
หนังโรงเล็ก:แอนิมั่นกับ'พอล'
แอนิมั่นกับ'พอล' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย.... นันทขว้าง สิรสุนทร
ดูเหมือน พอล จิอาแม็ตติ จะดังกว่าหนังเทอร์โบที่เขาลงไปพากย์เสียงตัวละครตัวหนึ่ง พอลมีเสน่ห์เสมอเวลาเล่นบทที่ตลกกำกวม มีนัยแฝงเร้น และนี่คือแง่มุมบางอย่างที่เขารับพากย์เสียงของ “หอยทาก”
“ผมชอบแอนิเมชั่นมากดังนั้นผมจึงสนใจงานประเภทนี้อยู่แล้ว ที่จริงผมว่าการพากย์เสียงเป็นงานที่ยากและท้าทายมาก ผมชอบแนวคิดของตัวเรื่อง ความขัดแย้งที่น่าขำของหอยทากซิ่ง ผมมองว่าแนวคิดนี้น่ารักและตลกมากด้วย การพากย์เสียงตัวการ์ตูนแปลกๆ มีเสน่ห์ดึงดูดผมเสมอ
ผมชอบหน้าตาของเชท หอยทากที่ผมพากย์เสียงให้น่ะ เขาเป็นคน (หรือหอยทาก) ที่ตลกและจริงจังเอามากๆ แล้วก็มีความเปิ่นอยู่ในตัวเองด้วย พอทีมงานอธิบายแนวคิดนี้เสร็จ ผมตอบเลยว่า ‘เอาสิ ได้เลย’ เรื่องการแข่งความเร็วก็ตลกมากเลยสำหรับผม นอกจากนี้ ‘เทอร์โบ’ ยังมีความคลาสสิกอยู่ในตัวด้วย ผมชอบตัวละครทุกตัว หอยทากนักแข่งพวกนั้นก็ขำสุดๆ แล้วผมก็ชอบโลกที่ดูน่าขันและหยาบกร้านของแผงขายทาโคแบบเม็กซิกัน มันเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมและตลกมาก”
“เชท” เป็นตัวละครในหนัง ที่เขาเล่าว่า เป็นพี่ชายของเทอร์โบ
“ปรัชญาของผมคืออย่าพยายามออกจากเปลือกหรือทำอะไรเสี่ยงๆ’ ตัวละครผมไม่ชอบเสี่ยง เขาเป็น ‘มิสเตอร์ปลอดภัยไว้ก่อน’ ผมคิดว่าเชทไม่ได้อิจฉาที่น้องชายเขารักการผจญภัยหรอก เขาก็แอบชื่นชมในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เขาเป็นหอยทากธรรมดาๆ ที่พยายามให้น้องชายอยู่ติดดินไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม
สุดท้ายเขากลับมาสนับสนุนเทอร์โบ ซึ่งเป็นเรื่องดีเพราะเขาก็รักน้องเพียงแต่เป็นห่วงเท่านั้นเอง ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไรอันกับผมเป็นคล้ายคู่หูตลกแบบคลาสสิกที่จะต้องมีคนพิลึกคนหนึ่งแล้วก็คนธรรมดาคนหนึ่ง”
แม้จะเป็นหนังการ์ตูน แต่ พอล บอกว่ามันก็มีแก่นทั่วไป เหมือนหลายๆ เรื่อง
“มันเป็นเรื่องราวของไก่รองบ่อนซึ่งเหมาะจะเล่าให้เด็กๆ ฟัง แน่นอนอยู่แล้ว มันเป็นความคิดที่ดีใช่ไหมล่ะ การเป็นไก่รองบ่อนไม่มีอะไรผิดหรอก ถ้าคุณพยายามทำงานหนักคุณก็จะไม่ต้องเป็นไก่รองบ่อนอีกต่อไป ‘เทอร์โบ’ เต็มไปด้วยสาระดีๆ แบบนี้ล่ะ
พอลแม้จะตลก แต่ก็ยอมรับว่า การพากย์เสียงเป็นกระบวนการที่ยากทีเดียว
“มันต้องอาศัยทักษะจริงๆ คนบางคนเป็นนักพากย์ที่เก่งอย่างเหลือเชื่อ ขณะที่บางคนก็ไม่มีความสามารถด้านนี้ ใน ‘เทอร์โบ’ ผมทำงานในห้องเดียวกับไรอัน เรย์โนลด์ส ซึ่งถือว่าไม่ค่อยเกิดขึ้นในการทำงานแอนิเมชั่น ปกติแล้วเขาจะไม่ได้ให้คุณพากย์เสียงพร้อมกับนักพากย์คนอื่น
ตอนนั้นผมคิดอยู่ในใจว่า ‘เขามีพรสวรรค์ด้านนี้’ เขามีเสียงที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน และยืดหยุ่นมากซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่มี ผมมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ผมพึ่งร่างกายและใบหน้าของผมเพื่อใช้สีหน้าท่าทางในการแสดง แต่พอเป็นหนังแอนิเมชั่นแบบนี้คุณก็ต้องนำส่วนนั้นออกไป
และมันยากที่ผมจะต้องพึ่งแต่เสียงอย่างเดียว ผมฟังเสียงตัวเองแล้วรู้สึกว่า ‘ให้ตายเถอะ มันฟังดูแย่มาก มันราบเรียบเป็นโทนเดียวกันหมดเลย’ แล้วผมก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า ‘อ้อ เพราะเราไม่ได้ทำสีหน้าท่าทางเหมือนปกติที่เคยทำนี่เอง’ เพราะอย่างนี้ผมถึงมองว่ามันยาก”
อ่านถึงตรงนี้ บางคนคงอยากดูเทอร์โบเสียแล้ว
.......................................
(หมายเหตุ แอนิมั่นกับ'พอล' : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย.... นันทขว้าง สิรสุนทร)



