
หนังโรงเล็ก:'จาก Grey ถึง Kale วัฒนธรรมป๊อป 50 Shades'
'จาก Grey ถึง Kale วัฒนธรรมป๊อป 50 Shades' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
แม้ย่านสยามจะมีหลายๆ ช็อปที่น่าเดิน แต่เวลาไปเดิน ร้านแรกที่ผมมุ่งไปก่อนก็คือคิโนคูนิยะ อาณาจักรของหนังสือมากมาย ให้เราใช้เวลาหมดไปอย่างไม่รู้ตัว
เช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอกจากจะเดินเข้าร้านแล้ว ผมยังเดินผ่านโซนหนังสือเครื่องครัวและอาหารการกิน เพราะไปสะดุดหนังสือเล่มหนึ่งที่ชี่อ 50 Shades of Kale ที่เกี่ยวกับเครื่องครัวทั้งหลาย ที่สะดุดเพราะนี่คือหนังสืออีกเล่มที่เป็นผลพวงมาจากวัฒนธรรมป๊อป อีโรติกวรรณกรรมอย่าง 50 Shades of Grey ที่โด่งดังและกำลังจะเป็นหนังออกมาเร็วๆ นี้
ผมเคยเขียนความเห็นบางส่วนกับภาพยนตร์และหนังสือชื่อนี้ไว้ใน “247” ว่า พฤติกรรมทางเพศของมิสเตอร์เกรย์นั้น มีที่มาและปมหลังที่ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ลอยมา (แม้ว่าในส่วนของหนังสือมันจะมีคนด่าอยู่บ้างก็ตาม)
ในหนังสือที่เขียนโดย อี.แอล.เจมส์ ชื่อนี้มีการบรรยายไว้ว่า เมื่อตอนที่ เกรย์ เป็นเด็กที่ยังอายุน้อยมาก เขาเห็นแม่ของเขาซึ่งเป็นโสเภณีถูกผู้ชายทำร้ายด้วยท่าวิตถารและมีความรุนแรงแบบเกินปกติ การเห็นนั้น ถูกจดจำมาตลอดชีวิตของเขา และมันตามติดต่อมาด้วยการทำคนอื่นๆ บ้าง ซึ่งคนอื่นก็คือ สติล สาวสวยที่เขาหลงรัก
รูปแบบของ dominant/submissive นั้น อาจจะถูกพูดถึงจากไตรภาค 50 shades แต่ในแวดวงศิลปะอื่นๆ เช่นภาพยนตร์ มันเคยปรากฏหลายครั้งทั้งชัดและคลุมเครือ
มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ กรรมการคนหนึ่งของ ”คมชัดลึก อวอร์ดส์” บอกกับผมว่า หนังบางเรื่องที่พอจะใกล้เคียงกับความสัมพันธ์ทางเพศแบบนี้ ก็มี Henry & June, 9 ? weeks และที่คลุมเครือไม่ถือว่าชัดเจนก็คือหนังฝรั่งเศสเรื่อง Betty Blue
Henry & June สร้างจากอัตชีวประวัติบางช่วงของนักเขียนหญิงแนววิจิตรกามา (Erotic) อนาอิส นิน เรื่องราวในหนังคือ ความสัมพันธ์ของเธอกับนักเขียนอีกคนชื่อ เฮนรี่ มิลเลอร์ และคู่ชีวิตที่ชื่อ จูน
ความสัมพันธ์ระหว่าง อนาอิส นิน และเฮนรี่ มิลเลอร์นั้น เกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี 1931-1932 ซึ่งในช่วงนี้เธอได้เขียนบันทึกออกมาถึง 6 เล่มได้แก่ June, the Possesed, Henry, Apotheosis and Downfall และ Journal of a possesed ตามลำดับ
ในบันทึกเหล่านั้นต่อมาได้ถูกเรียบเรียงออกมาเป็นบทบันทึกที่ชื่อว่า Henry & June ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปี 1966 แต่ตอนนั้นเธอต้องตัดทอนบางช่วงตอน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ Henry เพื่อรักษาน้ำใจของ ฮิวโก กุยเลอร์ สามีของเธอ และส่วนที่ตัดออกไปนั้นก็ถูกนำกลับเข้ามารวมใหม่โดย อนาอิส นิน หลังจากที่ฮิวโกเสียชีวิตลง
