บันเทิง

30ปีตำนาน'มือขวา'ฉายาที่ไม่มีวันตายของ'อำพล'

30ปีตำนาน'มือขวา'ฉายาที่ไม่มีวันตายของ'อำพล'

20 ก.ค. 2556

30ปีตำนาน'มือขวา'ฉายาที่ไม่มีวันตายของ'อำพล' : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง... ณัฏฐิรา หลอดแก้ว ภาพ... วริศรา วุฒิกุล


          เรียกว่า "หนุ่ย" อำพล ลำพูน คือซูเปอร์สตาร์อีกคนหนึ่งของเมืองไทย ชีวิตกว่า 30 ปีในทางสายบันเทิงของผู้ชายคนนี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความสำเร็จที่ได้มา ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ทว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมา ของตำนานร็อกมือขวาคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ "บันเทิง คม ชัด ลึก" ได้ไปพูดคุยกับเขาแบบหมดเปลือกกัน


มือขวารีเทิร์น
000เมื่อ 23 ปีที่แล้ว สร้างตำนานคอนเสิร์ต "มือขวาฯ" ไว้ ปีนี้กลับมาอีกครั้งเป็นอย่างไรบ้าง

          สำหรับการกลับมาครั้งนี้ คำว่ารียูเนียนไม่ได้หมายถึงพวกเราศิลปิน แต่หมายถึง รียูเนียนแฟนๆ ของพวกเรามากกว่า เพราะในยุคมือขวาสามัคคี มันมีทั้งแฟนๆ ของพวกเรา ของนูโว "บิลลี่ โอแกน" "ใหม่ เจริญปุระ" "พี่แหวน" ฐิติมา สุตสุนทร เป็นการรียูเนียนคนดู แฟนเพลงของกลุ่มพวกเรา ไมโครเป็นหนึ่งในนั้น และครั้งนี้จะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาดูด้วย
 

000รู้สึกอย่างไรที่ "มือขวา" กลายเป็น "ตำนาน" ไปแล้ว
          ดีใจที่มือขวาเป็นตำนาน ที่มีลมหายใจ และมีลมหายใจใหม่ๆ เกิดขึ้นมาด้วย เรารู้สึกว่าต้องกลับมาอีกครั้ง คือเราไปทัวร์ทั่วประเทศได้สัมผัสมือขวาใหม่ๆ หรือว่าที่เราเคยเจอเพื่อนร่วมรุ่น เขาบอกว่าวันนั้นผมอยู่ข้างลำโพงเลย พอไปเจอที่อุตรดิตถ์ สุโขทัย เขาบอกว่าสักวันเราจะกลับไปเจอกันในบรรยากาศแบบนั้นอีกสักครั้งจะได้ไหม เขาบอกว่าถ้าพี่จัดเมื่อไหร่ ผมมาทันที นี่คือความเป็นคนรุ่นเดียวกัน ที่เราเดินมาพร้อมๆ กัน รู้สึกว่ามันต้องมีวันนี้ วันนี้ผมหวังว่ารียูเนียนครั้งนี้ คือการกลับมาของมือขวาทุกคน ไม่ใช่ควงไมโคร เอามือขวากลับมาแสดงพลังด้วยกันอีกครั้ง
 

000เล่าถึงความประทับใจ ในคอนเสิร์ต "มือขวา" เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ที่ยังอยู่ในความทรงจำให้ฟังหน่อย
          ผ่านไป 23 ปีแล้ว แต่คอนเสิร์ตนั้น ยังอยู่ในความทรงจำของผมตลอดเวลา เป็นคอนเสิร์ตที่คนยังพูดถึงอยู่จนทุกวันนี้ ผมยังจำภาพคอนเสิร์ตมือขวาสามัคคีครั้งแรกได้ ตอนนั้นคนเยอะมาก สนุกมาก เป็นอะไรที่ไม่นึกว่า คนจะมาเยอะขนาดนี้ ที่ประทับใจคือเวลาที่คนยกมือขวาพร้อมกันเยอะๆ มันดูมีพลังมาก มีพลังทั้งคนดู คนเล่น ตื่นเต้นมาก พวกเราไมโครใส่กันเต็มที่ เป็นงานที่เราร็อกกันสุดตัวจริงๆ เป็นช่วงของวัยรุ่น ที่เราจัดเต็ม แจ็กเก็ต เสื้อผ้า ทุกอย่าง ร้อนยังไงก็ใส่กันเต็มที่ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมยังประทับใจมาจนทุกวันนี้
 

