
กระเทาะเปลือกนางร้าย'แซมมี่'
กระเทาะเปลือกนางร้าย'แซมมี่'ไว้ลายเทียบชั้น'นางเอก' : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง...เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล ภาพ...แมน น้อยพิทักษ์
โชว์ฝีไม้ลายมือ กับการรับบทโสเภณีสุดร้ายกาจอย่าง "บุปผา" ในละครเรื่อง "ไฟหวน" ทางช่อง 7 หลายเสียงกล่าวชื่นชมในพัฒนาการด้านการแสดง และความสวยของสาว "แซมมี่-ดลลชา เคาวเวลล์" ที่แม้จะต้องเล่นร้ายสุดขั้ว แต่ออร่าจับมากทีเดียว ประชันบทบาทกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง "ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์" ได้อย่างถึงพริกถึงขิง งานนี้ "คมชัดลึก" ไม่พลาดที่จะคว้าตัว นักแสดงสาวมาเผยชีวิต "โสเภณี" ในละครสุดท้าทาย พร้อมเรื่องราวในชีวิตจริง ที่กำลังรุ่งพุ่งแรงสุดๆ กับเธอคนนี้
เปลือยชีวิตโสเภณี
000กระแสตอบรับของ "บุปผา" จาก "ไฟหวน" เป็นอย่างไรบ้าง
ดีเกิดคาด เหมือนเราทำงานมาหนัก เพราะถือว่าเรื่องนี้สำหรับหนู มันอาจจะไม่ได้บู๊อะไรมาก แต่เรื่องอารมณ์ข้างใน มันค่อนข้างใช้เยอะ รู้สึกว่าทำมาหายเหนื่อย ในเรื่องจะรับบทที่ค่อนข้างไกลตัวมากเหมือนกัน ชีวิตจริงเราต้องไม่เคยฆ่าคน ไม่เคยคิดที่จะวางยาใคร หลายๆอย่าง มันต้องมีการสร้างอารมณ์ขึ้นมา
000การที่ต้องรับบทที่ แซมมี่ ไม่เคยสัมผัสในชีวิตจริงมันยากไหม
ยากนะ ถ้าเกิดว่าไม่มีผู้กำกับ อย่างพี่ต้อ (มารุต สาโรวาท) หรือพี่ผู้ช่วย คอยบอกหรือแนะนำแนวทางให้กับเรา และอธิบายอย่างละเอียดมากในเรื่องอารมณ์ และที่มาที่ไป ในแต่ละฉากให้เราฟัง เหมือนเขาจะยกตัวอย่างและเล่นให้เราดู ว่าต้องการประมาณไหน แต่เขาไม่ได้บังคับว่าเราจะต้องเล่นไปสุดขนาดไหน เพราะบท บุปผา ยากที่สุดเท่าที่หนูเคยเล่นมา เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสเล่น และทำได้ดีขนาดนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
นางร้ายเบียดนางเอก
000บทเด่นและเล่นดีมาก จนคนอาจจะมองว่าดูเด่นกว่านางเอก
หนูไม่ค่อยพะวงเรื่องข่าว หรือกระแสเท่าไหร่ เราได้รับหน้าที่ตรงนี้มา หนูพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โดยไม่ได้คิดว่า เราจะต้องทำให้ดีกว่าใคร เพราะหนูเชื่อว่า ทุกคนในกอง คงจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นละครคงออกมาไม่ดี และในความรู้สึกของหนู พี่โบ (ธัญญะสุภางค์ จิรปรีชานนท์) เขาทำเต็มที่นะ เวลาที่หนูเข้าฉากด้วย ไม่ว่าจะเป็นตอนซ้อมหรือเล่นจริง เขาเล่นเหมือนกันตลอด อาจจะเป็นที่ตัวบทด้วย เพราะค่อนข้างแตกต่างกัน คาแรกเตอร์ก็ต่างกัน พี่โบจะเป็นคนน่าสงสาร คนดูแล้วต้องสงสารเขา ส่วนหนู คนดูแล้วจะต้องเกลียด ถ้าหนูเล่นแล้วคนเกลียด ก็ถือว่าเราเล่นถึง
