บันเทิง

ความเฉพาะตัวของ'ทเวนตี้ วัน ไพลอตส์'

ความเฉพาะตัวของ'ทเวนตี้ วัน ไพลอตส์'

13 มิ.ย. 2556

ความเฉพาะตัวของ'ทเวนตี้ วัน ไพลอตส์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening

        
          วงดนตรีของยุคสมัยมาแนะนำกันอีกแล้วครับ

          วงดนตรีวงนี้ชื่อ Twenty One Pilots เป็นวงดูโอของสองหนุ่มละอ่อนชาวอเมริกันจากรัฐโอไฮโอชื่อว่า ไทเลอร์ โจเซฟ (ร้อง) และ จอร์ช ดัน (กลอง) ที่ตั้งวงกันตั้งแต่อยู่มัธยมเมื่อ 4 ปีก่อน พวกเขาทำเพลงกันเอง และค่อยๆ สร้างชื่อจากการทัวร์แสดงสดเวทีเล็กเวทีน้อยและการปล่อยผลงานในโลกออนไลน์ (วิธีนี้ดูเหมือนเป็นสูตรสำเร็จของการเป็นศิลปินเพลงรุ่นใหม่) หลังจากมีอัลบั้มอินดี้แบบทำเองขายเองออกมา 2 ชุด ในที่สุดพวกเขาก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่ และมีอัลบั้มเต็มออกมาในปีนี้ชื่อชุดว่า Vessel

          แค่เพลงเปิดอัลบั้ม Ode to Sleep ก็ทำให้เรามึนงงแล้วครับ เพราะมันเป็นดนตรีที่ยากจะจำกัดความจริงๆ เพลงนี้เริ่มต้นด้วยซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์อื้ออึง ตามมาด้วยภาคจังหวะที่ดิบกระด้าง ก่อนที่เสียงของนักร้องนำ ไทเลอร์ โจเซฟ จะร้องแร็ปกระแทกกระทั้นเข้ามา พอถึงท่อนต่อมาจังหวะดนตรีก็เปลี่ยนเป็นป๊อปช่วงสั้นๆ ช่วงนี้ป๊อปขนาดที่เห็นภาพเขายิ้มไปร้องไปเลยล่ะ แป๊ปเดียวกลองก็ลดความเร็วลงแบบให้เราได้ยินจะๆ ว่าเพลงมันเริ่มช้าลงนิดหน่อย แล้วก็เปลี่ยนเข้าสู่ท่อนฮุกที่ชวนกระโดดแบบป๊อปร็อกหน้าตาเฉย เพลงนี้พาอารมณ์เรากระโดดไปกระโดดมาอย่างนี้หลายหน จนฟังสัก 4-5 รอบก็ยังรู้สึกจับทางไม่ค่อยได้

          แนวดนตรีของ ทเวนตี้ วัน ไพลอตส์ ก็เป็นแบบนี้ไปทั้งอัลบั้มครับ คือรวมๆ เหมือนจะเต็มไปด้วยซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ แต่บางทีก็เป็นอะคูสติกบ้าง หลายๆ เพลงเราจะได้ฟังไทเลอร์แร็ปในลีลาดุเดือดประมาณเอมิเน็ม แต่พอถึงท่อนฮุกกลับสว่างสดใสชวนให้นึกถึงเพลงของ Owl City เลย เพลงที่ถูกตัดเป็นซิงเกิ้ลเพลงหนึ่งชื่อ Holding on to You ก็เป็นแบบนี้ครับ คืออยู่ก้ำๆ กึ่งๆ ระหว่างฮิปฮอป ป๊อปร็อก อัลเทอร์เนทีฟ และอิเล็กทรอนิกส์ป๊อป

