
มองผ่านเลนส์คม:ประชาธิปไตยเฟ้อ
ประชาธิปไตยเฟ้อ : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
บอกตรงๆ ผมยังไม่ทราบรายละเอียดของเรื่องนี้มากนัก แต่เห็นการเคลื่อนไหวของ 4 องค์กรวิชาชีพสื่อ จึงอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบางประเด็น
อันเนื่องจากสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ออกแถลงการณ์ให้ กสทช. ทบทวนและแก้ไขการจัดทำ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ...
สาเหตุที่ต้องออกมาเรียกร้องให้ทบทวน เพราะมีเนื้อหาที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอันจะมีผลเป็นการจำกัดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างน้อย 5 มาตรา
คล้ายกับว่า กสทช.กำลังขยายขอบเขตอำนาจในการกำกับดูแลสื่อมวลชนเกินกว่ากฎหมายให้อำนาจไว้ และ กสทช.ยังมีกลไกอื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับดูแลสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4 องค์กรวิชาชีพสื่อได้เสนอแนะให้ กสทช.พิจารณาทบทวนแก้ไข (ร่าง) ประกาศดังกล่าวอย่างรอบคอบ เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำร่างฯ ก่อนนำออกรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามขั้นตอนของกฎหมาย อันจะนำมาซึ่งประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
"ต้องเริ่มต้นยกร่างใหม่ด้วยการทำความเข้าใจในหลักการและวิธีปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน กลไกและกระบวนการกำกับดูแลสื่อมวลชนที่สอดคล้องกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อและสิทธิในการได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างเป็นอิสระ การสร้างความเข้มแข็งและการรู้เท่าทันสื่ออย่างมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงภาพรวมทั้งระบบ"
ข้างต้นนั้นเป็นข้อเสนอจาก 4 องค์กรวิชาชีพ โดยส่วนตัวก็เห็นด้วยที่ กสทช. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นให้กว้างขวาง อย่าด่วนคิดเองเออเอง หรือแค่ฟังการประชาพิจารณ์ปลอมๆ แล้วก็สั่งโน่นสั่งนี่
แต่ในข้อเท็จจริง ผมรู้สึกกังวลต่อ "ภาษาปลุกระดม" ของ "ทีวีดาวเทียมการเมือง" มากขึ้นเรื่อยๆ แม้เราจะอ้างสิทธิเสรีภาพของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยในการได้รับข้อมูลข่าวสาร แต่ "ประชาธิปไตยเฟ้อ" ก็ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายได้ง่ายๆ
ผมเห็นคนในแวดวงสื่อจัดเสวนาเรื่องนี้มานักต่อนัก แต่ไม่เห็นใครทำอะไรได้ ตรงกันข้าม นับวันภาษาที่ใช้ผ่านหน้าจอทีวี ยิ่งกว่าภาษาตลาด ภาษาจิ๊กโก๋ปากซอย สองคำก็ขึ้นมึง สามคำก็ขึ้นกู ก็ไม่เห็นมีองค์กรสื่อที่ไหน ลุกขึ้นมาประท้วง
โดยเฉพาะช่วงเวลาการถ่ายทอดสดจากเวทีปราศรัยทางการเมือง การพูดจาปราศรัยนั้นบอกตามตรง บ่อยครั้งมันถ่อยเถื่อนเกินคำบรรยาย
องค์กรสื่อลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิเสรีภาพนั้นถูกแล้ว แต่การหลับตาข้างเดียวหรือทำหูทวนลม ก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับคำว่าพูดหรูๆที่ว่า "การรู้เท่าทันสื่ออย่างมีประสิทธิภาพ"
นักประชาธิปไตยต่อต้านอำนาจเผด็จการ เพราะมีการปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรุนแรง แต่ยุคประชาธิปไตย ด่ากันเป็นหมูเป็นหมาลั่นจอ นี่ล่ะหรือเสรีภาพสื่อ?
.......................................
(หมายเหตุ ประชาธิปไตยเฟ้อ? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



