
มองผ่านเลนส์คม:พรมแดงฝั่งซ้าย
พรมแดงฝั่งซ้าย : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
ทุ่มตรงคืนวันพฤหัส 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผมเฝ้าหน้าจอรอชมการถ่ายทอดสดงานประกาศผลรางวัล "นากคำ(นาคราชทองคำ) ลาวเอ็นเตอร์เทนเมนท์" ครั้งที่ 2 ทางสถานีโทละพาบ "ลาวสตาร์" ซึ่งงานพรมแดงฝั่งซ้ายจัดขึ้นที่หอวัฒนธรรมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
สองพิธีกรสาวดาวเด่นแห่งลาวสตาร์ "เลดี้-สุกสะหวัน บุนมาก" กับ "นุถา-อานุถา ลาดชะวงเลา" บอกไว้ชัดเจนว่า รางวัลนากคำ(นาคราชทองคำ) จัดขึ้นตามคำชี้นำของกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และกีฬา โดยกรมศิลปะการแสดงออกใบอนุญาตให้บริษัท อินฟินิตี้ จำกัด เป็นผู้จัดงาน
รางวัลนากคำ(นาคราชทองคำ) มีทั้ง 35 รางวัล แยกตามสาขาโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และภาพยนตร์ ซึ่งมีการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อสองปีที่แล้ว
เนื่องจากสถานีโทละพาบในเมืองลาวมีไม่กี่แห่ง เฉพาะที่เป็นช่องเอกชน ก็มี 3 ช่องคือ ลาวสตาร์ ,ทีวีลาว และเอ็มวีลาว แต่สองช่องหลัง เพิ่งออกอากาศได้ไม่นาน คอนเทนท์ใหม่ๆยังมีไม่มาก
ฉะนั้นรางวัลในสาขาโทรทัศน์ จึงตกเป็นของพิธีกร และรายการต่างๆ ของช่องลาวสตาร์ อาจกล่าวได้ว่า ค่ำคืนนั้นเป็นการแจกรางวัลลาวสตาร์อะวอร์ด ก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นทีวีช่องเดียวที่มีรายการหลากหลาย
ด้านหนึ่งต้องยอมรับว่า บางรายการของลาวสตาร์ก็มีคุณ อย่างรายการสารคดีเชิงเจาะลึก "แดนจำปา" ทำให้ผู้ชมได้รับรู้เรื่องเมืองลาวในอีกมุมหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ จึงสมควรได้รับรางวัลด้วยประการทั้งปวง
ที่น่าสนใจ มีการมอบรางวัลนากคำ(นาคราชทองคำ) ให้ผู้เขียนบทความหรือวรรณคดีในสื่อสิ่งพิมพ์ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลบทประพันธ์ดีเด่นคือ ท่านหุมพัน ลัดตะนะวง จากเรื่อง "สว่างในด้านมืด"
ท่านหุมพันเปรียบเสมือนกูรูด้านภาษาของลาว ได้กล่าวบนเวทีรางวัลนากคำว่า ขอให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงการต่อสู้เพื่อการปลดปล่อยประเทศชาติของคนรุ่นก่อน หากไม่มีการเสียสละในวันนั้น ก็ไม่มีความสุขสบายในวันนี้
สำหรับอินฟินิตี้ที่รับจัดงานประกาศรางวัลเกียรติยศของคนบันเทิงลาวครั้งนี้ มีคนไทยร่วมถือหุ้นอยู่ด้วย มันเลยเป็นที่มาของรางวัลนากเงิน (นาคราชเงิน) หรือ "รางวัลมิตรภาพวงการบันเทิงสองฝั่งโขง" เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของสองชาติลาว-ไทย
โดยศิลปินลาวที่ได้รับรางวัลคือ "กิ-ดาวเพ็ด หนูห่วง" นักร้องเพลงบ้านนาลาว ที่มีผลงานโด่งดังทางฝั่งไทยได้แก่เพลง "หอยจี่แกล้มเหล้า" (ค่ายแกรมมี่ซื้อลิขสิทธิ์มาให้พี สะเดิดร้อง และเปลี่ยนชื่อเป็นจี่หอย) และ "สาวหนองไฮ" ได้รับความนิยมอย่างสูงในแวดวงลำซิ่งภาคอีสาน
ส่วนศิลปินไทยได้แก่ "แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์" , "วี-วีรภาพ สุภาพไพบูลย์" และ "ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล" ซึ่งทั้งสามได้เดินทางมารับรางวัลด้วยตัวเอง
นัยว่า กระทรวงแถลงข่าวฯ มอบรางวัลนากเงิน(นาคราชเงิน) ให้ศิลปินไทยเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของสองชาติ และจำได้ว่า ตอนมอบรางวัลครั้งแรก ก็มีดาราไทยมาร่วมเป็นแขกเกียรติยศด้วย แต่ไม่มีการมอบรางวัล
สปป.ลาว เพิ่งได้รับรางวัลเมืองที่น่าเที่ยวมากที่สุดในโลกจากสหภาพการค้ายุโรป และรางวัลนากเงิน(นาคราชเงิน) ก็เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวดินแดนจำปา
.......................................
(หมายเหตุ พรมแดงฝั่งซ้าย : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