หนังเรื่องนี้ของ ฟิลิป คอปแมน มีฉากเริ่มเรื่องตั้งแต่นาทีแรกที่เร่าร้อน ร้อนฉ่ากับท่าร่วมรักแบบไม่ธรรมดา และเมื่อดูไปเรื่อยๆ เราก็ได้พบว่า ปมจิตในแบบ Dominant / Submissive ฝังลึกอยู่ในตัวละครแบบเดียวกับที่ เกรย์ และ สติล เป็นและพึงพอใจกับมัน
“อีกเรื่องคือ 9 ? weeks ที่ คิม บาซิงเจอร์ เล่น เพียงแต่เรื่องนี้ ผมว่ามันไม่ชัดเจนมากนักในมุมนี้ แม้จะมีเรื่องของประสบการณ์ทางเพศ เรื่องของพื้นที่และการกระทำมาเกี่ยวข้อง ซึ่ง Henry & June ถ้าจะวิเคราะห์เรื่องแบบนี้ มันเปิดทางมากกว่า”
เมื่อออกสำรวจในช่วงปลายปี 2555 มาจนถึงตอนนี้ ร้านหนังสือหลายแห่งในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น คิโนคูนิยะ และ เอเชียบุ๊คส์ ให้คำตอบที่เหมือนกันคือ 50 shades เป็นหนังสือขายดีมาก และขายดีอย่างต่อเนื่อง ถึงขนาดมีการ “สั่งเพิ่ม” หลายครั้ง
ผู้อ่านของหนังสืออีโรติกเล่มนี้มีทุกกลุ่มตั้งแต่คนทำงาน นักศึกษาหรือชาวต่างชาติที่แวะมาซื้อ พนักงานคนหนึ่งของทางร้านคิโนฯ บอกว่า บางคนอ่านแล้วก็ไม่ชอบ แต่บางคนอ่านแล้วก็ซื้อเล่มที่สองต่อ ขณะที่พฤติกรรมด้านการซื้อนั้น คนไทยมักซื้อเล่มแรกก่อน แล้วเมื่ออ่านแล้วชอบ จะค่อยมาซื้อเล่มที่สอง ซึ่งผิดกับคนอ่านต่างชาติที่จะซื้อไปเลย 3 เล่มไตรภาค
บล็อกเกอร์คนหนึ่งใช้นามว่า mommy porn ให้มุมมองสนุกๆ เกี่ยวกับเนื้อหาว่า
“Fifty Shades of Grey อนาสเตเชีย บัญฑิตสาวจบใหม่ได้เจอมีโอกาสสัมภาษณ์ คริสเตียน เกรย์ หนุ่มหล่อรวย เจ้าของธุรกิจระดับอภิมหาเศรษฐี การเจอกันครั้งแรกทำให้นางเอกตกหลุมรัก คริสเตียนเข้าอย่างจัง เมื่อทั้งสองใกล้ชิดกัน คริสเตียนก็เผยความลับดำมืดที่เขาเก็บเอาไว้ ซึ่งก็คือเขามีรสนิยมทางเพศในแบบรุนแรง ซาดิสม์ มาโซคิส อนาสเตเชีย จะรับได้หรือไม่เมื่อชายที่เธอหลงรัก มีรสนิยมไม่เหมือนคนทั่วไป
ส่วน Fifty Shades Darker อนาสเตเซีย ตัดสินใจเลิกกับคริสเตียน เพราะรับรสนิยมของเขาไม่ได้ คริสเตียนพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะรู้ตัวว่าขาดอนาสเตเซียไปไม่ได้ นางเอกมีเจ้านายมาติดพันพร้อมกับอดีตของพระเอกที่ตามมาหลอกหลอน เรื่องราววุ่นวายจึงเกิดขึ้น
และเล่มสุดท้าย Fifty Shades Freed นั้น อนาสเตเชีย และ คริสเตียน แต่งงานกันและไปล่องเรือฮันนีมูนกันที่ยุโรป ไม่นานอนาสเตเซียพบว่าตนเองตั้งท้อง ทั้งๆ ที่คริสเตียนไม่ต้องการมีลูก ท้ายสุดสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
ที่เราสะดุดคือ ภาษาที่คนเขียนใช้คำเดิมๆ เยอะมากจนเห็นแล้วหงุดหงิด อย่างคำอุทานของนางเอกว่า Holy cow, HolyShit, Holy crap เยอะมาก นางเอก “bite my lips” บ่อยอยู่ตลอดเวลา fanfiction ของ Twilight”