          แต่พวกเขาไม่ได้ทำแต่เพลงลูกผสมอย่างเดียว เพราะในหลายเพลงก็ชัดเจนมากว่าเลือกเป็นแนวใดแนวหนึ่ง อย่างแทร็กที่ชื่อ House of Gold นั้นเป็นโฟล์กฟังง่ายด้วยเสียงอูคูเลเล่ที่ล่องลอยเบาสบาย เนื้อหาพูดถึงความผูกพันระหว่างแม่กับลูกด้วยสำนวนแปลกๆ นิดๆ เพลงนี้ติดกับเพลงที่ชื่อ Car Radio ซึ่งเป็นเพลงที่ไทเลอร์พร่ำพูดบ่นเนื้อหาที่คล้องจองสวยงามราวบทกวี ด้วยลีลาแบบกบฏเล็กๆ บางจังหวะทำให้นึกถึงวงอย่าง Linkin Park เลยทีเดียว ดูแล้วช่างย้อนแยงกับเพลงโฟล์กป๊อปที่ได้ฟังไปก่อนหน้าเหลือเกิน

          พวกเขายังมีเพลงอย่าง Guns for Hands ที่ป๊อปโจ๊ะๆ ที่สดใสและพุ่งทะยานเอามากๆ แค่ขึ้นท่อนแรกก็ชวนให้กระดิกเท้าตามจังหวะแล้ว ท่อนฮุกยิ่งคึกคักชวนให้เรากระโดดโลดเต้นได้เลย แต่ที่มันชวนให้ฉุกคิดก็คือเพลงนี้พูดถึงเรื่องความปลอดภัยในสังคมวันนี้อย่างเอาจริงเอาจังเลยล่ะ
         
          เล่าให้ฟังคร่าวๆ ไม่กี่เพลงแค่นี้ แต่ก็น่าจะพอนึกออกว่าไอ้สองหนุ่มนี่รวมเอาเพลงของยุคสมัยทุกอย่างมาเป็นงานเพลงของตัวเองได้หน้าตาเฉย นับเป็นความสามารถพิเศษและเป็นบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร

          ใน 2 แทร็กสุดท้าย ทเวนตี้ วัน ไพลอตส์ ก็ดึงอารมณ์ผู้ฟังให้ดำดิ่งไปกับเพลงจังหวะช้าที่ดนตรีล้ำลึก และเนื้อหาชวนให้ตีความหนักหน่วง ใน Trees พวกเขาพูดถึงอะไรบางอย่างหรือบางคนที่ยืนสงบนิ่งอยู่บนต้นไม้ ซึ่งเนื้อเพลงก็เปิดให้เราเดาว่าเขาอาจจะหมายถึงผี ปีศาจ นางฟ้า หรือกระทั่งมัจจุราชที่ยืนรอเพื่อที่จะมอบความตายให้กับเราก็เป็นได้ เพลงนี้เริ่มต้นจังหวะช้าเนิบ แต่มีช่วงเร่งจังหวะคั่นให้ไม่น่าเบื่อ เป็นการออกแบบบทเพลงที่เหนือชั้นมาก

          เพลงสุดท้ายชื่อว่า Truce เป็นเพลงสั้นๆ ที่ไทเลอร์ร้องกับเปียโนเบาๆ ความยาวแค่สองนาทีครึ่ง เมโลดี้หวานเศร้า เนื้อหาในเพลงยากจะบอกว่าเป็นการให้กำลังใจหรือบอกให้ปลดปลงกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คำว่า Truce แปลว่าการพักรบชั่วคราวหรือการ ‘หยุดยิง’ การเอาเพลงนี้มาไว้ท้ายอัลบั้มจึงมีความหมายที่ลึกซึ้งไม่เบา

          เมื่ออัลบั้มนี้จบลง ทเวนตี้ วัน ไพลอตส์ อาจจะอยากให้เราลองหยุดพักจากชีวิตในสังคมที่วุ่นวายคล้ายสงคราม ก่อนที่จะกลับมารบกันต่อ หรือบางทีการฟังอัลบั้มที่ผสมเอาทุกอย่างทั้งแนวดนตรีและประเด็นที่เป็นกระแสในสังคมต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันแบบนี้ ก็อาจจะทำให้เรามองโลกที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปบ้าง

          และถ้าเรารู้สึกเหนื่อยหรือมึนงงอีกหน คราวหน้าเราอาจจะมีบทเพลงของนักบินทั้ง 21 คนคอยช่วยชี้นำและลำเลียงตัวเรากลับมายืนตรงที่เดิมได้อีกครั้งก็เป็นได้
.......................................
(หมายเหตุ ความเฉพาะตัวของ'ทเวนตี้ วัน ไพลอตส์' : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ twitter.com/VipHappening)