บันเทิง

เล่นหูเล่นตา:'ครั้งแรก ... และครั้งต่อไป'

เล่นหูเล่นตา:'ครั้งแรก ... และครั้งต่อไป'

22 ก.ค. 2556

ครั้งแรก ... และครั้งต่อไป : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม


          คนขายเสียงเลี้ยงชีพอย่างฉัน มีสภาพเดียวที่ต้องยอมรับแต่ไม่ยอมแพ้ คือ "ความเหี่ยว!” ที่เหลือคงเป็นเรื่องของบุญบาปที่ทำกันมาแต่ชาติปางก่อน หรือเรียกอีกอย่างว่าเรื่องของ "ธรรมชาติ" ... ขายเสียงเลี้ยงตัวมา 26 ปี บางทีมันก็แหบแอบล้าไปตามเวลา นั่นคือสิ่งที่ต้องใช้งานอย่างหนักไม่มีวันหยุด แต่อีกสิ่งที่ไม่ต้องใช้ ... ย้ำ! ว่าไม่ต้องใช้ แต่กลับทำให้ฉันวุ่นวายเป็นกังวลมากกว่าก็คือ "หนังหน้า"

          ทุกวันหลังตื่นนอน 2 สิ่งที่ต้องแหกขี้ตาขึ้นมาตรวจสภาพมันก็คือ เช็กหนังหน้าและน้ำหนัก ... การชั่งน้ำหนักและส่องกระจกคือกิจวัตรประจำวันรองจากล้างหน้า แปรงฟัน ยืนยิ้มหยีตาทำสารพัดหน้าเพื่อตรวจสอบตีนกาที่แอบมาเหยียบหน้ากันถึงที่นอนในตอนหลับ อุตส่าห์ทาครีมดักจับมันก็ยังไม่วายมาท้าทายถึงใบหน้า ส่องกระจกดูรอยย่นรอบดวงตาก็ว่า ... ไม่มากมาย แต่หนังหน้าตกเป็นหมาพันธุ์บูลด็อกนี่สิ! มันน่ากลุ้มมั้ยคะคุณตำรวจ?

          บางวันส่องดูแล้วยืนหัวเราะอีแก่ที่อยู่ในกระจกจนน้ำตาไหล คางคกไฟชัดๆ ... ชิ! อย่าไปกลุ้ม เอาเงินไปทุ่มก็หาย ขอแค่ ... “ใจถึง" อือ ... อันหลังนี่แหละค่าคุณตำรวจที่ไปไม่ถึง ... เอาเงินฟาดหมอให้หมอฟาดหน้าให้ใหม่ หน้าเล็กเรียว จมูกแหลมเปี้ยว อืม ... อันนี้ก็กลัวคนว่า ... “อีนี่ใคร?” ระหว่างนักร้อง "หน้าแก่" กับนักร้อง (ทำ) “หน้าใหม่" ขอเลือกเอาอย่างเก่าดีกว่า เพราะทุกวันนี้เดินปะปนกับผู้คนตามท้องถนน ยังได้ยินคนกระซิบกันว่า "ใช่มั้ย? ... ใช่มั้ย?” บางรายเลยถึงขึ้นฟันธงว่า "ไม่!”

          อ่า ... คุณน้องคะ นี่ถ้าคุณพี่ไม่ให้ข้าวตูฟาดหน้ามาซะแน่นขนาดนี้ก็จะมิว่ากันสักคำ อันนี้แน่นยังกะใส่หน้ากาก หาช่องเติมคำลงในช่องว่างเท่าจุดไข่ปลายังไม่ได้ ยังจะมายัดเครื่องหมายคำถามใส่ลงไปอีก อย่างนี้ ... ร้องเพลงโชว์กลางถนนเลยดีมั้ยคะคุณน้อง! ...