000ตอนนี้ "มือขวา" เหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของ "ไมโคร" ไปแล้ว
          สำหรับผม ผมดีใจนะที่เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตแล้ว แฟนๆ ยกมือขวาขึ้นมา เขาอยู่กับเพลงของเรา อยู่กับเรา เราสื่อสารกันได้ ซึ่งพลังมือขวาส่วนใหญ่ก็จะอยู่ข้างล่าง คือคนดูนับพันนับหมื่น ซึ่งบนเวทีมีกันอยู่แค่ 4-5 คนเอง เวลาคนยกมือขวาเรายังตกใจและประทับใจ ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกจริงๆ เราอยากให้คนมาสนุก ก็เลยเป็นความทรงจำที่ดี และตั้งแต่วันนั้นมา เวลาไมโครไปเล่นคอนเสิร์ต ไม่เคยมีคำว่าคนน้อย มีคนมากมายมาดูเราอยู่ตลอด


3 ทศวรรษในวงการ
000ชีวิตตลอดเวลา 30 ปีที่อยู่ในวงการบันเทิงมาของ "หนุ่ย" อำพล เป็นอย่างไรบ้าง

          30 ปีที่อยู่วงการมา ผมว่าผมเห็นอะไรมาเยอะ และได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มาเยอะเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่สิ่งที่เราได้พบ ได้เห็น ได้เรียนรู้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับเราทั้งนั้นเลย เพราะในตอนที่เราเข้าวงการมา เราเป็นแค่นักเรียน พอเราเข้ามาในวงการ ทำให้เราขาดชีวิตช่วงกลางวัยรุ่นไป จากนักเรียน เราก็เริ่มเป็นคนทำงานเลย ด้วยวัยที่ยังไม่โตมากในเวลานั้นด้วย พอเราเข้ามาทำงานตอนที่เรายังอยู่ในวัยที่ไม่โตมาก เราก้าวมาเป็นคนทำงานปุ๊บ เราก็ไปเบี้ยวเขาบ้าง ขาดวินัยไปบ้าง เรื่องของการรักษาเวลา ความรับผิดชอบอะไรต่างๆ ก็ยังไม่มี ในตอนนั้นเราค่อนข้างมีเป๋บ้าง แต่ก็ได้เรียนรู้
 


000มีข้อคิดที่ทำให้อยู่ในวงการนี้มาได้อย่างยาวนานบ้างไหม
          30 ปีที่ผ่านมาเรารู้เลยว่าถ้าจะยืนอยู่ในวงการนี้จริงๆ ต้องมีองค์ประกอบ 2-3 ข้อหลักๆ ที่ผมใช้มาจนถึงปัจจุบัน อย่างแรกที่สำคัญมาก คือเรื่องของการรักษาเวลา การรับผิดชอบงาน  และการทุ่มเท ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามในวงการบันเทิง ทั้งนักแสดง นักร้อง ทีมเบื้องหลัง ทีมเบื้องหน้า ทั้งหมดต้องมี 3 ข้อนี้ หรือถ้ามีข้อ 4 ข้อ 5 ได้ยิ่งดี อย่างมีน้ำใจ มีความฝัน มีความพยายาม การทำงานในวงการนี้ เป็นการทำงานเป็นกลุ่ม เป็นทีม ถ้าเราไม่มีองค์ประกอบ 3 ข้อที่บอกไป อย่างเรื่องของการรักษาเวลา ถ้าเราขาดตรงนี้ เราก็จะเป็นภาระของคนอื่นๆ ในทีม สมมุติว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ มีทีมงาน 50 คน แบ่งเป็น 5-7 หน่วย แล้วหน่วยใดหน่วยหนึ่งไม่รักษาเวลา งานที่ออกมาก็จะไม่ค่อยดีแล้ว อย่างนัดกอง 6 โมงเช้ากันหมดทุกคน แต่เรามาสาย 5 นาที คนทั้งกอง 7 หน่วยรอเรา เท่ากับว่าหนึ่งหน่วยเสียเวลาไปแล้ว 5 นาที แล้วทั้งหมด 7 หน่วยก็เสียเวลาไป 35 นาที ซึ่งถ้าหากว่าสายเป็นชั่วโมง สองชั่วโมงทั้งกองจะเสียเวลาเท่าไหร่ การทำงานก็ล่าช้าไปอีก ซึ่งมันไม่ใช่ การทำงานกับคนส่วนมาก เรื่องเวลาสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าจะอยู่ในวงการนี้ให้นาน ต้องเริ่มต้นจากตรงนี้ก่อน
 

