บันเทิง

เป็นคุ้งเป็นแคว:เพลงอมตะที่วัดไร่ขิง

เป็นคุ้งเป็นแคว:เพลงอมตะที่วัดไร่ขิง

11 ก.ค. 2556

เพลงอมตะที่วัดไร่ขิง : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว

 
          ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ที่วัดไร่ขิง นครปฐม ได้มีงานถวายมุทิตา สักการะ เนื่องในโอกาสทำบุญอายุวัฒนะมงคล 58 ปี หลวงพ่อพระราชวิริยาลังการ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัด ทราบภายหลังว่า จัดงานกันมาหลายวัน แต่ผมได้ไปดูในวันสุดท้าย คือ ศุกร์ปลายเดือนที่ผ่านมา
 
          คืนนั้นมีนักร้องอมตะหลายคนไปร่วมงาน มีนักร้องใหม่ประปรายแค่ 2-3 คน วงดนตรีบรรเลงสดบ้าง เปิดแบ็กกิ้งแทรคบ้าง แต่หางเครื่องหรือแดนเซอร์ชุดสวยอลังการเต็มเวที เพราะมีทีมหนึ่งที่หลวงพ่อให้การสนับสนุนด้วย จึงต้องจัดเต็มมาในในงานนี้
 
          นักร้องอมตะคนแรกที่ขึ้นเวที น่าจะเป็น วงจันทร์ ไพโรจน์ ที่ปลดเกษียณตัวเองแล้ว โดยจะเลือกไปเฉพาะงานสำคัญๆ เธอยังคงเสียงหวานเศร้าเช่นเคย เปิดตัวด้วยเพลงประจำตัว “แม่พิมพ์ของชาติ” และต่อด้วยเพลง “สายน้ำไม่ไหลกลับ” ทำเอารางวัลธนบัตรไหลมาเทมาเลยทีเดียว
 
          ตามติดๆ มาด้วย สมศรี ม่วงศรเขียว ที่เปรี้ยวทุกเวที นอกจากจะร้องเพลง”เสียงครวญจากเกาหลี" แล้ว เธอมักจะทำให้คนดูได้ลุ้นว่า จะนำเพลงมุกทันสมัยอะไรมาเล่น ปรากฏว่า คนดูได้ ฮากันสนั่นกับท่า “ยกอก-แน่นอก” ของใบเตย ที่ป้าสมศรีในวัยใกล้ 80 เธอเป็นคนเปิดกว้างเรื่องการเปลี่ยนแปลงของเพลงยุคใหม่ เธอจะติดตามและเลียนแบบท่าทางได้อย่างน่ารักทุกครั้ง คุณป้าทำให้เราได้เห็นภาพของนักร้องแนวเซ็กซี่ที่ต่างยุคกัน
 
          ด้วยนักร้องที่มากันมากและเวลามีจำกัด นักร้องแต่ละคนจึงได้ร้องเพียงคนละ1- 2 เพลง งานนี้เสรี รุ่งสว่าง มาร่วมงานเปิดตัวด้วยเพลง “เสรีขอพร” เสียงดีไม่ตก และนักร้องชายอีกคนที่เรียกเสียงฮือฮา คือ ก้าน แก้วสุพรรณ ที่ยืนร้อง”น้ำตาลก้นแก้ว” อย่างอดทนและนั่งเก้าอี้ร้อง ”รอยไถแปร” ทำเอาคนดูแทบน้ำตาซึม เพราะอาก้านป่วยกายแต่ใจสู้เหลือเกิน
 
          นอกจากอาก้าน ซึ่งเป็นนักร้องที่วัดไร่ขิงดูแลค่าใช้จ่ายบางส่วนในยามที่ป่วย ก็มีนักร้องอีกคนที่เราไม่ได้เห็นเธอบนเวทีมากนัก คือ กิ่งแก้ว ศรีสาคร ต้นฉบับเพลง “โรงแรมใจ” ที่สุขภาพไม่ค่อยดี แต่ร้องเพลงออกมาได้อย่างน่าชื่นชม เธอดูมีความสุขมากที่ได้ออกมาร้องเพลงและเจอเพื่อนในรุ่นเดียวกัน เธอกล่าวว่า ถ้า ภาวนา ชบาไพร (ศิษย์วงดนตรีสุรพล รุ่นแรก) ไม่ไปชวนละก็ เธอก็อยู่บ้านเฉยๆ โดยไม่ได้มีกิจกรรมใดๆ เลย
 
