
มองผ่านเลนส์คม - กบในสระจ้อย
ในที่สุดเรื่องราวของคุณ พรพัชญา สุพรรณรัตน์ ที่บอกเล่าให้ผู้คนเข้าใจผ่านบทสัมภาษณ์หลายวาระ ว่าเธอได้รางวัลภาพยนตร์นักศึกษาดีเด่นจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้รับ ก็จบลงด้วยคำขอโทษเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
เชื่อว่าคุณพรพัชญาคงจดจำบทเรียนนี้ไปตลอดชีวิต ส่วนคนทำสื่อที่ไม่หลงตัวมากเกินไป ก็อาจได้ทบทวนบทเรียนว่าด้วยหลักการทำข่าวและจริยธรรมสื่อบ้าง
มองอีกมุมหนึ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องตลกร้ายว่า มีคนไทยจำนวนมาก รวมถึงคนทำสื่อ รู้จักชื่อเสียงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ถึงขั้นเอาชื่อเทศกาลมาสร้างราคาให้แก่ตัวเองได้ แต่ไม่เคยรู้จักเทศกาลภาพยนตร์เลย
ยิ่งกว่านั้น คือไม่เคยดูภาพยนตร์ชนะประกวดจากเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ ด้วยเหตุผลว่าดูไม่สนุกเพราะไม่เร้าใจ (ยกเว้นมีฉากเปลือย) ไม่ป๊อป ไม่บู๊ล้างผลาญ แถมนักแสดงส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ดาราฮอลลีวู้ด
เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้กำกับภาพยนตร์อิสระของไทย โดยเฉพาะคุณ เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ซึ่งได้รับรางวัลจากเทศกาลต่างๆ มากมายรวมทั้งจากคานส์
เวลานี้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งของคุณเจ้ย ซึ่งได้รางวัลจากต่างประเทศคือ “แสงศตวรรษ” ฉายในเมืองไทยไม่ได้เพราะไม่ผ่านเซ็นเซอร์
ข้อกล่าวหาแบบไม่เกรงใจ ก็คือ โลกของผู้มีอำนาจในประเทศไทย ซึ่งพยายามควบคุมกำกับพฤติกรรมคนไทยเป็นโลกเก่าและคับแคบ เรื่องราวต่างๆ ที่เผยแพร่ในสังคมไทยอย่างเป็นทางการจึงมักเป็นความรู้แคบๆ ที่ทำให้พลเมืองโง่และเซื่องซึม คนไทยและเด็กไทยวันนี้หลายคนจึงกลายเป็นพวก “รู้น้อยว่ามากรู้เริงใจ กลกบเกิดอยู่ในสระจ้อย ไป่เห็นชเลไกลกลางสมุทร ชมว่าน้ำบ่อน้อย มากล้ำลึกเหลือ”
ตามที่ปราชญ์ยุคกรุงศรีอยุธยาบรรยายไว้ใน โคลงโลกนิติ
นึกถึงเรื่องนี้แล้วเศร้า จึงขอนำเรื่องเศร้าอีกเรื่องมาปิดท้าย ด้วยการแสดงความอาลัย เดวิด คาร์ราดีน พระเอกกังฟูขวัญใจคนรุ่นคุณป้าวัย 73 ปี ซึ่งเสียชีวิตในห้องพักโรงแรมหรูที่เมืองไทยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยข้อสันนิษฐานว่าอาจฆ่าตัวตายหรือเป็นอุบัติเหตุ “ออโต้อีโรติก”
น่าสนใจว่าการใช้ถ้อยคำในข่าวและพาดหัวข่าวของสื่อต่างประเทศส่วนใหญ่ให้เกียรติผู้วายชนม์ไม่เพียงในฐานะ “นักแสดงชื่อดัง” แต่ยังในฐานะ “คน” คนหนึ่ง
"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"



