บันเทิง

'บ่ายของ โอ่ง ณัฐชา กับ บ๊อบ เจมส์'

'บ่ายของ โอ่ง ณัฐชา กับ บ๊อบ เจมส์'

11 ก.ค. 2556

"บ่ายของ โอ่ง ณัฐชา กับ บ๊อบ เจมส์" : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening

          สำหรับคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นคอดนตรีแจ๊สในบ้านเรา น่าจะพอคุ้นหูชื่อวง เมลโลว์ โมทีฟ (Mellow Motif) มาบ้าง เพราะห้วงเวลาปีสองปีที่ผ่านมา พวกเขาคือคนดนตรีรุ่นใหม่ที่สร้างสีสันและเป็นความหวังให้กับดนตรีแจ๊สในเมืองไทยครับ เมลโลว์ โมทีฟ ออกอัลบั้มที่เอาเพลงเก่าๆ มาตีความหมายใหม่มาแล้ว 2 ชุด เคยมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง และเคยไปแสดงตามเทศกาลดนตรีต่างๆ หลายครั้งทั้งในไทยและต่างประเทศ ได้รับคำชมจากสื่อมวลชนและนักวิจารณ์มาก็ไม่น้อย

         โอ่ง-ณัฐชา ปัทมพงศ์ คือหญิงสาวที่เป็นนักร้องนำของ เมลโลว์ โมทีฟ เธอเป็นนักร้องเสียงสวยที่ร้องเพลงสากลได้ชัดถ้อยชัดคำ ออกสำเนียงได้ดุจเจ้าของภาษา (อาจเป็นเพราะเธอไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศมาหลายปี) ที่น่าประทับใจคือเธอร้องได้หลายภาษา ทั้งอังกฤษ โปรตุเกส ฝรั่งเศส และสเปน แถมยังมีเทคนิคชั้นเชิงชนิดที่รุ่นใหญ่ต้องยกนิ้วให้

         และรุ่นใหญ่คนหนึ่งที่น่าจะเคยยกนิ้วให้โอ่งก็คือ บ๊อบ เจมส์ ครับ

         บ๊อบ เจมส์ คือนักดนตรีแนวสมูทแจ๊สและโปรดิวเซอร์วัย 70 กว่าผู้มีเครดิตโชกโชน เขามีเครื่องดนตรีประจำใจคือเปียโนและคีย์บอร์ด และมีดีกรีเป็นเจ้าของรางวัลแกรมมี่อวอร์ดมาแล้วถึง 2 รางวัล มีอัลบั้มมาแล้วทั้งกลุ่มทั้งเดี่ยวกว่า 40 อัลบั้ม เขายังเป็นหนึ่งในสี่สมาชิกวงแจ๊สระดับเทพอย่าง Fourplay ที่คอแจ๊สทั่วโลกคุ้นเคยอีกด้วย

         บ๊อบ เจมส์ เจอกับ โอ่ง เมื่อได้เดินทางมาแสดงในงาน Bangkok Jazz Festival ทั้งคู่ได้รับการแนะนำให้รู้จักกัน และเกิดการพูดคุยจนกลายมาเป็นโปรเจกท์มินิอัลบั้มชุด An Afternoon with Bob James ขึ้นมา

         บ๊อบ เจมส์ กับเพื่อนนักดนตรีฝีมือเยี่ยมอย่าง ลูอิส พรากาซาน มือกลองชาวมาเลเซีย และ แจ็ค ลี มือกีตาร์ชาวเกาหลี เดินทางมาเมืองไทยอีกครั้ง โดยมี เทอดศักดิ์ วงศ์วิเชียร มือดับเบิลเบสชาวไทยมาร่วมวงด้วยอีกคน ทั้งหมดให้โอ่งเลือกเพลงที่ตัวเองชอบ 5 เพลงมาตีความกันใหม่ ใช้เวลาบันทึกเสียงในบ่ายวันเดียว เป็นการบันทึกเสียงแบบเล่นพร้อมกันสดๆ และได้รับการดูแลเรื่องซาวนด์ต่างๆ จากซาวนด์เอ็นจิเนียร์มือรางวัลแกรมมี่อย่าง วู้ดดี้ พรพิทักษ์สุข ที่มาช่วยดูแลกันตั้งแต่ขั้นตอนการบันทึกเสียงไปจนถึงการทำมาสเตอริ่งเลยทีเดียว

