
เดินหน้าสู่...การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล
เดินหน้าสู่...การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล
รายได้หลักอย่างหนึ่งของเมืองไทยมาจากธุรกิจการท่องเที่ยว ดูจากตัวเลขเมื่อปีที่แล้ว ปี 2555 มีคนต่างชาติเข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากถึง 22.3 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศไทยมากกว่า 9.6 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีคนไทยเที่ยวไทยอีก 112 ล้านครั้ง มีเม็ดเงินสะพัดกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งถ้าเอาตัวเลขรายได้ 2 ยอดนี้มารวมกัน ก็จะได้เป็นตัวเลขเม็ดเงินจากธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยทั้งหมดในปีที่แล้ว สูงถึง 1.46 ล้านล้านบาท
เขยิบเข้าไปใกล้เป้าหมายที่รัฐบาลได้ตั้งเอาไว้ว่า..ภายในปีประชาคมอาเซียน 2558 ไทยจะต้องมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวเมืองไทยขายดีในเวทีโลก นอกเหนือจากรอยยิ้ม และความเป็นมิตรของคนไทยแล้ว ยังมีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวที่เรามีแบบครบเครื่อง ทั้งธรรมชาติ ป่าเขา และท้องทะเล วิถีชีวิตชาวบ้าน แหล่งช็อปปิ้ง ศูนย์การค้า สถานบันเทิง
จุดขายที่โดดเด่นสำคัญอีกอย่างคือ เรื่องศิลปวัฒนธรรม และประเพณีต่างๆ ซึ่งล่าสุด ประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟที่ จ.สุโขทัย ก็เพิ่งได้รับเลือกจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดังในอังกฤษให้เป็นสุดยอดเทศกาลตระการตาอันดับ 2 ของโลก เฉือนเอาชนะเทศกาลคาร์นิวัลที่โด่งดังของบราซิลซึ่งได้อันดับ 3
การขยายตัวของตลาดการท่องเที่ยวไทยยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าสถานการณ์ทางการเมืองไม่ดุเดือดเลือดพล่านเหมือนเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ก็เป็นที่คาดหวังกันว่า ในปี 2556 นี้ น่าจะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยมากถึง 24.5 ล้านคน และจะนำเงินรายได้เข้าประเทศกว่า 1.14 ล้าน-ล้านบาท อีกทั้ง เราจะเดินไปสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางตลาดการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนได้ในอีกไม่นาน
อีกตลาดที่กำลังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา จนถึงจนถึงปัจจุบันที่จะทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้พิการ หรือผู้ที่นั่งวีลแชร์ ซึ่งอาจนับรวมถึงผู้ป่วยพักฟื้น ตลอดจนสตรีมีครรภ์ และเด็กเล็ก ซึ่งมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก
เอาแค่กลุ่มผู้สูงอายุ กับผู้พิการ ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คาดการณ์ว่า มีอยู่ประมาณ อย่างละ 10% ของประชากรโลก ซึ่งปัจจุบัน โลกมีประชากรราว 7,000 ล้านคน ก็หมายความว่าจะมีผู้สูงอายุ และผู้พิการอยู่ประมาณ 1,400 ล้านคน
และด้วยเทคโนโลยี และความก้าวหน้าทางวิทยาการทางการแพทย์ ส่งผลให้คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ ตำรวจทหารผ่านศึก รวมถึงผู้ป่วยพักฟื้น สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับคนปกติทั่วไปได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นโอกาสทางธุรกิจต่อเนื่องอีกมหาศาลนับจากนี้ไป
ด้วยเหตุนี้ แหล่งท่องเที่ยวชั้นนำต่างๆ ในหลายประเทศทั่วโลก จึงได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาให้เป็น “แหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” เพื่อรองรับการขยายตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้สูงอายุ และผู้พิการ หรือผู้ป่วยพักฟื้น โดยการทำให้แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่ง และทุกจุดมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ผู้สูงอายุ และผู้พิการเข้าถึง เที่ยวได้ และใช้ประโยชน์ได้ ด้วยความ “สะดวก” และ “ปลอดภัย” ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถ ทางลาด ห้องน้ำ ลิฟต์ และเบลล์บล็อกสำหรับคนตาบอด เป็นต้น
การออกแบบที่เป็น “อารยสถาปัตย์” หรือการออกแบบที่เป็นธรรมสำหรับคนทั้งมวล จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในโลกยุคปัจจุบัน และอนาคต ทั้งตึกอาคาร สถานที่สาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะต้องถูกออกแบบโดยคนที่มีความรู้ และเข้าใจ และมองไกลถึงอนาคต และโอกาสทางธุรกิจ และการท่องเที่ยวของชาติ
ในช่วงบ่ายวันที่ 27 มิถุนายนนี้ โครงการทูตอารยสถาปัตย์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โครงการปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน โดยกองทัพบก จัดกิจกรรม “ทูตอารยสถาปัตย์ พบเมล็ดพันธุ์ใหม่ ครั้งที่ 1” ที่คณะสถาปัตย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ท่านใดสนใจร่วมสร้างเมล็ดพันธุ์ใหม่ เพื่ออารยสถาปัตย์ของเมืองไทย เชิญได้เลยนะครับ
.......................................
(หมายเหตุ เดินหน้าสู่...การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล : คอลัมน์ กฤษนะทัวร์ยกล้อ โดย... กฤษนะ ละไล)



