
หนังโรงเล็ก:'Ready'in Redสิงห์ฯเซนและวันนี้ที่รอคอย
'Ready'in Redสิงห์ฯเซนและวันนี้ที่รอคอย : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ระหว่าง "ปลาฉลาม" กับ "ไมเคิล เฟ็ลปส์" ผมไม่รู้ว่าใครว่ายน้ำได้นานกว่ากัน...เหมือนกับที่ไม่ทราบว่า ระหว่าง "เสือชีต้าห์" กับ "ยูเซน โบลต์" ฝ่ายไหนจะวิ่งเร็วที่สุด แต่ถ้าถามว่า ระหว่าง "ซุปเปอร์แมน" กับ "เซน" จาตุรนต์ หิมะทองคำ ใครบินอยู่กลางอากาศนานกว่ากัน ? คำตอบน่าจะเป็นคนหลัง
เป็นคนหลัง...
เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผู้ชายคนนี้เข้าๆ ออกๆ ระหว่าง "สิงห์คอร์ปฯ" กับ "แมนยู" สลับกับระหว่าง "สามเสน" กับ "แคร์ริงตัน" อยู่มากมายหลายครั้งเพื่อดีล บิ๊กโปรเจคท์ ซึ่งเป็นข่าวมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี ! นั่นคือจีบแมนยู และเกี้ยวพาราสีเชลซี เพื่อพาสองทีมแบรนด์ดังจากอังกฤษ มาเตะฉลองครบรอบ 80 ปีของบุญรอดฯ
นั่นหมายความว่าอีก 7 วันนับจาก "คมชัดลึก" ฉบับนี้วางแผง แชมป์พรีเมียร์ลีก 20 สมัยก็จะ landing ลงดอนเมืองเพื่อมาเตะกับ "สิงห์ ออล สตาร์" ที่เป็นการคุมทีมนัดแรกของเดวิด มอยส์ (สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันโดยบังเอิญก็คือ เดวิด มอยส์ กับ เฟอร์กี้ คุมทีมแมนยูลงเตะนัดแรก เจอเสื้อสีเหลืองทั้งคู่... เฟอร์กี้เจอไปไปเยือนอ๊อกซ์ฟอร์ด แพ้ 0-2 ในปี 1986)
จาตุรนต์ หิมะทองคำ หรือ "เซน" รู้จักแมนยูมากที่สุดคนหนึ่งของบ้านเรา ส่วนความใกล้ชิดสนิทสนม เขาแนบแน่นมากกว่าทุกคน คุณ "เซน" ให้สัมภาษณ์ผมไว้หลายแง่มุม ซึ่งจะทยอยลงในหลายเล่มทั้งนสพ.และแม็กกาซีน (รวมทั้งสัมภาษณ์ทางเนชั่น แชนแนล)
"ต้องถือว่าเป็นปรากฏการณ์จริงๆ ที่ทางสิงห์ฯ เอาสองทีมนี้มาเตะนัดพิเศษในบ้านเรา และเป็นการฉลองที่ยิ่งใหญ่ของทางบุญรอดที่ครบ 80 ปี" เซน บอก "การเอาแมนยูมาเตะบ้านเราปีนี้หรือตอนนี้ ถ้าว่ากันจริงๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายนัก เหตุผลเพราะว่าโมเดลของธุรกิจหรือกฏกติกามันเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนหมด ทั้งเรื่องโปรโมเตอร์หรือผู้จัดที่ไม่สามารถจะหาสปอนเซอร์อะไรได้ หรือรายละเอียดยิบย่อยที่ทางสโมสรของเขาลงมาดูแลเอง"
ความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขานั้น แปลความได้ว่า นอกจาก "ค่าตัว" ในการมาเตะจะสูงมาก จนไม่สามารถจะหาจุดคุ้มทุนได้แล้ว (เนื่องจากถ้าจะขายบัตรแบบคุ้มทุน ราคาบัตรคงอยู่ระหว่าง 4,000-8,000 บาท ซึ่งก็ไม่สามารถจะขายแบบนั้นได้) โดยรูปแบบการจัดงานยังไม่สามารถจะไปหาผู้ร่วมจัดได้แบบยุคก่อน
