
มองผ่านเลนส์คม:จะกำจัด'ขยะ'อย่างไร?
จะกำจัด "ขยะ" อย่างไร? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
30 มิถุนายน 2556 เป็นวันที่บอร์ดกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กำหนดให้สิ้นสุดการขอรับใบอนุญาต "กิจการบริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์สำหรับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ หรือช่องรายการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม"
ปัจจุบัน กสท. ได้มอบใบอนุญาตประกอบกิจการช่องรายการไปแล้ว 506 ราย (มีทั้งผู้ประกอบการโครงข่ายและช่องรายการ) โดยก่อนหน้า 30 มิถุนายน พบว่า มีช่องรายการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตทั้งที่ยังไม่ยื่นเรื่องขอใบอนุญาตและอยู่ในระหว่างรอรับการพิจารณามีทั้งสิ้น 233 ช่องราย
ถ้าช่องรายการเหล่านี้ ไม่ขอใบอนุญาต ก็จะไม่สามารถนำช่องรายการไปออกอากาศได้ และหากฝ่าฝืนจะมีโทษทั้งทางปกครองและอาญา ตั้งแต่ตักเตือน สั่งปรับไม่เกิน 5 ล้านบาท และหากยังไม่หยุดจะสั่งปรับวันละ 50,000 บาท และจำคุก 5 ปี ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551
สรุปว่าบ้านเราเมืองเรา มีทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีประมาณ 600 ช่องรายการ และผู้ประกอบการเหล่าจะได้รับใบอนุญาตชั่วคราว 1 ปี ซึ่งหลังจากผ่านไปปีหนึ่งแล้ว กสท.จะพิจารณาอนุญาตให้เป็นรายๆ ไป
ด้วยเหตุนี้ ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ นายกสมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม จึงจัดสัมมนาใหญ่ ในวาระครบรอบก่อตั้งสมาคม 4 ปี โดยเชิญ ผศ.ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ มาบรรยายทิศทางของ "ตัวแปรในการออกใบอนุญาต 14 ปี" ซึ่งเป็นความเป็นความตายของทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี
เสียดายที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการบรรยายในหัวข้อดังกล่าวน้อยมาก สื่อส่วนใหญ่ไปให้ความสำคัญการเปลี่ยนผ่านจากทีวีดาวเทียมสู่ทีวีดิจิตอล
ในฐานะผู้บริโภค ยังเรียกร้องให้ "สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม" เรียกประชุมผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมบ่อยๆ เพื่อปรึกษาหารือว่าจะเอาอย่างไร? เรื่องการผลิตคอนเทนท์ตามที่ กสท.กำหนดให้ ต้องมีรายการข่าวและสาระความรู้ 25%
ไม่เช่นนั้นทุกวันนี้ ทีวีดาวเทียมกว่าร้อยละ 80 ยังตะบี้ตะบันขายสินค้า ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยไม่มีใครสนใจที่ผลิตคอนเทนท์คุณภาพ จึงทำให้คนจำนวนไม่น้อยเมินหน้าหนี "ทีวีขยะ" ภาพลักษณ์ที่แก้ไม่ตก
กสท.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ได้แต่ออกข่าวว่า ร่วมมือกับทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการตรวจสอบช่องรายการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ที่ไม่มีความเหมาะสมในการนำเสนอ
พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตา หากพบการกระทำที่ไม่เหมาะสมของช่องรายการสามารถร้องเรียนเข้ามายังคอลเซ็นเตอร์สำนักงาน กสทช. 1200
หากพบว่า เป็นผู้รับใบอนุญาต กสท.สามารถดำเนินการตามประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 จะมีตั้งแต่โทษแจ้งเตือน ปรับทางปกครองและการเพิกถอนใบอนุญาต
ขอภาวนาให้ กสท.เอาจริงเถอะครับ ไม่งั้น ทีวีดาวเทียมจะถูกมองว่าเป็นทีวีขายยาปลุกเซ็กซ์ เพราะมันระบาดหนักเหลือเกิน
ตรงกันข้าม ทีวีดาวเทียมน้ำดีก็มีไม่น้อย แต่การจูนความถี่เจอช่องคุณภาพสักช่องหนึ่ง มันก็เหมือนเจอเพชรแท้ร่วงหล่นบนกองขยะ
.......................................
(หมายเหตุ จะกำจัด "ขยะ" อย่างไร? : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