          ยังกะหลุดออกมาจากคอนเสิร์ตยังจะมาเถียงกันอยู่ได้! ... นี่ถ้าไม่แต่งหน้าแล้วเกิดเป็นลมล้มตายกลางถนน คนคงเอาศพไปส่งญาติไม่ถูกเพราะจำหน้าอีนี่ไม่ได้ ไม่แน่ใจ! ที่สุดนะ ... คุณพี่ขอยอมแพ้เอาแค่ "หน้าตึง" อย่างเดียวละกันนะคะคุณหมอ เท่าไหร่ไม่อั้นแต่อย่าเจ็บละกัน
 
          ทุกสิ่งในโลก ... มีครั้งแรก ... ก็ย่อมมีครั้งต่อไป .. และต่อไป ... และต่อไป
 
          “เย็นหน่อยนะคะพี่คิ้ม" เสียงสวยพอกับใบหน้าที่สวยด้วยมีดหมอ เหมือนที่ "น้ำฝน บุณฑริก” เคยพูดเม้าท์กันไว้ในกลุ่มแชร์ของท็อป ดารณีนุชว่า "คนละหมอแต่คอเดียวกัน" น้องผู้ช่วยคุณหมอที่ยอมทำทุกอย่างบนใบหน้าของนาง ขอให้สวย เจ็บเท่าไหร่ก็ไม่กลัว บรรจงเช็ดหน้าฉันเบาๆ ด้วยสำลีชุบแอลกฮอลล์ เย็นเป็นริ้วตามที่เธอลากสำลีเปียกๆ นั้นไปมาบนหน้าฉัน ...

          อือ .. ตอนคนเราตายไปจะต้องนอนใหัคนเอาสำลีมาอุดรูจมูกแล้วทำความสะอาดหน้าก่อนแต่งหน้าศพ อารมณ์มันคงประมาณนี้มะ! จากนั้นเธอก็เอาครีมเย็นๆ ป้ายบนใบหน้าฉัน เริ่มจากหน้าผากไล่ไปจนทั่ว อารมณ์แต่งหน้าเค้กมันเป็นแบบนี้นี่เอง แล้วเธอก็ใช้พลาสติกบางๆ (ที่เอาไว้ห่อของสดเก็บในตู้เย็น) มาปิดทับบนครีมนั้น เหมือนรอให้ครีม (ยาชา) ออกฤทธิ์ ระหว่างนั้นอย่าหวังว่าฉันจะหุบปาก สงสัยอะไรก็ถามน้องเขาไปตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่กล้าลอง เดี๋ยวแม่ว่า!
 
          “หนูเพิ่งไปร้อยไหมมาคะพี่คิ้ม คุณหมออีกคนทำให้ เขาเอาเข็มร้อยเข้าไปจากแถวนี้อ่ะค่ะ (เธอเอานิ้วชี้ไปที่แก้มบริเวณกรามของเธอ) แล้วทะลุออกมาตรงนี้ค่ะ (เธอชี้อีกทีที่ใต้ตาติดกับจมูกที่ทำมาเป็นเส้นของเธอ)
 
          น้ำเสียงของเธอช่างราบเรียบราวกับเล่าถงการร้อยมาลัยดอกมะลิงามๆ ด้วยเข็มยาวๆ ก็เท่านั้น แต่ฉันซึ่งด้านชามานานแล้ว คราวนี้เสียวไปจนถึงปลายเท้าเมื่อเธอหยิบเข็มออกมาโชว์ให้ดูตรงหน้า เข็มเบอร์ 25 ประมาณเข็มร้อยพวงมาลัย ความยาว 4 นิ้ว ร้อยด้ายสีเงินไว้ (ด้ายจะมีหลายสีแล้วแต่ความยาวและความหนาที่คุณหมอจะเลือก)
 
          “ตอนแทงเข้าไปหนูไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนคุณหมอด้นเข็มขึ้นลง ... ขึ้นลง เหมือนเนาผ้า ก่อนจะร้อยทะลุออกจากหน้าไปเนี่ยสิพี่ เจ็บทุกฝีเข็มเลย ...”
 
          ฉันหยีตาทำหน้ายู่ยี่เสียวแทนเธอเมื่อนึกตามไปในแต่ละฝีเข็มที่หมอต้องแทงขึ้นลงใต้ผิวหนังของใบหน้าคน ... ผลออกมาก็คือหน้าเรียวเล็กกระชับของน้องผู้ช่วยคนนี้ อ่า ... ใครจะทำก็ทำเถอะนะ อิฉันไม่สู้! เพราะไม่รู้ว่าจะทนเจ็บได้ขนาดไหน และร่างกายของเราจะรับเอาสิ่งแปลกปลอมนั้นได้ดีแค่ไหน ปกติก็ไม่ใช่คนกลัวเลือด กลัวเข็ม (กลัวแค่จนอยู่อย่างเดียว!) แค่จิ้มๆ เหมือนโบท็อกซ์ก็พอลุ้น แต่แทงขึ้นลงแล้วร้อยขึงไปทั้งหน้าอันนี้ไม่สู้จริงๆ ค่ะ

