บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม:ทีวีดิจิตอลไม่หมู

มองผ่านเลนส์คม:ทีวีดิจิตอลไม่หมู

19 มิ.ย. 2556

ทีวีดิจิตอลไม่หมู : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร

 
          ในข่าวดีเรื่องทีวีดิจิตอล ก็ยังมีปมลึกศึกชิงประมูลทีวีดิจิตอล ระหว่าง "ผู้เล่นรายเก่า" กับ "ผู้เล่นรายใหม่"
 
          ว่ากันว่า จุดเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในต่างประเทศ พบว่า ผู้เล่นรายเก่ายังเป็นผู้กำหนดเกมมากกว่าผู้เล่นรายใหม่ และที่สำคัญ ผู้เล่นรายใหม่ทุกรายต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนรับผลขาดทุนจำนวนมหาศาล รายที่สายป่านทางการเงินสั้นก็ถูกควบรวมกิจการกับผู้เล่นรายเก่า หรือควบรวมกับผู้เล่นรายใหม่ที่มีสายป่านทางการเงินยาวมากกว่า
 
          ชะตากรรมของผู้เล่นรายใหม่ในเมืองไทย คงไม่ต่างจากบทเรียนที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ
 
          ดั่งกรณี สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งข้อสังเกตว่า ช่องเอชดี จะมีแต่กลุ่มทุนใหญ่ด้านโทรคมนาคม ฟรีทีวีปัจจุบัน และคอนเทนท์โปรวายเดอร์รายใหญ่ที่เข้าประมูลทีวีดิจิตอลช่องเอชดี
 
          เพราะราคาประมูลตั้งต้นช่องเอชดี ที่ 1,510 ล้านบาท รวมทั้งยังมีต้นทุนด้านค่าเช่าโครงข่าย (Mux) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีรวม 4% รวมทั้งค่าผลิตรายการ ทั้งหมดล้วนเป็น "ต้นทุนสูง"
 
          เข้าใจว่าผู้เล่นรายใหม่ฝั่งบรอดแคสติ้ง น่าจะแบกต้นทุนค่าเช่าโครงข่ายชนิดสาหัสสากรรจ์ ผิดกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่มาจากฝั่งโทรคมนาคม ซึ่งมีโครงข่ายอยู่แล้ว จึงได้เปรียบคู่แข่งที่ออกสตาร์ทไม่เท่ากัน
 
          ผู้เล่นหน้าใหม่ฝั่งโทรคมนาคม ทั้งทุนหนา และมีโครงข่ายก็ง่ายที่จะบุกตีตลาด ถ้าได้คอนเทนต์ที่โดนใจผู้ชม มันก็ไปกันใหญ่
 
          ปัญหาโครงข่าย ก็อาจยังส่งผลให้ทีวีดิจิตอลในเมืองไทย ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ในทั่วประเทศภายในเวลาอันสั้นตามที่หลายฝ่ายพยากรณ์ไว้
 
          ผิดกับ สมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านจากทีวี "อนาล็อก" สู่ "ดิจิตอล" ในไทยคงไม่ต้องรอถึง 10 ปีเช่นเดียวกับต่างประเทศ
 
          ด้วยแผนขยายโครงข่าย (Mux) และการสนับสนุนคูปองครัวเรือนไทยทั่วประเทศ ทีวีดิจิตอลไทยจะเปลี่ยนแปลงได้เร็ว ภายใน 3 ปี และจะเป็นสถิติโลกในการเปลี่ยนระบบโทรทัศน์จากอนาล็อกสู่ดิจิตอล
 
          ตรงกันข้ามกับ "สุรินทร์" ผู้บริหารช่อง 3 ที่ประเมินว่า มี 2 ปัจจัยที่จะเปลี่ยนผ่านได้เร็วหรือช้า? ประการที่ 1 เมื่อดิจิตอลทีวีเกิดขึ้น โครงข่ายที่วางไว้จะครอบคลุมการออกอากาศเท่าไร และผู้ชมจะสามารถรับชมได้มากน้อยแค่ไหน และประการที่ 2 ความคุ้นเคย อย่างช่วงไพรม์ไทม์ "ละคร" ก็ยังเป็นคอนเทนต์หลักที่ครองใจผู้ชม โดยเฉพาะช่อง 3, 5 และ 7
 
          หากดิจิตอลทีวีเกิดขึ้น ผู้ประกอบการรายใหม่จะสามารถแย่งฐานผู้ชมได้หรือไม่? "สุรินทร์" จึงเชื่อว่า การเปลี่ยนผ่านจากอะนาล็อกสู่ดิจิตอลทีวี ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฟรีทีวีปัจจุบัน เพราะฟรีทีวีมีคอนเทนต์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจบรอดแคสติ้ง
 
          มุมนี้น่าคิดมาก เนื่องจากคอนเทนต์แบบฟรีทีวีปัจจุบัน มันครอบงำคนดูมานานกว่า 3-4 ทศวรรษ จึงยากที่จะเปลี่ยนแปลงไปชั่วข้ามคืน
.......................................
(หมายเหตุ ทีวีดิจิตอลไม่หมู : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)