000มีบางกระแสยังเปรียบเทียบแซมมี่ กับ โบ เรื่องความสวย
คือหนูกับพี่โบจะคนละสไตล์กัน พี่โบจะออกหมวยๆ สวยหวาน แต่หนูจะออกฝรั่ง ไทย ดำ ประมาณนี้ (หัวเราะ) อาจจะแบบว่า เห็นเรามาทางคมเข้มมากกว่า แล้วแต่คนจะมองมากกว่า แต่สุดท้าย คือหนูเชื่อว่าเราทุกคนตั้งใจทำงาน และอยากทำให้งานออกมาดีที่สุด
ปะทะกับรุ่นใหญ่
000ในเรื่องต้องเล่นกับนักแสดงเก่งๆ อย่าง ป๊อก ต้องปะทะอารมณ์กันเยอะมาก
เท่าที่ถ่ายมา ณ ตอนนี้ ยังมีไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะในบท บุปผา จะเข้าไปเป็นคนรับใช้ในบ้าน บทช่วงนี้จะด้อยกว่า เราต้องยอมเขาก่อน แต่ถ้าลับหลัง เราจะใส่เต็ม แต่บทที่เจอหนักๆ คือฉากที่เราต้องเล่นคนเดียว ทำอารมณ์คนเดียว ยิ่งพอถึงบทช่วงหลังๆ จะปะทะกับพี่ป๊อกมากขึ้น เพราะท่านเจ้าคุณเทพที่เป็นคุณพ่อของเรา รู้ความจริง ว่าเราเป็นลูกอีกคน ฉะนั้นพอเรามีฐานะเป็นคุณหนู เราจะปะทะได้มากขึ้น และเรื่องจะเข้มข้นมากขึ้นด้วย
000ได้ประสบการณ์อะไรจาก ป๊อก บ้าง
หนูพยายามดูวิธีการ ที่พี่ป๊อกเล่น ดูว่าก่อนเข้าฉาก พี่เขารวบรวมสมาธิยังไง พยามสังเกตสิ่งที่พี่เขาเป็น เพราะแค่พี่เขายืนเฉยๆ แล้วมองมา ก็ทำให้เรารู้สึกขนลุกแล้ว ขนาดเขาไม่ได้พูด หนูยังรู้สึกได้ถึงรังสีของคุณหญิงมณี ที่ต้องเล่นเป็นคนนิ่งๆ แต่น่ากลัว หนูไม่รู้ว่าพี่เขาทำยังไง ถามว่ามีปรึกษาบ้างมั้ย มีแอบถามบ้าง เพราะหนูจะมีปัญหาเวลาร้องไห้ แล้วน้ำมูกไหลเยอะมาก ซึ่งมันทำลายสมาธิ หนูจะถามพี่ป๊อกว่า ทำยังไงไม่ให้น้ำมูกไหล เพราะพี่ป๊อกไม่มีน้ำมูกเลย พี่เขาบอกว่าให้กลืนเข้าไป (หัวเราะ) หนูเลยบอกว่า โอเค เดี๋ยวต้องลองไปทำดู
000คิดว่าตัว บุปผา ได้บอกอะไรกับคนดูบ้าง
หนูคิดว่า บุปผา เลือกเกิดไม่ได้ แต่เขาเลือกที่จะเป็นได้ ซึ่งสิ่งที่เขาเลือก ถ้ามองจากมุมมองคนภายนอก คงดูว่าไม่ดี แต่ความจริง บุปผา เป็นคนน่าสงสารนะ เขาเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รักตัวเอง อยากหาสิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง แต่วิธีการทำ และการตัดสินใจเลือกของเขามันผิด ซึ่งคนดูต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม เรียกว่าอาจจะเป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่สอนว่าถ้าเราคิดจะทำแบบนี้ สุดท้ายแล้ว จุดจบของเราอาจจะไม่ต่างจาก บุปผา ก็ได้ อย่างตัวคุณหญิงมณี จะเชื่อเรื่องคำทำนาย และรักลูกรักสามีมากเกินไป จนตัวเองไม่มีความสุข ซึ่งคนดูจะได้เห็นตัวละครแต่ละตัวแตกต่างกันไป
จากนางร้ายสู่นางเอก
