
เล่นหูเล่นตา:โลภ(1)
โลภ(1) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
โลกนี้ช่างหล่อหลอมให้ฉันเป็นฉันเสียเหลือเกิน...คนที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครอยากเหมือน ฉันเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ฉันรับรู้ "ความจริง" ได้ดีตั้งแต่เกิด บ้านอากงเป็นบ่อนนกกระจอก แถวๆ นั้นมีซ่อง .. อือ ...เริ่มต้นได้ดี! พอโตมาใช้เสียงทำมาหากิน ฉันก็ยิ่งได้รับรู้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น... อาชีพร้องเพลงกลางคืนของฉันเริ่มจากล็อบบี้โรงแรม ห้องอาหาร ค็อกเทลเลานจ์ จนไปสุดที่อาบอบนวด ... เป็นที่สงสัยว่าทำไมสินค้าและกิจการใดที่ขัดกับศีล 5 มักจะขายดิบขายดี (ในแบบที่ปิดตาข้างหนึ่ง) หรือมันคือการตอบสนองกิเลสของมนุษย์ ธุรกิจกับศีลธรรมช่างสวนทางกันอย่างแรง ผลประโยชน์มาก่อนศีลธรรมแล้วค่อยมาสร้างบุญสร้างกุศลชดเชยกันไปทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค... แต่บุญก็ส่วนบุญ... บาปก็ส่วนบาปมั้ยคะคุณตำรวจ!
อาชีพรับจ้างใช้เสียงของฉันมักจะนำฉันเข้าไปสู่ "ใจกลางเมืองคนบาป" แต่ตราบเท่าที่มันไม่สามารถเปลี่ยนตัวตนข้างในของฉันได้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฉันยังคงเดินหน้าทำมาหากินต่อไปในทุกๆที่ที่มีคนจ้าง ราวกับว่าฉันเดินตามเส้นทางชีวิตที่ถูกลิขิตไว้โดยใครสักคนบนฟ้าหรือบุญกรรมและวาสนาที่ได้มาจากชาติที่แล้ว เตี่ยฉันเล่นการพนันเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนฉันมีเลือดนักพนันในตัว นั่นคือ ความกล้าได้กล้าเสียและใจนักเลงที่ติดตัวมาแต่กำเนิดแม้จะเล่นการพนันไม่เป็นสักอย่างก็เถอะ ... "เสียง" ได้นำฉันไปในทุกที่ ทั้งที่ที่มีเกียรติและที่อโคจร และนั่นทำให้ฉันได้เรียนรู้คำว่า "ชีวิตคน" อย่างแท้จริง เมื่อมีสิ่งเร้าต่างๆ เข้ามาทดสอบจิตใจของมนุษย์ เราจะได้พิสูจน์ความดีในตัวว่ายังคงอยู่มากน้อยแค่ไหน?
ฉันกับโก้ มิสเตอร์แซกแมนรับจ้างทำงานตามที่ต่างๆ มีข้อแม้เพียงว่างานนั้นๆ ต้องไม่กระทบต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดใดๆ... ชาติ คือคนไทยและแผ่นดินไทยอันเป็นที่รัก ศาสน์คือที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และกษัตริย์คือร่มโพธิ์ของพวกเราชาวไทย (ฟังดูดีก็แค่ตอนนี้แหละ อย่าเพิ่งรู้สึกดี รอให้ถึงตอนจบก่อนเถอะ!)... ฉันว่าคนเราควรจะมีข้อห้ามหรือข้อแม้ให้ตัวเอง มิเช่นนั้นแล้วเราก็จะเป็นแค่คนคนหนึ่งที่ทำอะไรตามใจตัวเองและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจนเกินไป สุดท้าย... ความฉิบหายจะบังเกิด! คนโง่ๆ คนหนึ่งที่ไม่ได้ทำประโยชน์ให้กับใครเลยยังจะดีกว่าคนฉลาดๆ คนหนึ่งที่สร้างความเสียหายให้แก่ผู้คนมากมาย... ตัวฉันเองเกิดมาไม่เคยกลัวอะไรแม้แต่ความตาย จะกลัวอยู่อย่างเดียวก็คือ บาปกรรม!
เมื่อมีผู้ว่าจ้างที่ไม่ขัดต่อข้อแม้ที่วางไว้ ฉันและโก้จึงทำตามสั่งอย่างดีในทุกๆ ที่ที่ไป ที่อโคจรที่ฉันชอบก็คือ "บ่อนกาสิโน" ไม่ใช่เพราะจะไปเล่นพนันอะไรแต่ชอบไปเป็นผู้สังเกตการณ์ ฉันกับโก้ไม่เล่นการพนัน แต่ผู้คนในบ่อนจะสะท้อนให้เห็นธาตุแท้ของคนที่เต็มไปด้วยความโลภ มีความอยากได้และความหวังลอยฟุ้งอยู่กลางเมืองแห่งโชคลาภของคนบาป... "มาเก๊า" คือที่ที่ฉันกำลังพูดถึง... พวกเรา 6 คน โก้ มิสเตอร์แซกแมน ฉัน นุชนาฎ สีเกด พี่โรจน์ (ซาวด์เอ็นจิเนีย) และข้าวตู (ช่างแต่งหน้า) ไปถึงที่นั่นโดยสวัสดิภาพ หลังจากถูกเลื่อนมาหลายหนเพราะพายุเข้า ห้องนอนโรงแรมหรู 5 ดาว มองออกไปเห็นตึกระฟ้าสวยงามตระการตา มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าตาของความโลภ ว่ามันงดงามและยิ่งใหญ่แค่ไหนในรูปของตึกใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเมื่อมองผ่านกระจก...
