บันเทิง

เสริมจิตใจด้วยดนตรีไทยประยุกต์

เสริมจิตใจด้วยดนตรีไทยประยุกต์

18 ก.ค. 2556

เสริมจิตใจด้วยดนตรีไทยประยุกต์ : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน


          เพิ่งผ่านพ้นไปสำหรับการมาเยือนของทีมฟุตบอลชื่อดังจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลที่ชาวไทยเรานั้นให้ความนิยมมากที่สุดทีมหนึ่งซึ่งก็คือ ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งผมเองก็ได้เข้าไปชมการแข่งขันในสนามราชมังคลากีฬาสถานกับเขาด้วยอยู่เหมือนกัน ก็คือสืบเนื่องมาจากการที่ผมชื่นชอบทีมฟุตบอลทีมนี้มาอย่างยาวนานนั่นเอง เมื่อครั้งที่แล้วเมื่อปี พ.ศ.2544 ผมก็ไปนั่งชมอยู่ที่สนามแห่งนี้และถ้าย้อนไปอีกหนึ่งครั้งซึ่งผ่านไปประมาณ 20 ปี ก็เป็นที่สนามศุภชลาศัยผมก็ไปนั่งชมเกมการแข่งขันกับทีมชาติไทยอีกเหมือนกันครับ รวมแล้วก็เป็น 3 ครั้งที่ผมได้เข้าไปชมทีมปีศาจแดงมาเตะที่เมืองไทยบ้านเราอีกเหมือนกัน แต่ก่อนหน้านี้นั้นแมนฯ ยู ได้เคยมาบรรเลงเพลงแข้งที่บ้านเราก่อนแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งตอนนั้นผมยังคงไม่ตาสีตาสากับทีมแมนฯ ยู เท่าไหร่นัก
 
          สำหรับผลการแข่งขันที่ผ่านมานั้นก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไรกันซึ่งแฟนแมนฯ ยูส่วนใหญ่แล้วก็คงไม่ได้ผิดหวังอะไรกับผลการแข่งขัน แต่ผิดหวังที่ดาราชูโรงอย่าง โรบิน ฟานเพอร์ซี่, ดาวิด เดเคอา, ชินจิ คากาวะ และอีกหลายๆ คนไม่ได้เดินทางมาด้วย ยิ่งโดยเฉพาะ อันโตนิโอ วาเลนเซีย แล้วนั้นยิ่งทำให้ผมแทบจะไม่อยากเข้าไปชมเกมการแข่งขันเลยครับ และจะว่ากันจริงๆ แล้วบรรยากาศของผู้ชมในสนามนั้นก็ไม่คึกคักเหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่สนามศุภชลาศัยด้วยแล้วนั้น บรรยากาศความคึกคักผิดกันเป็นอย่างมาก ซึ่งในครั้งนั้นท่านเซอร์อเล็กซ์ถึงกับออกปากว่าทีมแมนฯ ยูนั้นเหมือนได้เล่นอยู่ในสนามโอลด์แทรพฟอร์ดเลยครับ แต่อย่างไรก็ตามประวัติศาสตร์นั้นคงได้จารึกไปแล้วว่า เดวิด มอยส์ ได้คุมทีมแมนฯ ยูนัดแรกที่เมืองไทย แถมยังแพ้นัดแรกที่เมืองไทยอีกด้วยครับ แต่แฟนแมนฯ ยูทุกคนคงคิดว่าแพ้นัดแรกในบ้านเราก็ยังดีกว่าให้ไปแพ้นัดแรกที่ประเทศอื่นครับ
 
