies” ไม่ใช่หนังชีวิตรันทด หากแต่บอกเล่าชีวิตชนชั้นแรงงานด้วยมุมมองชวนหัว เปี่ยมอารมณ์ขัน อีกทั้งยังสะท้อนชีวิตในสังคมชนชั้นล่างของฟิลิปปินส์ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว (ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ต่างจากบ้านเรานัก ความหวังใหญ่ของพวกเขามาจากการหาวิธีรวยทางลัด ทั้งจากเล่นการพนัน ตั้งแต่ระดับชาวบ้านรากหญ้า ด้วยไพ่เผไฮโล จนถึงล็อตเตอรี่ที่มีรัฐเป็นเจ้ามือกินรวบ! หรือไม่ก็สมัครไปเล่นรายการเกมโชว์ทางทีวีที่มีเงินรางวัลล่อใจก้อนโต
ชีวิตของสเตลล่า ก็เหมือนกับคนฟิลิปปินส่วนใหญ่ที่หาเช้ากินค่ำ มีความฝันอย่างลมๆ แล้งๆ ว่าชีวิตจะดีขึ้นจากการแสวงโชคไม่กี่อย่าง...“Crying Ladies” ทวีความขำ ขยี้ปมชีวิตให้ขำขื่นยิ่งขึ้นไปอีกด้วยตัวละครเพื่อนๆ ของ ‘สเตลล่า’ ที่มีทั้ง ‘อะลิง ดอเรย์’ หรือ โรดา ริเวียร่าตัวประกอบหนังตกอับ รับจ้างกระทั่งไปยืนเป็นหุ่นในบ้านผีสิงประจำสวนสนุก โดยความทรงจำอันยิ่งใหญ่เพียงสิ่งเดียวของเธอคือการได้เล่นหนัง “Darna and the Giants” หนังฟอร์มยักษ์ ที่ถูก‘ยักษ์’เหยียบตายท้ายเรื่อง และ ‘โชเลง’ สาวหน้าตาเรียบร้อย ทำงานในองค์กรการกุศลแต่มีพฤติกรรมเก็บกดแอบคบชู้สู่ชายกับสามีเพื่อน จนต้องแอบไปสารภาพบาปอยู่เนืองๆ
ความเจ๋งของ “Crying Ladies” อีกอย่างคือ เลือกที่จะไม่เล่าเรื่องรักประโลมโลก หนังก้าวข้ามผ่านเรื่องรักโรแมนซ์ หันมาให้น้ำหนักกับการต่อสู้ชีวิตของชนชั้นล่าง กลาง ในฟิลิปปินส์ด้วยอารมณ์ชวนหัว แต่ก็พยายามสร้างบิวท์ตัวละครบางคนให้เราได้ลุ้นเอาใจช่วยในความรักของทั้งสอง แต่หนังก็แค่เล่าอย่างผ่านเลย เพื่อนำไปสู่เทิร์นนิ่งพ้อยท์ใหม่ๆ อันนำไปสู่บทสรุปของหนังได้อย่างลงตัวและสวยงามกว่า
ก่อนจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เรามาทำความรู้จักเพื่อนบ้านผ่านหนังของ
พวกเขา แล้วจะพบว่า วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของพวกเราต่างก็คล้ายคลึงใกล้เคียงเป็นดั่งพี่น้องร่วมอุทรณ์ก็ไม่ปาน
.......................................
(หมายเหตุ Crying Ladies : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)