000งานในวงการนี้ทำมาหมดทุกอย่างหรือยัง
          แทบหมดทุกอย่างแล้ว เหลือแค่ละครเวที ซึ่งยากสุด แล้วเราเองก็อยากนะ เรารู้สึกว่ามันเป็นศาสตร์ที่ยาก สำหรับผมรู้สึกว่าละครเวทีเป็นอะไรที่ยากสุดแล้ว ในใจถึงจะอยากเล่น แต่ด้วยเวลาของเรามันไม่ได้ เพราะตลอดเวลาไมโครทำงานไม่ได้หยุดอยู่แล้ว
 

000 30 ปีกับการถูกเรียกว่าเป็น "ตำนาน" มันทำให้การใช้ชีวิตมันยากหรือง่ายขึ้นไหม
          เราไม่ได้รู้สึกว่ามันยากหรือง่ายขึ้น เรารู้สึกว่าเราใช้ชีวิตปกติ เพราะสำหรับการที่ถูกเรียกหรือมีคนจับให้เราเป็น "ตำนาน" มันเป็นเรื่องของการสร้างของหน่วย อย่างบริษัทเพลง หรือบริษัทแม่ อย่างคนดู หรือแฟนเพลงแฟนละคร แต่สำหรับตัวเราเอง เราไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็น "ตำนาน" แต่เราก็ต้องยอมรับว่า เวลามีคนเรียกเราเป็นตำนาน เราก็แอบยิ้มๆ ดีใจ แต่ในใจเรารู้ว่าเราไม่ใช่ เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้ว่าเราเป็นอะไร ถามว่ามันมีความกดดันในสิ่งนี้ไหม เราบอกเลยว่าเราไม่กดดัน แต่การที่เราถูกยกย่องแบบนี้ มันยิ่งทำให้เราต้องยิ่งตั้งใจ
 

000การทำงาน 30 ปีที่ผ่านมา อะไรที่เป็นสิ่งที่ภูมิใจมากที่สุด
          ผมว่าเป็นเรื่องศรัทธาของคน เพราะมันเป็นสิ่งที่ซื้อไม่ได้ ไม่ว่าจะมีเงินมหาศาลแค่ไหน แต่มันไม่สามารถซื้อสิ่งนี้จากคนได้ และมันไม่มีสูตรสำเร็จว่าต้องทำแบบนั้น หรือแบบนี้ถึงจะมีคนศรัทธา สิ่งที่เราทำได้คือเราต้องจริงจัง จริงใจ ต้องทุ่มเทให้เขา เพราะเมื่อเขาศรัทธาแล้ว อะไรก็แกะออกไม่ได้ แล้วสิ่งนี้แหละ ที่เป็นแรงผลักดันให้เราต้องพยายามให้มากขึ้นไปอีก พยายามเพื่อความศรัทธาของเขา เพื่อให้เขาไม่ผิดหวังในตัวเรา ตลอดเวลาที่ผ่านมา วงไมโครมีงานโชว์อย่างต่อเนื่องมาตลอด แต่ผมไม่มีงานการแสดงมาเป็น 10 ปี คือการแสดงครั้งสุดท้ายคือหนังเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นไม่ได้รับงานหนัง งานละครมาตลอด ออกสื่อก็ไม่ได้เยอะมาก แต่ทุกคนยังเชื่อมั่น และพร้อมสนับสนุนเราเสมอ เวลาไมโครไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหน บอกเลยว่าไม่มีคำว่าคนน้อย ไปเล่นตามผับ ขึ้นเล่น 5 ทุ่มเที่ยงคืน แต่มีคนมารอเราตั้งแต่ทุ่มหนึ่ง ยอมเสียตังค์มาเพื่อดูเรา ซึ่งถ้าเขาไม่รัก ไม่ศรัทธาในเรา เขาไม่ทำแบบนี้หรอก สิ่งนี้คือเหตุผลที่เราต้องรู้จักตัวเอง ต้องรู้จักวินัย ต้องมีความรับผิดชอบ เพื่อพวกเขาที่สนับสนุนเรามาตลอด 30 ปี


