บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - อลหม่านการข่าว

มองผ่านเลนส์คม - อลหม่านการข่าว

11 มิ.ย. 2552

คดีดาราดัง เดวิด คาร์ราดีน เสียชีวิตในเมืองไทยยังไม่จบง่ายๆ เพราะนอกจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น กล่าวคือต้องรอผลการตรวจสารพิษและอื่นๆ อีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์

เวลานี้ ญาติพี่น้องของคุณเดวิดก็แสดงท่าทีว่าไม่มีความสุขนักกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยและสื่อเมืองไทย

 ล่าสุดญาติส่งคำร้องไปที่เอฟบีไอหรือสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกาให้ช่วยสืบคดีนี้ และตั้งท่าว่าจะฟ้องหนังสือพิมพ์ของไทยที่ลงรูปศพของผู้วายชนม์

 อ่านข่าวต่างประเทศจับความได้ว่า การลงรูปศพเป็นการละเมิดสิทธิบุคคลอย่างรุนแรง ซึ่งสื่อไทยน่าจะรู้แต่ไม่ยักรู้ นอกจากนั้น ข่าวของสื่อเมืองไทยยังสับสนอลหม่านเสียจนชวนให้คิดว่าน่าจะมีเงื่อนงำฆาตกรรมอำพราง

 เริ่มต้นจากเรื่องท่าทาง ซึ่งวันแรกมีข่าวว่าคุณเดวิดผูกคอตายด้วยท่านั่งคุดคู้อยู่ในตู้เสื้อผ้าบ้าง กึ่งยืนกึ่งนั่งบ้าง เชือกผูกคอและอวัยวะเพศก็มีข่าวว่าเป็นเชือกผ้าม่านบ้าง เชือกไนลอนบ้าง และบ้างก็ว่าผูกเฉพาะปลายอวัยวะเพศ บ้างก็ว่ามัดรวมกับถุงอัณฑะ

 ส่วนเรื่องมือ บางข่าวก็ว่าถูกมัดไพล่หลัง บางข่าวก็ว่าวางพาดไว้บนราวแขวนเสื้อ และอีกบางข่าวว่าพาดแต่มัดโยงไว้แน่นกับเชือกที่ผูกคอ 

 อีกทั้งยังมีรายงานเรื่องรอยเท้าแฝงบนเตียง ซึ่งหายไปโดยสิ้นเชิงจากพื้นที่ข่าวในวันถัดมา โดยไม่มีคำอธิบาย

 ไม่เพียงเท่านั้น สื่อไทยยังไปสัมภาษณ์ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคดี เมื่อพญ.คุณหญิงพรทิพย์แสดงความเห็นเชิงวิชาการว่า สภาพผู้ตายอาจเข้าข่ายออโต้อีโรติก แอสฟิกเซีย หรือ แอสฟิกเซียชั่น (Autoerotic Asphyxia/Autoerotic Asphyxiation/ AEA) แปลง่ายๆ ว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองชนิดที่ทำให้ขาดอากาศหายใจ

 สาเหตุการตายของคุณเดวิดในพื้นที่ข่าวก็กลายเป็น AEA ทันที แม้ว่าคุณหญิงจะไม่ได้สรุปอย่างนั้น และเจ้าหน้าที่สอบสวนคดีอย่างเป็นทางการก็ยังไม่ได้แถลงอะไรเลย

 ความสับสนอลหม่านของข้อมูลซึ่งไม่รู้อะไรจริงอะไรเท็จ เป็นเหตุให้ญาติพี่น้องของคุณเดวิดคิดถึงเอฟบีไอ
 ระหว่างติดตามว่าคดีนี้จะลงเอยอย่างไร ขออนุญาตแทรกความเห็นซึ่งไม่เกี่ยวกับคุณเดวิดว่า พฤติกรรม AEA ของผู้ใดก็ตาม มิใช่เรื่องควรหัวเราะเยาะหรือเหยียดหยาม มนุษย์ทุกคนต่างมีปมปัญหา และกิเลสเฉพาะของตัวเอง มองเพื่อนมนุษย์ด้วยความเข้าใจและมีเมตตาต่อกันดีกว่าใจร้ายใส่กันให้เสียอารมณ์