
'สายฝนของ เกเบรียล เอพลิน'
'สายฝนของ เกเบรียล เอพลิน' : มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ
มีศิลปินหน้าใหม่มาแนะนำกันอีกแล้วครับ
เกเบรียล เอพลิน เป็นสาววัยเพียง 21 ปีจากเกาะอังกฤษ เมื่อปลายปีที่แล้วเธอมีเพลงดังระเบิดขึ้นไปถึงอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงของเมืองผู้ดีคือ The Power of Love ที่เธอคัฟเวอร์มาจากวงเต้นรำยุค 80 ชื่อ Frankie Goes to Hollywood แล้วถูกนำไปใช้ประกอบโฆษณาจนโด่งดังไปทั่ว เกเบรียลร้องเพลงนี้กับเปียโนมีเครื่องสายคลอเป็นบรรยากาศ เสียงร้องสวยหม่นของเธอเผยความงดงามออกมาเต็มที่ จนกลายเป็นขวัญใจมหาชนคนหนึ่งไปในทันที
แต่ความจริงแล้ว เกเบรียล เอพลิน มีดีมากกว่าการเป็นนักร้องสาวหน้าสวย-เสียงสวยที่เอาแต่ร้องคัฟเวอร์เพลงคนอื่นมากนัก ถึงก่อนหน้านี้เธอก็เป็นนักร้องหน้าใหม่ที่เริ่มต้นจากการร้องเพลงคัฟเวอร์คนอื่นๆ ในยูทูบ แต่การเลือกเพลงของเธอก็บ่งบอกถึงรสนิยมที่ไม่ธรรมดา (เธอคัฟเวอร์เพลงของศิลปินเท่ๆ อย่าง บ็อบ ดีแลน และ Bon Iver) ช่องยูทูบของเธอมีคนติดตามไม่น้อย และในที่สุดเธอก็หันมาแต่งเพลงของตัวเอง แล้วเธอก็จริงจังขนาดที่เคยทำอีพีขายเองมาแล้วถึง 3 ชุด
ในช่วงที่เพลง The Power of Love ของเธอกำลังดัง ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอกำลังทำอัลบั้มเต็มชุดแรกอยู่พอดีครับ แล้วเพลงนี้ก็บรรจุอยู่ในอัลบั้มเต็มชุดแรกของเธอซึ่งเพิ่งวางแผงไม่นานมานี้ด้วย ชื่อชุดว่า English Rain อ่านแค่ชื่อชุดก็ให้อารมณ์เหงานิดๆ แล้วล่ะ
เพลงในอัลบั้มนี้ส่วนใหญ่ออกไปทางอะคูสติก มีความหม่นอยู่ในปริมาณสูง ผสมผสานกับความไพเราะลงตัวในแบบป๊อป แต่กระนั้นก็มีหลายเพลงที่โดดเด่นมากๆ เกินกว่าจะเรียกว่าเป็นเพลงป๊อปดาษดื่น
อย่างเพลงเปิดอัลบั้มชื่อว่า Panic Cord นี่จังหวะสบายๆ เสียงกีตาร์โปร่งตีคอร์ดให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เนื้อเพลงพูดถึงความรักที่ไม่ได้ลงเอยด้วยกัน แต่เป็นฝ่ายหญิงเองที่ยอมรับว่าอาจเป็นเพราะเธอเองที่เป็นฝ่ายผิดก็เป็นได้ เพลงนี้จึงไม่ได้เศร้าโศกอะไรมากมาย แต่ความน่าสนใจคือไอ้อารมณ์แบบเศร้านิดๆ ที่ปนอยู่ในจังหวะสนุกๆ นี่แหละมันทำให้เพลงน่าสนใจมาก
มีเพลงดังอีกเพลงคือ Please Don’t Say You Love Me ที่เนื้อร้องและทำนองติดหูหมับตั้งแต่ฟังรอบแรก แม้ชื่อเพลงจะบอกว่าอย่ามาบอกรักฉันเลย แต่เพลงนี้เป็นเพลงรักสมหวังครับ เรื่องของเรื่องก็คือหญิงสาวในเพลงนี้เคยผิดหวังมาแล้ว คราวนี้พอเริ่มดูใจกับคนใหม่ ก็เลยอยากจะใช้เวลาดูๆ กันให้ดีก่อน ดังนั้น...อย่าเพิ่งบอกรักฉันเลยนะ แม้ว่าฉันจะรู้สึกดีกับเธอมากมายก็ตาม
เกเบรียล เอพลิน เขียนเนื้อเพลง 2 เพลงนี้ได้ดีมากๆ นะครับ มันเป็นอารมณ์รักที่ครึ่งๆ กลางๆ สุขปนเศร้าแบบที่ไม่ค่อยมีใครหยิบเอามาเขียน ทั้งที่เป็นห้วงอารมณ์ที่ใครหลายคนน่าจะเคยพบเจอ
ยังมีอีกหลายเพลงที่ผมชอบมากๆ อย่างเพลง Home เธอก็บรรยายความรู้สึกของคำว่า ‘บ้าน’ ได้อย่างอบอุ่นและเปี่ยมพลัง หรือ Human เพลงชวนคิดที่ทำให้นึกถึงสไตล์เพลงของนักร้องนักแต่งเพลงฝีมือดีอย่าง เอมี แม็คโดนัลด์ แต่เพลงที่ผมชอบที่สุดคือ Salvation ที่เริ่มต้นด้วยเสียงร้องสวยเศร้าของเธอกับเปียโนบางเบา ก่อนจะค่อยๆ ถูกโอบอุ้มด้วยเครื่องสายที่ค่อยๆ เพิ่มความหรูอลังการขึ้นทีละนิด จนไปถึงช่วงท้ายเพลงที่พาอารมณ์คนฟังไปถึงจุดสูงสุดได้อย่างน่าประทับใจ เพลงนี้เนื้อหาบรรยายถึงความรักแบบที่ยอมพ่ายแพ้ให้หมดใจ เธอใช้คำว่าเป็นรักแบบ ‘การไถ่บาป’ มาบรรยายความรู้สึกนี้อย่างได้อารมณ์ครับ (มีข้อมูลเสริมนิดหนึ่งว่า ผมเห็นภาพยนตร์ Diana ที่สร้างจากชีวิตจริงของเจ้าหญิงไดอาน่า เอาเพลงนี้ไปประกอบภาพยนตร์ตัวอย่างด้วย แล้วมันก็ช่างเข้ากันได้ดีจริงๆ)
ที่เล่าถึงบางเพลงในอัลบั้ม English Rain ให้ฟังนี่เป็นแค่ส่วนเดียวเท่านั้น แต่หากฟังทั้งชุดแล้วผมก็คิดว่านี่เป็นอัลบั้มชุดหนึ่งที่ฟังแล้วถือว่ารื่นรมย์มากๆ สำหรับศิลปินหน้าใหม่ที่แจ้งเกิดในช่วงปีสองปีนี้นะครับ
และเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ผมอยากจะบอกก็คือ มันเป็นอัลบั้มเหมาะกับการฟังในฤดูฝนเหลือเกิน
.......................................
(หมายเหตุ 'สายฝนของ เกเบรียล เอพลิน' : มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)