          เอาล่ะครับ คราวนี้ผมจะเขียนเรื่องที่ผมจะตั้งใจเขียนกันบ้าง คือเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมเสวนาเรื่อง "เสริมจิตใจด้วยดนตรีไทยประยุกต์" ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ต โดยผู้เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ซึ่งนอกจากตัวผมแล้วก็ยังมี ดร.กล้า สมตระกูล ซึ่งท่านนี้ ในอดีตเป็นอธิบดีกรมการศาสนา และรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในปัจจุบันท่านเป็นอาจารย์สอนในระดับปริญญาเอกอยู่ที่คณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และอีกท่านซึ่งถือว่าสำคัญที่สุดในงานนี้ก็คือ ดร.ธีราธร ลำเนาครุฑ ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่คณะวิเทศศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งนี้และก็เป็นเจ้าของโครงการนี้ ซึ่งท่านก็ต้องเข้าร่วมสัมมนากับผมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งในเนื้อหาเนื้อความของการเสวนาในครั้งนี้ก็พอจะสรุปได้ว่า ให้ผู้ที่เข้าร่วมฟังการเสวนาซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นนักศึกษาในสถาบันแห่งนี้และยังมีนักเรียนในระดับประถมและมัธยมศึกษารวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจดนตรีและประชาชนทั่วไปใน จ.ภูเก็ต นั้นได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของดนตรีร่วมสมัยที่สามารถสร้างสุขภาพจิตให้แก่ผู้ฟังและสร้างอาชีพรายได้ให้แก่นักดนตรี รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมทางด้านดนตรีสมัยใหม่ให้แก่ จ.ภูเก็ต ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต อีกไปในตัว
 
          จ.ภูเก็ต ในปัจจุบันนี้มีวงดนตรีไทยเดิมและวงดนตรีร่วมสมัย รวมถึงมีศิลปการแสดงในรูปแบบฟ้อนรำต่างๆ ทั้งที่เป็นแบบร่วมสมัยและดั้งเดิมอยู่มากมายอยู่หลายต่อหลายคณะด้วยกันที่ประกอบธุรกิจนี้ ซึ่งเดิมทีนั้น ดร.ธีราธร ลำเนาครุฑ ได้เคยทำวิจัยเรื่องดนตรีร่วมสมัย ที่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ในสถานประกอบการต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต รวมถึงการจัดตั้งรวมกลุ่มวงดนตรีร่วมสมัยให้มีแนวทางในการประกอบการให้เป็นแนวทางเดียวกัน ดังนั้นแล้วท่านดร.ธีราธร ลำเนาครุฑจึงได้จัดให้มีการแสดงดนตรีและนาฏศิลปร่วมสมัย หลังจากการเสวนาในครั้งนี้เสร็จสิ้น ซึ่งก็จะมีวงดนตรีร่วมสมัยชั้นนำของ จ.ภูเก็ต เข้ามาร่วมแสดงกันอย่างคับคั่ง โดยเริ่มจากการแสดงวงดนตรีร่วมสมัยของชมรมดนตรีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต และตามด้วยวงดนตรีร่วมสมัยของคณะ ป.แสงทับทิม ซึ่งเป็นวงที่ประกอบธุรกิจดนตรีใน จ.ภูเก็ต มามากกว่า 30 ปี ตามด้วยการแสดงนาฏศิลปของคณะภัสสรเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ต่อด้วยการแสดงดนตรีและนาฏศิลปร่วมสมัยของคณะดนตรีเสนาะ ซึ่งคณะนี้ถือว่ากำลังมาแรงใน จ.ภูเก็ต และสุดท้ายก็เป็นการโชว์เดี่ยวระนาดเอกแบบร่วมสมัยของผมหรือขุนอินนั่นแหละครับ จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่การเสวนาในครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมฟังและรับชมเต็มความจุหอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตจังหวัดภูเก็ตและยังมีสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ภาคใต้มาถ่ายทำข่าวอีกต่างหาก ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเสวนาที่ประสบความสำเร็จอย่างเกินคาดครับ
 
          และในคืนวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ดร.ธีราธร ลำเนาครุฑ นั้นร่วมกับเทศบาลเมืองกะทู้ จะยกการแสดงทั้งหมดในครั้งนี้รวมถึงตัวผมนั้นไปแสดงในงาน "ถนนสายวัฒนธรรมเมืองกะทู้" ครั้งที่ 5 ซึ่งท่านผู้อ่านที่อยูใน จ.ภูเก็ต หรือใกล้เคียง สามารถไปเที่ยวชมงานนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 22-24 กรกฎาคม 2556 ที่หน้าเทศบาลเมืองกะทู้ ยาวไปจนเกือบสุดถนนเลยครับ แล้วเอาไว้พบกับผมได้ในคืนวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ที่เทศบาลเมืองกะทู้นะครับ

.......................................
(หมายเหตุ เสริมจิตใจด้วยดนตรีไทยประยุกต์ : คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย... ขุนอิน)