"สมัยก่อนที่เคยจัด ยังสามารถหาผู้ร่วมการจัดงานได้ แต่ตอนนี้ธุรกิจมันเป็นแบบใหม่ ผมจึงมองว่าในอนาคตนับจากนี้ไป การจัดแมนยูมาเตะบ้านเรายังทำได้แต่คงไม่ง่าย เพราะค่าใช้จ่ายไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ แต่ที่เราทำเพราะอย่างที่บอก นี่คืองานที่ฉลอง 80 ปีของบุญรอด และคุณสันติ ภิรมย์ภักดี ก็บอกกับทุกคนว่า อยากจัดงานที่เอารอยยิ้มของคนไทยคืนมา"
ประเด็นต่างๆ ถูกสนทนาผ่านถ้อยคำ และถ้อยความก็ถูกบันทึกไว้ในเครื่องอัด แต่บางอย่างที่ไม่ได้ถูกบอกออกมาและรู้สึกได้คือ เขายอมรับว่า ถึงจะ "คุ้น" และ "ชิน" กับแบรนด์อย่างแมนยู การจัดงานแบบนี้ล่อเอาเหนื่อยพอสมควร "เพราะต้องบินไปมาหลายครั้ง แต่มันก็คุ้ม เพราะสำหรับแฟนแมนยู พวกเขาไม่ได้เตะเมืองไทยนานถึง 12 ปีแล้ว"
สำหรับคนที่ซื้อตั๋วแข่งไม่ทัน เซน บอกว่ายังสามารถจะเข้าไปดูแมนยูตัวเป็นๆ ได้เพราะจะมีการขายบัตรเข้าไปดูการซ้อม เย็นวันที่ 12 ก.ค.ซึ่งจะไม่ได้เปิดให้เข้าไปนั่งดูเต็มสนาม แต่จะเปิดแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ...เราถามต่อว่าในฐานะเป็นแฟนของแมนยูมายาวนาน 40 กว่าปี นักเตะคนไหนที่ถูกขายออกไปแล้วอยากได้คืนถ้ามีการดีลเกิดขึ้นจริง
"โรนัลโด้ ! ผมอยากให้เขากลับมาเล่นแมนยูอีกครั้ง เพราะโดยสิ่งที่เขาทำในสนามและด้วยอายุ เขาจะทำให้ทีมไปข้างหน้าได้อีก"
เรื่องที่คุยมาทั้งหมด พอ "คุ้ย" มากขึ้น เราก็ทราบว่า ผู้ชายหุ่นสูงยาวเข่าดีคนนี้ กลายเป็นเพื่อนคนหนึ่งของนักเตะแมนยูหลายคน
"หลายคนก็นิสัยดีและเราก็มีเบอร์ที่เมมกันไว้ เชื่อมั้ยว่าเวลาเราไปอังกฤษก็โทรหากัน นัดกันไปปาร์ตี้ ไปกินข้าวกัน และเวลาเขามาเที่ยวบ้านเรา มาแบบส่วนตัว เขาก็โทรหาเรา และเราก็ออกไปเฮฮากัน นี่เป็นสิ่งที่ผมภูมิใจ เพราะตัวเองก็ไม่เคยคิดว่า นักเตะที่เราเห็นทางทีวี หรือคนที่เคยเป็นฮีโร่ของเรา จะกลายมาเป็นคนคุ้นเคยกัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน"
และถ้าถามว่าพร้อมแค่ไหน คุณเซนคงอยากบอกว่า ตอนนี้งานใหญ่ยักษ์ของทีมที่มีแฟนบอล 600 กว่าล้านคนทั่วโลกพร้อมแล้ว
ไม่ใช่เพลง Lady in Red ของคริส เดอ เบิร์ก แต่เป็น Ready in "RED" มากกว่า...
.......................................
(หมายเหตุ 'Ready'in Redสิงห์ฯเซนและวันนี้ที่รอคอย : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