พวกเราได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งการอยู่และการกิน นอนในห้องหรู กินอาหารจีนเลิศรสโดยฝีมือเชฟฮ่องกงในห้องอาหารจีนสำหรับแขกระดับวีไอไอพีกระเป๋าหนัก (เท่านั้น) การตกแต่งวิมานแห่งโชคลาภนั้นพิลาศพิไลราวกับพระราชวังฝรั่งเศสสถาปัตยกรรมสีทองเหลืองอร่ามช่วยสร้างบรรยากาศให้ "ความโลภ" ดูยิ่งใหญ่และทรงเกียรติ โชคลาภลอยฟุ้งอยู่กลางอากาศรอให้คนไขว่คว้า เบี้ยที่กองเป็นตั้งสูงอยู่ตรงหน้าผู้เสี่ยงโชคหลากสีและมากมายก่ายกอง ทำให้การได้เสียออกมาเป็นหลักหลายสิบหลายร้อยล้านต่อการเสี่ยงโชคหนึ่งคืน หากนับลูกค้าวีไอพีบางคนก็ได้ๆ เสียๆ ไปหลายร้อยล้านแล้ว ... มันเป็นธรรมดาสำหรับพวกเขาไม่ใช่พวกเราที่ยืนตื่นเต้นเป็นบ้านนอกเข้ากรุง แหงนหน้ามองโน่นนี่ที่ไหนก็ดูแปลกตาและน่าตื่นเต้น บางคนก็ดูเครียด บางคนก็ดูร่าเริง แต่ทุกๆ คนดูหมกหมุ่น! ... หน้าที่ของฉันและโก้ คือ ร้องเพลงให้พวกลูกค้าระดับหลายสิบล้านชาวเอเชียฟังกัน ข้อมูลวงในบอกว่าลูกค้ารายใหญ่ที่สุดคือ "คนไทย" อ่า ... จะดีใจหรือเสียใจดีคะ คุณตำรวจ! ... การพนันถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในบ้านเรา ตามจับตามล้างตามเช็ดกันไม่รู้จักจบสิ้นตราบเท่าที่ความโลภไม่เคยหนีหายไปจากใจมนุษย์ การพนันจึงเป็นแค่รูปแบบหนึ่งของความโลภ ถูกหรือผิดกฎหมายขึ้นอยู่กับว่าใครหรือที่ไหนเป็นตัวกำหนด ... แต่ที่ "มาเก๊า" บ่อนคือแหล่งสร้างรายได้หลักของเกาะนี้ ... ขนาดว่ามีทัวร์ต่างชาติ จีน ไทย เกาหลี ถือธงลงมาเดินชมและเล่นตามบ่อนต่างๆ อย่างเป็นล่ำเป็นสัน บางคนแก่จนแทบจะเดินไม่ได้ยังตะเกียกตะกายมาเล่นจนได้ ... จะตายคาบ่อนมั้ยอากง! ร้านค้าแบรนด์เนมต่างๆ ตั้งอยู่ในโรงแรมที่พักให้ช็อปปิ้งกันอย่างสนุกสนาน ร้านอาหารก็เปิดบริการให้อย่างไม่หลับไม่นอน กิน เที่ยว และเล่น ห้องพักในโรงแรมมีไว้ให้งีบเอาแรง ไม่ได้ให้มานอนหลับพักผ่อน หมอนยังไม่ยับก็ลุกขึ้นมาพนันตามบ่อนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ถ้าอากงฉันอยู่และเตี่ยฉันยังแข้งขาดีอยู่ คงวนๆ เวียนๆ อยู่แถวนี้แหละ ... ฉันชอบกลิ่นเงิน ชอบมองดูความโลภ ทึ่งกับความคิดหาทางเอาเงินออกจากกระเป๋าคนเสี่ยงโชคปีละมหาศาลอย่างนี้ และเอาเงินที่ได้จากความโลภไปต่อยอดเป็นแหล่งเสี่ยงโชคใหม่ๆ อย่างไม่สิ้นสุด ... มันคือ "อนุสรณ์แห่งความโลภ" หรือ "อนุสรณ์แห่งโชคชะตา" กันแน่!
สถานที่ทำให้ฉันแปลกตาแต่ผู้คนไม่ได้ทำให้ฉันแปลกใจ ฉันเติบโตวิ่งเล่นอยู่ในบ่อนของอากง เห็นคนกินบ่อน นอนบ่อน ตายคาบ่อนมา แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยเห็นคือ "การพนันทำให้คนร่ำรวย" เตี่ยฉันคือตัวอย่างนั้น! ขนาดโตมากับบ่อนสุดท้ายเตี่ยก็ยังต้องหมดตัว ถ้าจะรวยก็เจ้าของบ่อนกับสายส่วยนั่นแหละ ที่เหลือ ... แทงเสีย! ... แทงเสีย!
ชีวิตคนเรามีได้มีเสีย ... อยู่มาจนอายุ 45 ปีแล้ว ... หน้าอย่างฉัน ... ยังไม่ทันแทงก็เสียซะแล้ว ... เลยต้องอยู่เป็นโสดไม่ได้ไม่เสียมานานแล้ว ... เฮ้อ!
.......................................
(หมายเหตุ โลภ(1) : คอลัมน์ เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