000แซมมี่ ต้องเล่นเป็นนางเอก ละครบู๊เรื่อง “บอดี้การ์ดสาว”
ใช่ เรื่องนี้จะเป็นละครบู๊ หนูรับบท “แพรพลอย” เป็นบอดีการ์ดสาว เป็นผู้หญิงเข้มแข็ง แต่มีปมในใจเรื่องครอบครัว เป็นผู้หญิงทีไม่ค่อยยิ้ม ไม่เปิดรับใครใหม่ๆ แต่งตัวเชยๆ ไม่ตามแฟชั่น ซึ่งบทนี้ก็ค่อนข้างยากนะ หนูคิดว่าบางทีอาจจะยากกว่า บุปผา ด้วยซ้ำ เพราะ บุปผา ยังเล่นอารมณ์ได้ แต่ว่าตัวแพรพลอย เขาเหมือนเป็นคนมีกรอบอยู่ตลอดเวลา เวลาที่หนูใส่ชุดบอดี้การ์ด จะรู้สึกเหมือนมีกรอบขึ้นมา ทำให้หนูไม่กล้าเล่นอะไรเยอะ ยิ่งเวลาเข้าฉากกับพี่เอส (กันตพงศ์ บํารุงรักษ์) ในเรื่องเขาจะต้องกะล่อนมาก เราเลยเหมือนต้นไม้ (หัวเราะ)
000ในเรื่องบู๊เยอะมากไหม
บู๊ทั้งเรื่อง แต่ตอนนี้ถ่ายไปได้นิดเดียวเอง ฉากบู๊ใหญ่ๆ เห็นว่าจะมีรถระเบิด หนูต้องวิ่งขึ้นไปเกาะกับรถคอนเทนเนอร์เหมือนหนังฝรั่ง แต่ฉากพวกนี้ ยังไม่ได้ถ่ายเลย เท่าที่ทราบคือค่อนข้างจะบู๊อลังการมาก มีบู๊ในเครื่องบิน จนลงมาที่สนามบิน เรียกว่าอาจจะเป็นละครที่คนดูไม่ค่อยเห็นมาก่อน ยิ่งวิธีการถ่าย เราถ่ายคล้ายๆ หนังด้วย มีอุปกรณ์มาเต็มกอง และพี่หลุยส์ (สยาม สังวริบุตร) ค่อนข้างทุ่มงบกับเรื่องนี้มาก เท่าไหร่ก็ยอมเลย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ละครบู๊แบบที่หนูเคยเล่น มีอะไรที่แปลกใหม่ ทั้งมุมกล้องและตัวภาพที่ใหม่กว่าเดิม
000เห็นว่า "หลุยส์-สยาม สังวริบุตร" ตั้งใจปั้นให้เป็นนางเอกดัง
ต้องขอบคุณพี่หลุยส์ เพราะพี่หลุยส์เห็นหนูมาตั้งแต่ เราเข้าวงการแรกๆ และคิดว่า เขาน่าจะเห็นพัฒนาการของหนูขึ้นมาเรื่อยๆ ความจริงคงต้องขึ้นอยู่กับจังหวะ และโอกาสด้วยที่เราเหมาะกับละครเรื่องนี้พอดี และหนูทำงานกับพี่เขามาเรื่อยๆด้วย ดีใจที่พี่หลุยส์ให้โอกาส
มุมมองต่อโลกมายา
000วงการบันเทิงให้อะไรกับเราบ้าง
ให้ในเรื่องของวินัย และความรับผิดชอบ ทำให้เราโตขึ้นกว่าคนที่อายุวัยเดียวกัน เพราะเราไม่ได้เรียนอย่างเดียว แต่เราทำงานไปด้วย สอนให้เรารู้สึกรับผิดชอบมากขึ้น เพราะเป็นงานที่เราต้องทำกับคนอื่นอีกเยอะ ทำให้เราต้องรับผิดชอบมากขึ้น
000แซมมี่ คิดว่า วงการบันเทิง ยังมีมุมไหนที่คนภายนอกไม่รู้บ้าง
ความจริงหนูมองว่า นักแสดงเป็นอาชีพหนึ่ง แต่แค่มันหวือหวา กว่าอาชีพอื่นๆ เท่านั้นเอง ถามว่าทุกอาชีพ มีข้อดี ข้อเสียเหมือนกันมั้ย หนูว่ามันมีเหมือนกัน เพียงแต่แตกต่างกันออกไป เราควรจะสนุกกับการทำงานของเรา อะไรที่ไม่ดี เราแค่ดูไว้ และไม่ทำตามเท่านั้นเอง หนูมองแค่นี้ ไม่ได้คิดอะไรเยอะมาก เพราะว่ามันคืองานงานหนึ่ง ที่เราไม่เคยคิดว่า จะก้าวเข้ามาทำตรงนี้ เพียงแต่เราได้รับโอกาส และเราก็สนุกกันมัน หนูรู้สึกว่า ทุกวันนี้หนูอยากทำงาน และรักที่จะแสดง