         เพลงทั้ง 5 ที่โอ่งเลือกมาเป็นเพลงแจ๊สฟังสบายทั้งหมดนะครับ เริ่มตั้งแต่ Something Happens to Me ที่แต่งโดย มาร์วิน ฟิชเชอร์ และ แจ็ก เซกัล เป็นเพลงรักฟังสบาย เสียงเปียโนของบ๊อบลื่นไหล เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเสียงสวยๆ ของโอ่ง ต่อด้วย Essa Passou ของ คาร์ลอส ไลรา ขาใหญ่ของดนตรีบอสซาโนวาชาวบราซิล ซึ่งการเลือกเพลงนี้แสดงถึงความเป็นนักฟังเพลงของเธอที่ไม่ได้ฟังแต่เพลงดังๆ กว้างๆ แต่ยังมีระดับการฟังที่ค่อนข้างลึกอีกด้วย ไม่แพ้เพลง Dat Dere ซึ่งแต่งโดย บ๊อบบี้ ทิมมอนส์ และ ออสการ์ บราวน์ จูเนียร์ เพลงเท่ๆ ที่ผ่านการเวลามาจากยุค 60 เพลงนี้เริ่มต้นด้วยอินโทรเปียโนที่ดูลึกลับ ตามด้วยเมโลดี้ที่กระฉับกระเฉง โอ่งโชว์การร้องรัวถ้อยคำได้ชัดเจนจะแจ้ง สลับกับการสำแดงฝีมือเปียโนระดับเทพของ บ๊อบ เจมส์ ได้อย่างมีสีสัน

         2 แทร็กสุดท้ายเป็นเพลงที่คอเพลงสากลทั่วไปน่าจะคุ้นหูกันบ้าง คือ It’s Not That Easy Being Green และ Rainbow Connection ซึ่งเป็นเพลงสแตนดาร์ดที่มาจากโชว์หุ่นมหาสนุก The Muppets ทั้งคู่ เพลงแรกนั้นท่วงทำนองเนิบนาบ เหงาแต่งดงาม และเปิดโอกาสให้โอ่งได้โชว์การตีความในแบบฉบับของตัวเองอย่างเต็มอิ่ม ในขณะที่เพลงหลังเปียโนดำเนินไปด้วยโน้ตสูงสดใส คุมจังหวะหลวมๆ สบายๆ ทั้งเสียงร้องและเครื่องดนตรีทุกชิ้นช่วยกันขับเคลื่อนให้เพลงดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังไม่ทิ้งร่องรอยอารมณ์สดๆ ที่มาจากการแจมกันเอาไว้อย่างน่าประทับใจ

         เวลาในบ่ายวันหนึ่งของ โอ่ง ณัชชา กับ บ๊อบ เจมส์ และนักดนตรีฝีมือดีอีกหลายคน กลายมาเป็นผลงานเพลงแจ๊สที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยชุดหนึ่ง สำหรับผมแล้วถ้าถามว่าอยากจะขออะไรให้มากกว่านี้สักหน่อย ก็น่าจะเป็นโอกาสการได้ฟังเพลงที่ประพันธ์ใหม่สำหรับ โอ่ง ณัชชา หรือ เมลโลว์ โมทีฟ บ้าง ยิ่งได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกแบบนี้อีกด้วยก็ยิ่งดี แต่ก็นั่นแหละ หากเธอยังคงตีความเพลงเก่าได้ดีถึงระดับนี้ต่อไป เอาจริงๆ เราก็คงไม่จำเป็นต้องเรียกร้องอะไรอีกแล้วก็ได้

.......................................
(หมายเหตุ "บ่ายของ โอ่ง ณัฐชา กับ บ๊อบ เจมส์" : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)