ชีวิตนอกกรอบมายา
000เวลาว่างหากไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตทำอะไร

          เวลาว่างผมชอบขี่มอเตอร์ไซค์ ชอบปลูกต้นไม้ เลี้ยงต้นไม้ ผมจะดูแลต้นไม่เองทั้งหมด แล้วก็เล่นกีฬาอย่างตีเทนนิส เวลาว่างในชีวิตก็จะมีอยู่ 3 อย่าง เพราะผมเป็นคนโสด (หัวเราะ)
 

000ให้เวลากับการดูแลลูกชายคนเดียวอย่าง "กาย" นวพล อย่างไรบ้าง
          อย่างกายเข้าก็มาเจอ มาอยู่กับเรา เราก็จะมีกิจกรรมที่ทำด้วยกัน อย่างไปตีเทนนิส มีการปาร์ตี้ ทำกับข้าวกินกันที่บ้านบ้าง ตามประสาลูกผู้ชาย ผมเองมีวิธีการเลี้ยงลูกในแบบที่ว่า เราไม่ได้สอนอะไรเขา เราให้เขาได้เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ตอนนี้เขาอายุ 24-25 ปีแล้ว เขาโตพอที่จะเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองว่าอะไรผิด อะไรถูก เราเองจะไปสอน ไปบอกเขา มันก็ดีเท่ากับให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง แล้วเราคอยดูอยู่ห่างๆ แต่สิ่งที่จะบอกเขามาตลอด คือไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ต้องมีความรับผิดชอบ และบอกเขามาตลอดว่าต้องรู้จักการให้ อย่าคิดแต่จะได้จากคนอื่น ต้องรู้จักให้ก่อน ถ้าอยากจะมีเพื่อน ก็ต้องรู้จักให้ ให้ความจริงใจ ให้ความเป็นเพื่อน ถ้าเอาแต่รอที่คนอื่นให้เราอย่างเดียว มันจะเป็นความเห็นแก่ตัวและมันจะทำให้เราไม่มีความสุข ความสุขที่ได้ให้กับความสุขที่ได้รับมันต่างกัน การให้มันเป็นความสุขที่เราสร้างขึ้นมาและเรารู้สึกได้ทันทีที่ได้ให้ แต่ความสุขของการได้รับมันต้องรอเวลา ซึ่งถ้าเขาไม่ให้ เราก็อาจจะต้องรอความสุขนั้นต่อไป ซึ่งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราจะบอกเขาในเรื่องนี้ตลอด
 

000ภูมิใจในตัวลูกชายคนเดียวคนนี้แค่ไหน
          คนเป็นพ่อเป็นแม่ความภูมิใจไม่ได้อยู่ที่ลูกชายได้รางวัลอะไร หรือเป็นอะไรที่อย่างที่เราหวังไว้ แต่อยู่ที่เราเห็นเขาเติบโตขึ้นมีความสุข แล้วเขามีชีวิตแบบที่เขาเลือกเอง ซึ่งสิ่งที่เขาเลือก อาจจะไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เราคิด หรือวาดไว้ทั้งหมด แต่เมื่อมันเป็นสิ่งที่เขาเลือก และเขาทำแล้วมีความสุข สำหรับเราแค่นั้นเราก็ภูมิใจแล้ว สำหรับผมไม่ว่าเขาจะทำอะไร ขอแค่เป็นสิ่งที่เขาเลือกและมีความสุข ผมโอเค
 

