
The Passion'ฮิทช์ค็อก ช็อต'แบบเดอ พัลม่า
The Passion'ฮิทช์ค็อก ช็อต'แบบเดอ พัลม่า : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
ถ้าตัดตัวละครอย่าง “ดานี” ออกไปจากหนัง The Passion เราก็อาจจะได้จะหนังอย่าง crime d'amour ของ alain corneau ในปี 2010 มาเป็นฉบับรีเมกกลายๆ ในปีนี้ แต่ ไบรอัน เดอ พัลม่า ไม่ชอบทำอะไรแบบเดิมๆ เป๊ะๆ เขาจึงเพิ่มและเสริม รวมทั้ง "ยังคง" รักษาอะไรต่อมิอะไรในแบบอัลเฟรด ฮิทช์ค็อก ที่เขาหลงใหลและหลงรัก
ผมไปดู The Passion ด้วยอารมณ์คาดหวังแบบเดียวกับ Now You See Me แต่บอกตามต่อว่า ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันในภาพรวม เพราะขณะที่ The Passion ทำให้ผมเชื่อและหลงรักได้พอสมควร แต่ Now You See Me ฟุ้งเกินไป และยิ่งเดินทางไกล หนังก็ไม่มีน้ำหนักมากไปเรื่อยๆ ชื่อของ ไบรอัน เดอ พัลม่า นั้นเป็นเครดิตที่เรียกความสนใจจากหลายคนที่มุ่งไปลิโดเมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา หนังของเขาอย่างDress to Kill ยังทำให้ใครหลายคนติดใจในวิธีการล่อหลอกและ “ยั่วเล่น” กับเนื้อหา
หนังเล่าเรื่องง่ายๆ จากชีวิตประจำวันที่เราก็คงคุ้นชินได้ไม่ยาก ชีวิตของตัวละคร 3-4 คนที่เกลือกกลั้วและปนเปื้อนอยู่กับกิเลส ราคะ ตัณหาและผลประโยชน์ คริสตีน อิซาแบลล์ และ ดานี เป็นคนทำงานในบริษัทเกี่ยวกับโฆษณาแห่งหนึ่ง โดยลำดับตำแหน่งหน้าที่ก็เรียงกันไปแบบนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า ผลงานที่ครีเอทขึ้นมานั้นจะต้องมาจากคนที่มีสถานะสูงสุด
เมื่อ อิซาแบลล์ คิดงานขึ้นมาได้และมันได้รับการตอบรับอย่างมากมายเกินคาด ก็เป็น คริสตีน ที่จะได้รับเครดิตได้รับการก้าวไกลในหน้าที่การงาน แต่แล้วเรื่องราวที่น่าจะเดินไปตามโครงสร้างของเมโลดราม่าที่ว่านี้ ก็พลิกล็อกไปอีกทางเมื่อ อิซาแบลล์ ลองสร้างไอเดียบางอย่างขึ้นมา และมันเป็นเหมือนเครดิตที่เธอได้แทนที่ความดีของ คริสตีน
แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้การห้ำหั่น เข้มข้น ระหว่างสองสาวมีความเท่าเทียมและสูสีกัน
ในความเข้มข้นที่บทปูไว้ตรงนี้ ยังมีเรื่องที่เล่นกับจิตใจคนดูเข้าไปอีกเมื่อมีตัวละครเพศชายและมี ทอม อย่าง ดานี เข้ามาเกี่ยวข้อง ฝ่ายแรกนั้น มีเรื่องของการยักยอกเงินก้อนโตที่ใครบางคนรู้เห็นเป็นใจ ขณะที่อีกคนแม้จะดูเป็นทอมจริงใจ แต่ก็ไม่ใช่คนปรกติที่ใครจะหลอกใช้
มี 3 สาวแสบกับ 1 หนุ่ม ยังไม่พอ ยังเหลือผู้หญิงจากโลกด้านมืดทที่เป็นไพ่เด็ดของหนังมาร่วมสำรับด้วย The Passion มีความเป็น suspense-thriller มากกว่า film noir เพราะหนังเล่นกับการฆาตกรรมสยองขวัญที่มีแรงจูงใจแค่เรื่องของเพศ และอย่าลืมว่าทิศทางของตระกูลนี้นี่เอง ที่ก่อร่างสร้างตัวให้ผู้กำกับยุคหลังสงครามโลกอย่างไบรอัน เดอ พัลม่า มานาน