เมื่อหนังสือหรือวรรณกรรมดัง ชื่อของคนเขียนก็ต้องถูกรับรู้ไปด้วย และนั่นหมายความว่า ชื่อของ อี.แอล.เจมส์ ต้องมาคู่กับ 50 shades
''อี.แอล.เจมส์'' เป็นนามปากกาที่ปรากฏบนหนังสือ ก็เปิดเผยตัวออกมาว่า เธอคือ ''เอริกา มิทเชลล์'' เกิดปี 1963 แม่เป็นชาวชิลี ส่วนพ่อเป็นชาวสกอตแลนด์ เคยทำงานเป็นช่างภาพสถานีโทรทัศน์ BBC เธอเติบโตมาในย่านบั๊คกิ้งเชียร์ ไม่เคยเข้าโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไป เพราะพ่อแม่ให้ลูกเรียนหนังสือที่บ้าน เมื่อโตขึ้นก็เรียนปริญญาตรีทางออนไลน์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยยูนิเวอร์ซิตี้ออฟเคนท์
ก่อนจะเริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการสตูดิโอที่สถาบันการศึกษาโทรทัศน์และภาพยนตร์แห่งชาติ ย่านบีคอนส์ฟิลด์ เธอพบกับสามีคือ ''ไนออล ลีโอนาร์ด'' ระหว่างทำงาน และแต่งงานกันเมื่อปี 1987 อยู่กินกันมาแล้ว 25 ปี จนมีลูกชายโตเป็นวัยรุ่น 2 คน แต่รสรักของทั้งคู่ยังไม่จืดจาง
“ว่ากันว่า ถึงแม้เธอจะเขียนหนังสือได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในแนวอีโรติกที่เปี่ยมล้นไปด้วยแรงรักอันเร่าร้อน แต่ในชีวิตจริงของคุณแม่บ้านนักเขียนร่างท้วมคนนี้ไม่ต่างจากแม่บ้านอังกฤษทั่วไป เธออาศัยอยู่บ้านหลังเล็กๆ ก่อด้วยอิฐแดง ในย่านตะวันตกของกรุงลอนดอน เลี้ยงสุนัขพันธุ์เวสตี้ ชื่อว่า แม็กซ์ ขับรถมินิ, ชอบกินนูเทลลาด้วยช้อน และเป็นคนนอนตื่นสาย”
ในอีกมิติหนึ่ง เราจะเห็นได้ว่า ชีวิตและความสัมพันธ์ในอดีตของผู้เขียน มีความเชื่อมโยงกับตัวละครในหนังอย่าง Henry & June หรือกับวรรณกรรมอย่าง 50 shades of Grey โดยเฉพาะการมีรอยแปดเปื้อนที่ทำให้ชีวิตไม่สมบูรณ์
มโนธรรม เสริมว่า “หนังหรือวรรณกรรมแบบนี้ คนเสพอาจจะไปติดที่รูปรส และไม่ได้เข้าใจปมจิตลึกซึ้งถ่องแท้ แต่มันมักจะขายได้ถ้าออกมาในช่วงที่ถูกจังหวะ หรือขาดหายไปนานจากบรรยากาศการอ่านการดู”
ขณะที่หนังกำลังถูกสร้างและมันจะกลายเป็นหนังสือขึ้นจออีกเล่มที่ถูกพูดถึง ใครบางคนก็ตั้งคำถามว่า ไตรภาคฉบับ 50 shades นั้น น่าจะมี “สำนักพิมพ์” ที่ไหนสักแห่ง ซื้อลิขสิทธิ์มาแปลเป็นไทยแล้วอย่างเงียบๆ และแน่นอนว่าเมื่อถูกตีพิมพ์วางขาย น่าจะเป็นอีกเล่มติดเบสต์ เซลเลอร์ เหมือนที่นักอ่านบางคนเหน็บแนมว่า
“50 shades เหมือนปรากฏการณ์ของ herry potter แต่โลกของพ่อมดเกรย์ ไม่ได้มีไม้กวาดหรือเวทมนตร์ ในคฤหาสน์ของเขามีอุปกรณ์ทรมานทางเพศ”
.......................................
(หมายเหตุ 'จาก Grey ถึง Kale วัฒนธรรมป๊อป 50 Shades' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