000มีตีกรอบการเลี้ยง "กาย" ไหม เพราะว่าเขาเกิดมาแล้วถูกจับตามองว่าเป็นลูกของซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทย
          ตอนที่เขากลับมาจากเมืองนอกใหม่ๆ แล้วมาอยู่ด้วยกันกับเรา เรายอมรับเลยว่าเราจัดแจง สอนระเบียบต่างๆ ให้เขามากมาย เพราะว่าตัวเราเองถูกเลี้ยงมาแบบมีระเบียบ เราก็พยายามจะยัดส่วนนี้ใส่ลูกเรา แต่เราลืมไปว่าโลกมันเปลี่ยนไป สังคมมันก็เปลี่ยน ชีวิตของเขาก็ต่างจากเรา ความคิดของเขาก็ต่างจากเรา การที่เราจะใช้ชีวิตด้วยกัน เลยปรับใหม่มาเป็นพ่อ แล้วก็เป็นเพื่อนด้วย เพื่อให้เขารู้สึกไว้วางใจและกล้าที่จะพูด กล้าที่จะปรึกษาอะไร เมื่อเขามาปรึกษาเรา เพราะเขาอาจจะเห็นเราเป็นเพื่อน และพอถึงจุดหนึ่งตอนที่เขามาปรึกษา เราก็ใช้บทพ่อมาผสมลงไป


รักมือขวา
000มุมมองความรักของร็อกมือขวาจากเมื่อ 30 ปีที่แล้วจนมาถึงวันนี้คืออะไร

          ผมว่าการที่เรารักกัน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการทำดีให้กัน ลองมองไปข้างหน้า แล้วเราจะรู้ว่าชีวิตคนเรามันอยู่ไม่ได้นานมาก ช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งอยู่ไม่กี่สิบปี ถ้านับให้ดูเยอะหน่อยก็อยู่ได้ไม่กี่หมื่นวันหรอก เพราะฉะนั้นเวลาที่เรารักใครก็แสดงออกไปเลย และต้องทำดีกับเขา ตลอดเวลาความรักของผมไม่เคยคิดเรื่องของการสมหวังหรือผิดหวัง เวลาที่รักเราก็อยากที่จะทำให้คนที่เรารักมีความสุข ทำดีเพื่อเขา และอย่าไปหวังว่าทำดีกับเขา เพื่อเขามาตอบแทน เพราะอย่างที่บอกแค่รักเขาและทำดีกับเขา เราเองก็มีความสุขแล้ว นี่คือมุมมองของผมนะ 
 
          30 ปีในวงการของผู้ชายคนนี้ ไม่มีใครปฏิเสธว่าเขาคือ "ซูเปอร์สตาร์" ของเมืองไทย

.......................................

ชื่อ : "หนุ่ย" อำพล ลำกูล
เกิด : 20 กรกฎาคม 2506
การศึกษา : ปวช. : โรงเรียนอาชีวศิลปศึกษา กรุงเทพมหานคร
ผลงานที่ผ่านมา : ภาพยนตร์ "วัยระเริง, น้ำพุ, ข้างหลังภาพ, กัลปังหา, สองพี่น้อง, เพียงบอกว่ารักฉันสักนิด, หัวใจเดียวกัน, ไฟเสน่หา, รู้แล้วน่าว่ารัก, คู่วุ่นวัยหวาน, แรงหึง (แรงเงา), ปัญญาชนก้นครัว, พันธุ์หมาบ้า, สองอันตราย, เสือ โจรพันธุ์เสือ, โคลนนิ่ง คนก๊อปปี้คน, อั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร, สุริโยไท, 102 ปิดกรุงเทพปล้น ฯลฯ ละคร "มือปืน, ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น, ปมรักนวลฉวี, หัวใจและไกปืน" อัลบั้มเพลง "ร็อก เล็ก เล็ก (ไมโคร), หมื่นฟาเรนไฮต์ (ไมโคร), เต็มถัง (ไมโคร), วัตถุไวไฟ (อัลบั้มเดี่ยว), ม้าเหล็ก (อัลบั้มเดี่ยว), อำพลเมืองดี (อัลบั้มเดี่ยว)"
ผลงานล่าสุด : คอนเสิร์ต "ร็อกมือขวา รียูเนี่ยน" วันที่ 27-28 กรกฎาคมนี้
.......................................
(หมายเหตุ 30ปีตำนาน'มือขวา'ฉายาที่ไม่มีวันตายของ'อำพล' : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง... ณัฏฐิรา หลอดแก้ว  ภาพ... วริศรา วุฒิกุล )