
'เอกชัย'จับมือแกรมมี่ฯขนวัฒนธรรมใต้ใส่'แฟนทีวี'
'เอกชัย'จับมือแกรมมี่ฯขนวัฒนธรรมใต้ใส่'แฟนทีวี' : ลูกทุ่ง
เอกชัย ศรีวิชัย ขุนพลเพลงใต้ทำวงการทีวีดาวเทียมระอุอีกครั้ง ขนวัฒนธรรม 14 จังหวัดภาคใต้บรรจุช่อง "แฟนทีวี" เต็มรูปแบบ พร้อมปั้นนักร้องเสียงดีสืบทอด เปิดมิติใหม่หลอมรวมวัฒนธรรม "ศรีวิชัยโชว์" สู่อาเซียนก่อนทุกช่อง
เอกชัย ศรีวิชัย ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวบันเทิง "คมชัดลึก" ระหว่างร่วมรายการ "แฟนจ๋า" ทางช่องแฟนทีวีถึงการนำวัฒนธรรม 14 จังหวัดภาคใต้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่องว่า
"พี่ได้รับความกรุณาจากผู้ใหญ่ในแกรมมี่ทุกฝ่าย ตัวพี่ ทุกคนรู้ว่าเป็นผู้ดูแลทำงานวัฒนธรรมทางภาคใต้มาจนถึงวันนี้ ไม่นึกว่าทางผู้ใหญ่จะมองเห็นในเรื่องของงานวัฒนธรรม ว่ามันควรจะถูกหยิบยกขึ้นมาให้เป็นสากลมากขึ้น ให้คนภาคอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนใต้ได้ คนข้างนอกบ้านเราได้เห็นในหลายๆ มุม อันนี้เป็นเป้าหมายใหญ่เลย งานเพลงหรืองานแสดงของพี่มันเป็นวัฒนธรรมอยู่แล้ว นอกจากนั้นพี่อาจจะนำเอาคนรุ่นใหม่ๆ มานำเสนอ"
ผู้สื่อถามว่าก่อนหน้านี้คนในภาคใต้ดูทีวีดาวเทียมกันมากน้อยแค่ไหนโดยเฉพาะช่องแฟนทีวี เอกชัยบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า
"ทีวีดาวเทียมเขาก็ตื่นตัวเหมือนกัน ให้คนได้เลือกเปลี่ยนบรรยากาศบางทีเบื่อๆ ฟรีทีวี คนใต้มีเลือดรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของเขามาก เมื่อคนใต้เขาได้ดูแฟนทีวีที่มีเรื่องราวของวัฒนธรรมใต้ มีลูกหลานได้มาสืบต่อความเป็นคนใต้ผมว่าทุกคนจะสนับสนุนแน่นอน วันนี้ผมว่าคนใต้โชคดีที่แกรมมี่ให้โอกาส วัฒนธรรมของท้องถิ่นถ้าไม่ได้รับโอกาสให้เผยแพร่ตามสื่อใหญ่ๆ แบบนี้ พี่ว่าอย่างตัวพี่เองก็คงเป็นได้แค่มโนราห์ที่รำอยู่ใน 14 จังหวัดภาคใต้เท่านั้น ไม่สามารถทำให้คนภาคเหนือ ภาคกลางได้รับรู้ถึงงานที่มันมีคุณภาพ สวยสดงดงามสืบต่อกันมานานแล้ว คนที่โชคดีคือเด็กรุ่นต่อไป ตั้งใจว่าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดและจะนำเอาวัฒนธรรมใต้ออกมาสู่สายตาคนทั่วโลกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ารูปแบบของแฟนทีวีที่มีเพลงอีสานเมื่อมาผสมกับวัฒนธรรมเพลงใต้จะทำให้คนในภาคใต้หันมาดูช่องนี้กันมากกว่าเดิมไหม ขุนพลเพลงใต้ตอบอย่างมั่นใจว่า
"ผมเล่นคอนเสิร์ตใน14จังหวัดภาคใต้มาปีนี้ย่างเข้าปีที่17แล้ว พี่ไม่ได้มีเพลงอย่างอื่นเลย คนใต้ไม่ได้คิดว่าวง "ศรีวิชัยโชว์" เป็นวงซูเปอร์สตาร์ แต่เป็นวงดนตรีที่ทุกคนร้อยหัวใจแล้วเอามาคล้องไว้ให้พี่ เป็นความรับผิดชอบร่วมกันไม่ได้เราสร้างมาเองแต่ทุกคนร่วมกันสร้างวงนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นหนังสือวัฒนธรรมที่คุณอ่านโดยไม่ต้องใช้ตัวหนังสือ คือคุณสัมผัสแล้วก็มองเห็นแล้วซึมซับจากรุ่นสู่รุ่น พี่ทำทุกวิถีทางให้ทุนคนเรียนหนังสือ ต้องรำมโนราห์ได้ เป่าปี่ได้ เล่นหนังตะลุงได้มาเอาทุนของพี่เอกไป มนต์เส่นห์ของบทกวีและภาษถิ่นมันเป็นอะไรที่แยกไม่ออกจากตัวตนของแต่ละภาค เหมือนหมอลำคือมีเส่นห์มีตัวตนที่ไม่สามารถมาเปลี่ยนให้เป็นแนวอื่น ความคิดพี่คือเวลานี้คนไทยไม่มีสิทธิ์แบ่งแยกว่าใครภาคไหน ทุกอย่างล้วนเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดินและของพวกเราทั้งนั้นเหมือนเม็ดเลือดขาวกับเม็ดเลือดแดงมันแยกกันไม่ออก เราลาออกจากพื้นเพกำเนิดไม่ได้เพียงแต่ทุกคนมีสิทธิ์เอาเพลงในถิ่นตัวเองไปเสนอให้คนภาคอื่นได้รู้เห็นได้ อยากให้ทุกภาครักกันเชื่อมความรักโดยใช้ศิลปะ"
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าวันนี้เหมือนได้ขยายงานด้านวัฒนธรรมไปอีกขั้นหนึ่ง มีอะไรที่จะบอกกับแฟนเพลงคนใต้กับงานครั้งนี้ยังไง เอกชัย ยิ้มหวานก่อนพูดด้วยเสียงมุ่งมั่นว่า
"ทุกคนที่เรียกผมว่าอะไรก็แล้วแต่ วันนี้ผมถือว่าพี่น้องคนใต้ทุกคนโชคดีที่เรามีผู้ใหญ่อย่างแกรมมี่ที่เห็นความสำคัญของวัฒนธรรมของคนใต้ ที่ผ่านมาเราทำงานโดยไม่เคยพึงพาหน่วยงานราชการเลย พอมามีเอกชนเข้ามาให้โอกาสแบบนี้ ถ้าผมไม่ทำคิดว่า ผมไม่สมควรเกิดมาเป็นคนใต้เลยครับพี่น้อง วันนี้แฟนทีวีมีวัฒนธรรมอีสานที่เต็มโชว์ที่สุดอยู่แล้ว เขาเห็นความสำคัญของวัฒนธรรมของพี่น้องใต้ที่เราทำกันพี่น้องคนใต้เราช่วยกันทำมาตลอด ผมไม่อยากให้เราแบ่งแยกกัน ภาคเป็นเพียงบอกที่กำเนิดทุกคนเป็นคนไทยต้องสนับสนุนวัฒนธรรมไทยทุกภาค ซึ่งแฟนทีวีชัดเจนมาก"