          นักร้องรุ่นอมตะที่มีเพลงดังเพลงเดียวแล้วหายไป และนักร้องที่มีผลงานแบบที่เรียกว่า นักร้องหน้า 2 ซึ่งทำเพลงมาประกบกับเพลงดัง (สมัยแผ่นเสียงแผ่นเล็ก หน้าหนึ่งจะเป็นเพลงของนักร้องดัง หน้าสองอาจจะเป็นนักร้องใหม่ หรือนักร้องภายในวงดนตรีที่เขาอยากสนับสนุนก็จะเอามาประกอบเพื่อช่วยอุ้มกัน) ตามที่แดน บุรีรัมย์ พิธีกรที่คร่ำหวอดในวงการบอกไว้บนเวที มาร่วมงานกัน 3 คน ได้แก่ พรสวรรค์ ลูกพรหม นักร้องเสียงดีเจ้าของเสียงต้นฉบับเพลง “ใช่แล้วสิ” แห่งวงลูกทุ่งทีวี ที่มีนักร้องนำมาร้องใหม่กันมากมาย แต่น้อยคนที่จะรู้จักนักร้องต้นฉบับ ธานี ศรีอุทัย ที่ร้องเพลง “ดีใจจัง” ครูลพ บุรีรัตน์ แต่งเนื้อให้ ธานีเป็นศิษย์วงเทียนชัย สมยาประเสริฐ น้ำเสียงยังเปี่ยมพลัง อีกคนหนึ่งคือ ทวี ศรีนคร แห่งวงไวพจน์ เพชรสุพรรณ มีเพลงชื่อ “ตลิ่งชัน” ซึ่งน้ำเสียงยังคงมีเสน่ห์
 
          หลังจากนั้นมี เพชร พนมรุ้ง ฉายา คาวบอยเมืองไทย ศิรินทรา นิยากร ที่มาร้องเพลงเดี่ยวและขึ้นเวทีร้องเพลงคู่กับ เทพ ทูลใจ นักร้องเงาเสียงทูล ทองใจ ที่เป็นหนึ่งในผู้ประสานงานนักร้องที่มาในคืนวันนั้นด้วย เทพ ทูลใจ ยังขับร้องเพลง “นางรอง” และเพลงของทูลให้ฟังกัน ปิดท้ายด้วย เอราวัณ วงศ์นาค และสายัณห์ ลายไทย นักร้องร่องเสียงสายัณห์ สัญญา
 
          แม้ผู้ชมจะไม่แน่นขนัดเท่ากับคืนแรกๆ ที่มีนักร้องดังแห่งยุค แต่เชื่อว่า ทุกคนที่ไปดูและฟัง ได้รับความสุข อิ่มเอมใจ กับเพลงที่หาฟังเก่าสดๆ ที่หาได้ยากในยุคนี้ และงานนี้เป็นอีกหนึ่งงานที่พิสูจน์ให้เห็นว่า นักร้องรุ่นอมตะอีกหลายคนยังมีอายุการใช้งาน และร้องเพลงได้ไพเราะ ถ้าเจ้าภาพจัดงานเปิดใจให้กว้าง จ้างไปสลับกับนักร้องใหม่ๆบ้างก็น่าจะดี คนฟังรุ่นเก่าก็มีความสุข นักร้องเก่าได้มีงานมีเงินเลี้ยงชีพ ได้มาเจอเพื่อนเก่าๆ สำหรับค่าตัวนักร้องอมตะก็ไม่แพงด้วย ว่ากันว่า ค่าตัวนักร้องดังๆ สมัยนี้ 1 คน ที่เรียกกันเป็นหลักแสนต่อหนึ่งโชว์ สามารถจ้างนักร้องอมตะได้นับสิบคนเลยทีเดียว

.......................................
(หมายเหตุ เพลงอมตะที่วัดไร่ขิง : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)

.......................................
(หมายเตุ เพลงอมตะที่วัดไร่ขิง : คอลัมน์ เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)