000เคยเหนื่อยหรือท้อบ้างไหม
มีอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่ได้เหนื่อย จนถึงขนาดจะคิดว่าไม่อยากทำงาน แค่เราเหนื่อยแล้วอยากจะชาร์จแบตร่างกายของเราให้เต็ม เพื่อจะกลับไปทำงานใหม่เท่านั้นเอง ถามว่าเรายังมีอะไรที่อยากจะทำอีกมั้ย มีนะ เพราะอาชีพนี้ มันไม่ได้เป็นอาชีพที่ยั่งยืน ไม่มีอะไรมาการันตี ว่าจะยั่งยืนหรืออยู่กับมันไปได้นานแค่ไหน เพียงแต่สิ่งที่หนูคิดจะทำ อาจจะต้องรอเวลาอีกสักพักหนึ่งก่อน
หัวใจของสาวสวย
000กับ "กอล์ฟ-อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา" เป็นอย่างไรบ้าง
ช่วงนี้ต่างคนต่างทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาเจอกันเท่าไหร่ อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า ถ้าได้เจอบ่อยๆ คือช่วงที่ถ่ายละครเรื่อง “รักร้อยล้าน” ถ่ายด้วยกัน เข้าฉากด้วยกันตลอด แต่พอจบละครปุ๊บ เหมือนต่างคนต่างทำงาน เขามีงานใหม่เข้ามา หนูก็มีงานของหนูที่ต้องรับผิดชอบ
000มีเวลาเจอกันน้อย ไม่ได้กระทบความสัมพันธ์
ไม่นะ เป็นช่วงๆ ไปเท่านั้นเอง เพราะหนูกับพี่กอล์ฟ เรายังไม่ได้เป็นอะไรที่พิเศษมาก ขนาดที่ต้องเจอกันบ่อยๆ เจอกันตลอด เรารู้ว่าต่างคนต่างต้องทำงานเหมือนกัน เรามีหน้าที่ ที่จะต้องทำ ถ้าเกิดเขาเหนื่อย เขาคงอยากจะพัก ถ้าเกิดหนูเหนื่อยหนูก็อยากจะพัก มันไม่มีเวลามาคุย หรือเจอกันบ่อยๆ เหมือนตอนที่ทำงานด้วยกัน
000มุมมองความรักเปลี่ยนไปไหม
ยังเหมือนเดิม ความรักเป็นสิ่งสวยงาม เป็นเรื่องที่ดี แต่ความรักไม่จำเป็น ต้องรักแบบแฟน อาจจะรักแบบเพื่อน รักแบบพี่ รักครอบครัว ก็ทำให้เรามีกำลังใจแล้ว ไม่ได้จำเป็นต้องมีแฟน รักอะไรก็ได้ที่ทำให้เราสบายใจ และไม่ทำให้เราร้องไห้ก็พอแล้ว
น่ารัก สดใส เป็นกันเอง แบบฉบับผู้หญิงชื่อ "แซมมี่"
.......................................
ชื่อจริง : ดลลชา เคาวเวลล์
ชื่อเล่น : แซมมี่
เกิด : 8 ต.ค. พ.ศ. 2534
การศึกษา : อนุบาลถึงป.3 ร.ร.สวนบัว ซ.ราชครู, ป.4-ป.5 ร.ร.ดาราสมุทร จ.ชลบุรี, ป.6-ม.1 เรียนที่ประเทศอังกฤษ, ม.2-ม.3 ร.ร.ดาราสมุทร, ม.4-ม.6 ร.ร.ศรีอยุธยา, ปัจจุบัน ชั้นปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต
ผลงานที่ผ่านมา : สุภาพบุรุษซาตาน ,พลิกฟ้าล่าตะวัน,บอปผีฟ้า,นางกรี๊ด,ตะวันยอแสง,นางแบบโคกกระโดน ฯลฯ
ผลงานปัจจุบัน : ไฟหวน
.......................................
(หมายเหตุ กระเทาะเปลือกนางร้าย'แซมมี่'ไว้ลายเทียบชั้น'นางเอก' : บันเทิงวันเสาร์ เรื่อง...เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล ภาพ...แมน น้อยพิทักษ์)