          คุณตำรวจ! ถ้าจะต้องทำจริงๆ ช่วยเอาไม้หน้าสามฟาดให้ฉันสลบก่อนละกัน! ผ่านไปครึ่งชั่วโมงหลังจากทายาชาทั้งหน้าลามไปถึงคอ น้องผู้ช่วยก็เข้ามาเช็ดออกจนหมด ... หน้ามึนหน้าทน นี่มันช่างต่างกับหน้าชากันคนละทาง หน้ามึนนี่มันด่ายังไงก็ไม่รู้สึก แต่อันนี้มันหน้าชาฉันว่าถ้าใครเอาถาดมาฟาดหน้า ตอนนี้จะเฉยมากแปลว่ายาชาออกฤทธิ์ดีแล้ว ... “เจ็บๆๆๆๆ" ฉันพูดคำว่า "เจ็บ" หลายๆ ครั้ง คุณหมอตกใจหยุดฉีด (ควรจะทายาชาที่ปากฉันก่อนนะว่ามะ) เข็มที่ปักลงตรงหน้าผากส่วนที่หนังบางที่สุดเข็มแรกน่าจะโดนเส้นประสาทสักเส้น (เส้นตอแหลแหงๆ) ปวดจี๊ดขึ้นสมอง มีเลือดพุ่งตามออกมา ของแบบนี้มันก็มีบ้าง พอเอาเจลเย็นประคบหมอก็ฉีดต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คาดว่าฉันคงใจร้อนไปหน่อย ยาชาต้องทิ้งไว้ 45 นาที แต่ฉันเอาแค่ 30 นาที ก็ต้องทนเจ็บไปทีละเข็มแบบนี้ ผิวหนังแต่ละส่วนของใบหน้าจะไวต่อยาชาไม่เท่ากัน บางส่วนก็เลยเจ็บ บางส่วนก็ไม่รู้สึก ฉันเอาหูฟังไอพอดเหน็บเข้าไปในรูหู ฟังเพลงของโดม เดอะสตาร์ บทเพลงที่เคยไพเราะแต่ตอนนี้ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะมัวแต่เจ็บอยู่ เพลงเพราะไม่ช่วยอะไรฉันเลยในเวลานี้ ... โธ่!
 
          นี่ขนาดทายาชาแล้วนะยังร้องกรี๊ดเป็นนางร้ายช่อง 7 แต่กรณีของคุณหมอต๊ะ (พัฒนะ ธูปแก้ว) หมอเจ้าประจำของฉัน เขาแพ้ยาชา จึงต้องฉีดสดๆ โดยอาจารย์หมอของเขาเอง คิดดูว่าจะเป็นยังไง แต่หมอบอกว่า "ครั้งแรกที่เจ็บมากเลยครับ แต่ครั้งต่อๆ ไปเฉยๆ แล้วครับ" ฉันนึกในใจว่า "หมอพูดถึงเรื่องฉีดยาหรือเรื่องอื่นคะคุณหมอ?” พูดซะได้อารมณ์เชียว!
 
          ความสวยต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดอันนี้เข้าใจ แต่คนไม่สวยอย่างฉัน กะอีแค่ตึง-เหี่ยว ทำไมต้องมาทนด้วยก็ไม่รู้ ความจริงก็คือตอนขึ้นคอนเสิร์ตคนว่า "อีแก่" ไม่โกรธ แต่ถ้าว่า "อีเหี่ยว" อันนี้มันเจ็บจี๊ดนะคะคุณตำรวจ!
 
          และอย่างที่บอก ... ทุกสิ่งในโลกเมื่อมีครั้งแรก ก็ต้องมีครั้งต่อไป ... ต่อไป แต่ไม่ว่าจะยังไง คนเรามักจะจดจำครั้งแรกได้ดีที่สุด ... เพราะแซบมาก ... ก ค่ะคุณตำรวจ!!

.......................................
(หมายเหตุ ครั้งแรก ... และครั้งต่อไป : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)