ที่สำคัญคือเขาเองก็เปิดเผยอย่างจริงใจว่า งานของเขานั้นมีอิทธิพลของ อัลเฟรด อิทช์ค็อก อยู่เต็มไปหมด (และมีทั้งทำได้ถึงกับมือไม่ถึง) คุณอาจรู้สึกนึกถึง Virtigo เมื่อสัมผัสความสับสนของตัวละครที่เข้าๆ ออกๆ ระหว่าง illusion กับ reality หรือนึกถึง psycho กับเสียงแอมเบียนและวางภาพมุมกว้าง รวมไปถึงเสียงสกอร์ที่หวิดหวิว มีช็อตภาพแบบ ฮิทช์ค็อก เกิดขึ้นอยู่หลายครั้ง
โดยเฉพาะซีนที่ถ่ายบันไดทางลง ซึ่งต้องการใช้จุดเด่นเรื่องของการสร้างความสับสนให้กับตัวละคร นอกจากความแม่นยำในการเล่าเรื่องแล้ว เรายังเห็นด้วยว่า ไบรอัน เองก็ไม่ละทิ้งงานโปรดักชั่นที่ต้องการผลทางจิตใจจากคนดู เช่น เราได้เห็นการใช้สีของเสื้อผ้า และสีของฉากอย่างเจตนาเต็มที่ แบบที่ ฮิทช์ค็อก ทำกับสิ่งนี้ในหนังหลายเรื่อง
หรือที่แฟนของราชาเขย่าขวัญอาจจะรู้สึกยิ้มก็คือ เทคนิคการตัดตัวละครที่คนดูผูกพันมาทั้งเรื่องทิ้ง โดยที่คนดูไม่ทันตั้งตัว มาเรียนใน psycho ได้รับชะตากรรมแบบใด ตัวของ คริสตีน ก็ได้รับสิ่งนั้นในแบบที่คล้ายๆ กัน และเป็นคนดูที่ต้องงงกันเองว่า เมื่อมาตัดเธอทิ้งไปจากพล็อตแล้ว ใครกันล่ะที่จะจับต่อไปว่า เป็นคาแรกเตอร์ที่สำคัญที่สุด
เวลาคนทำหนังยุคก่อนมาทำหนังตอนนี้ ผมมักจะคิดเล่นๆ ว่า เขาจะมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับ timing หรือจังหวะของหนังมั้ย เพราะว่าหนังยุคใหม่มีความเร็วอยู่มากในการเดินหน้าและสลับอารมณ์ แต่ ไบรอัน เดอ พัลม่า ทำให้เราเห็นว่า เขามีปัญหาแค่การเริ่มต้นอย่างยากเย็นเมื่อเกิดอาการตะกุกตะกักในช่วง 30% แรกของหนังเกี่ยวกับการเล่าเรื่องซึ่งมีร่องรอยสะดุดอยู่พอสมควร
แต่นั่นแหละ ไบรอัน ก็ยังคงเป็นเขา เมื่อผ่านช่วงเริ่มต้นที่ไม่ราบรื่น และจูนเรื่องติดแล้ว ทีนี้ ความลุ่มลึกและเย้ายวนต่างๆ ที่ปูไว้ ก็เล่นงานคนดูอย่างสนุกสนาน Tha Passion อาจไม่ใช่งานเขย่าขวัญในแบบยุคใหม่ที่เน้นเทคนิคด้านภาพมากๆ แต่นี่คือหนังเรื่องหนึ่ง ที่ออกจากโรงแล้วบอกกับตัวเองว่า มันคุ้มที่จะฝ่าฝนไปดู ที่สำคัญ เหมือนได้รำลึกไปกับอารมณ์คลาสสิก ซีนและช็อต ที่เราเคยเคยเติบโตมากับการกับดูหนังวัยเยาว์
ไบรอัน เดอ พัลม่า เหมือนเพื่อนเก่าและ The Passion เหมือนเรื่องเล่าในวันก่อน ที่เคยมีร่วมกัน
.......................................
(หมายเตุ The Passion'ฮิทช์ค็อก ช็อต'แบบเดอ พัลม่า : คอลัมน์ หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



